THE WIND RISES: ทุกคนมีความฝัน และคนเราก็ควรทำตามความฝัน จิโร โฮริโคชิ ก็มีความฝัน จากที่ฝันอยากเป็นคนขับเครื่องบิน แต่เพราะอุปสรรคทางสายตา ทำให้เขาเลือกที่จะเป็นวิศวกรออกแบบเครื่องบินแทน หนึ่งในผลงานชิ้นเอกของเขาก็คือเครื่องบินขับไล่ที่กองทัพญี่ปุ่นใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 และ The Wind Rises ก็คือเรื่องราวที่ว่าด้วยชีวิตความเป็นมาของโฮริโคชิ ทั้งความฝัน ความรัก และการทำงานชิ้นสำคัญ
หนังเล่าเรื่องในส่วนความฝันของโฮริโคชิ เป็นเรื่องแบบเหนือจริง เป็นความสัมพันธ์ของเขากับคาโปรนี นักออกแบบเครื่องบินชาวอิตาเลียน ไอดอลของตัวเอง แทรกเข้ามาเป็นระยะๆ ทำให้เห็นถึงแรงบันดาลใจของตัวละครได้ชัดเจน และตอกย้ำชะตากรรมจากผลพวงของความฝันที่กลายเป็นจริงของทั้งคู่ได้แจ่มแจ้งยิ่งขึ้น
แม้ความฝันของทั้งคู่จะเป็นเรื่องการสร้างสิ่งสวยงาม มีประโยชน์แก่มนุษยชาติ แต่บั้นปลายของสิ่งที่เกิดจากความฝัน ก็ไม่ได้งดงามอย่างที่พวกเขาอยากเห็น ไม่สวยสดอย่างที่อยากให้เป็น
เส้นทางสายความฝันของทั้งคู่ก็ไม่ได้ราบลื่น หรือเต็มไปด้วยมุมมองในแง่ดี แม้ถูกนำเสนอแบบขำๆ แต่ก็สัมผัสได้ถึงความเกรี้ยวกราดของคาโปรนี ส่วนฮิโรโคชิก็ไม่ใส่ใจคนรอบๆ กาย ทั้งครอบครัว หรือคนรัก จนเธอเลือกทางออกเอง เพื่อผู้ชายที่มุ่งมั่นกับความฝัน เกินกว่าจะเสียเวลารับรู้ความงดงามของชีวิต แต่อย่างน้อยทั้งคู่ก็มีช่วงเวลาที่ดีด้วยกัน กับการได้พบกันในช่วงที่เขาผ่านความล้มเหลวครั้งใหญ่ เธอทำให้ชีวิตเขาลืมความผิดหวัง รวมถึงเป็น “ลมใต้ปีก” ส่งให้ออกบินได้อีก
ขณะตัวหนังแม้จะ Feel Good แต่ในรายละเอียด The Wind Rises หม่นและขรึมเข้มจริงจังเรื่องหนึ่งของฮายาโอะ มิยาซากิ โดยเฉพาะการให้บรรดานักฝัน ต้องยอมรับกับความเป็นจริงที่ว่า ผลลัพธ์ของความฝันนั้น ไม่ได้งดงามอย่างที่พวกเขาคิด โดยที่พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้ ไม่ว่าจะรู้หรือไม่ก็ตามที
มันเป็นความรู้สึกหวานอมขมกลืน เป็นความสุขที่แสนเจ็บปวด และการที่ “จำต้อง” ยอมรับกับสิ่งที่เป็นไป ก็ทำให้พวกเขากลายเป็นคนที่เห็นแก่ตัว ไปพร้อมๆ กัน
และทำให้ได้เห็นว่า ที่สุดแล้ว ความฝันกับความจริง บางทีมันเป็น “คนละเรื่องเดียวกัน” และความงดงามก็มี “ด้านมืด” ในตัวเองเช่นเดียวกัน
โดย นพปฎล พลศิลป์















