THE FAULT IN OUR STARS: เฮเซล เป็นหญิงสาวที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ต่อมไทรอยด์ เธอเจอกับออกุสตัส อดีตผู้ป่วยโรคมะเร็งในกระดูก ที่เพิ่งหายหลังจากที่ต้องขาตั้งแต่หน้าแข้งข้างหนึ่งทิ้ง ในศูนย์ให้กำลังใจผู้ป่วยโรคมะเร็ง ใช่… ทั้งคู่ปิ๊งกัน และลงลึกไปเรื่อยๆ เมื่อพยายามศึกษากัน โดยมีหนังสือที่เหมือนกับเขียนไม่จบของปีเตอร์ แวน เฮาเทน นักเขียนขวัญใจของฝ่ายหญิงเป็นสื่อกลาง
คงเดาได้ว่าปมความรักของทั้งคู่จะเป็นยังไง แต่ที่ทำให้เรื่องน่าสนใจขึ้นมาก็คือ การที่ทั้งคู่พยายามหาคำตอบในนิยายเล่มที่ว่า จนผู้เขียนเชิญให้ไปหาที่อัมสเตอร์ดัม และการเดินทางในครั้งนี้ก็ทำให้ทั้งคู่ได้เรียนรู้อะไรบางอย่างส่วนการได้พบปีเตอร์ แวน เฮาเทน ก็ทำให้ได้พบความหมายในการใช้ชีวิต หรือความรัก
หนังเต็มไปด้วยความคุ้นเคย เป็นสูตรสำเร็จสำหรับหนังโรแมนติค การเล่าเรื่องที่นุ่มนวล ทุกอย่างดูสดใส พระ-นางที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งมีเลือดฝาด ดูดี กว่าคนปกติอย่างเราๆ ท่านๆ ภาพสวย ดนตรีประกอบ เพลงประกอบไพเราะ คลับคลากับหนังจากนิยายนิโคลัส สปาร์ค หากไม่ได้นำเสนอออกมาในแบบฟูมฟาย หรือดูเลี่ยนจนเกินเหตุ แล้วก็ได้การแสดงที่ดีมายกระดับของหนังเอาไว้ ไม่ใช่แค่น้องไชลีนน์ วูดลีย์เพียงคนเดียว แต่ต้องบอกว่าครบทีม กระทั่งวิลเล็ม ดาโฟ ที่เหมือนกับดารารับเชิญ ก็มาแบบไม่เสียมาดดาราขายฝีมือ
เรื่องราวเดินหน้าไปแบบเรื่อยๆ เรียบง่าย ไม่มีซับซ้อน ให้คนดูได้ซึมซับความรู้สึกของตัวละครอย่างช้าๆ แน่ละมีเนิบนาบไปบ้างสำหรับบางช่วง บางสถานการณ์ แต่ท้ายที่สุดแล้ว หนังก็ทำให้ได้เห็นความงดงามของความรัก
ที่ถึงจะไม่จบแบบสมบูรณ์ หรือมีบทสรุปชัดเจน แต่ก็ทำให้บางคน หรือบางคู่รัก มีช่วงเวลาสั้นๆ ของความสุขให้นึกถึงไปชั่วอนันต์
โดย นพปฎล พลศิลป์















