UNDERWORLD: BLOOD WARS: จากเรื่องรักแบบ Remeo & Juliet แต่เปลี่ยนจากสองตระกูลคู่แค้น เป็นสองเผ่าพันธุ์แวมไพร์กับไลแคน (ที่มาก่อน the Twilight Saga หลายปี) และให้น้ำหนักกับฉากแอ็คชันมากกว่าเรื่องโรแมนซ์ หนังชุด Underworld พาตัวเองมาไกลมามาก ในแบบที่หาให้ย้อนกลับไปก็คงงงและหลง เพราะหาทางไม่เจอกันแล้ว
ด้วยความที่หนังสานต่อกันมาเหมือนไม่นึกถึงภาพรวมทั้งหมดของเรื่อง ต่อนั่นนิดโน่นหน่อยโดยไม่คิดถึงความสมเหตุสมผล ถึงจะมีจุดที่เชื่อมได้ ต่อได้ แต่ก็เป็นแบบจับแพะชนแกะ ไม่ได้มีความหนักแน่นรองรับสักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นที่มาของเดวิด (ที่จู่ๆ ก็กลายเป็นทายาทบ้านทรายทองซะอย่างนั้น) ความสัมพันธ์ของมาเรียสตัวร้ายคนใหม่ที่หนังย้อนไปให้เห็นว่า เคยเป็นตัวละครในหนังเรื่องนี้มาก่อนแล้ว (แต่ไม่เคยได้รับการพูดถึง ทั้งๆ ที่ในเหตุการณ์ที่เขามีส่วนร่วม เป็นเหตุการณ์สำคัญอย่างที่เห็น)
ส่วนตัวหนังก็กลายพันธุ์ไปแล้วไม่ต่างไปจากตัวละครในเรื่อง และจากโลกที่มีมนุษย์ ซึ่งสองเผ่าพันธุ์ดำรงคงอยู่แบบไม่ให้ตัวเองถูกรับรู้หรือพบเห็น กลายเป็นโลกที่มีแต่พวกเขาเท่านั้นไปแล้ว และจากการเป็นผลผวงของไวรัส แวมไพร์กับไลแคนในหนังเรื่องต่อๆ มา กลายเป็น ยอดมนุษย์ไปในที่สุด
ว่ากันแบบไม่นึกถึงความเป็นมาแต่หนหลัง Underworld: Blood Wars ก็กระพร่องกระแพร่งเหลือเกินในเรื่องความสมเหตุสมผล ปมทุกอย่างถูกวางไว้แบบ เฮ้ย… จะจัดการไงดีว้า อย่าง ที่พำนักของแวมไพร์ในเรื่อง ที่มีการย้ำนักหนาว่า บุกเข้าไปยากต้องใช้โน่นนี่นั่น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ต้องอาศัยอะไรเลยด้วยซ้ำ ที่เล่นเอาคนดูเหวอ ก็คือเลือดหยดเดียวของแม่เดวิด ที่ดื่มกันได้รอบวงทั้งสภา!!!
เทคนิคพิเศษ ฉากแอ็คชัน ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ นอกจากสั้น กระชับ ไม่ยืดยาวจนเซ็งกระต่าย เช่นเดียวกับตัวหนังที่ไม่ได้ยาวอะไรมากมาย ในแบบที่เหมาะกับการดูกันเอาบันเทิงโดยไม่ต้องคิดเยอะ เพราะทันทีที่คิด หนังแอ็คชัน ระทึกขวัญเรื่องนี้จะกลายเป็นหนังเบาสมองไปในทันที
ที่สำคัญ… หนังยังมีเชื้อไว้ว่ากันเป็นภาคต่อเช่นเคย
ควรชมหากชอบ: หนัง Underworld ทุกภาค, The Twilight Saga, Romeo + Juliet
โดย นพปฎล พลศิลป์
ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่















