เว็บไซท์ (อดีตเป็นนิยสาร) เอ็นเอ็มอี ของอังกฤษเป็นอีกสื่อที่ให้แฟนๆ มีโหวทเลือกความยอดเยี่ยมประจำปี 2016 ในประเภทของเพลง ซึ่งผลที่ออกมานั้น เต็มไปด้วยความหลากหลาย มีทั้งเพลงจากศิลปินระดับอภิมหายักษ์, ศิลปินที่มีความด่างพร้อย, ศิลปินอินดีที่กำลังจะดัง และศิลปินระดับตำนานผู้จากไป แต่จะมีใครบ้าง เชิญทัศนากันได้ที่นี่ โดยทุกเพลงสามารถหาชม-ฟังได้จากเว็บยูทิวบ์
ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่
20) แองเจิล โอลเซน – ‘Shut Up Kiss Me’: นักดนตรีหญิงจากมิสซูรี ที่ทำงานโฟล์คเช่นที่ถูกตีตราเอาไว้แต่ก่อนเก่า หากเติมแรงระเบิดแบบกรันจ์ลงไป ทำให้ 3 นาทีของเพลงนี้ มีทั้งความอบอุ่นและสั่นสะเทือนไปจนถึงกระดูก “Shut up, kiss me, hold me tight” เนื้อร้องในเพลงว่าเอาไว้ ที่ฟังแล้วรู้สึกได้ว่านี่คือเพลงของยายตัวแสบ
19) แฮมิลตัน ไลท์เฮาเซอร์ + รอสแทม – ‘A 1000 Times’: การร่วมงานที่ไม่น่าจะเข้ากัน คนหนึ่งคืออดีตนักร้องนำเสียงแหบห้าวของวง Walkmen อีกคนเป็นโปรดิวเซอร์และสมาชิกวงป็อป-บาโรค Vampire Weekend ทั้งคู่กำจัดอคติที่เกิดขึ้น ด้วยเพลงที่ไร้กาลเวลา มาพร้อมเสียงคำรามที่น่าหลงใหล ที่ทำให้นึกถึงเพลงง่ายๆ ที่น่าลุ่มหลงตามมาตรฐานทั่วไป แต่เอาเข้าจริงๆ แม้จะอ่อนแอหากก็มีความแข็งแรง, อ่อนไหวแต่ก็เต็มไปด้วยความแปรปรวน และโรแมนติกแบบมีความเกรี้ยวกราดอยู่ข้างใน
18) Blossoms – ‘Charlemagne’: ด้วยกีตาร์ริฟฟ์ที่ฟังสดใส, ไลน์เบสแบบดิสโก สัมผัสแห่งความวิตกกังวลของคู่รัก นี่คือเพลงอินดีป็อปสำหรับสถานีวิทยุของยุคนี้ คำร้องเปิดเพลง “Hello, Hello” มีทั้งการคร่ำครวญ และความโศกเศร้า ก่อนโรยทับด้วยความฟรุ้งฟริ้งและการเข้าถึงง่าย เพลงนี้มีอะไรหลายอย่างให้สัมผัส และล้วนเป็นสิ่งที่ดีทั้งนั้น
17) เดรค – ‘One Dance’: เพลงอันดับ 1 15 สัปดาห์, เพลงที่ถูกเปิดฟังมากที่สุดของสปอติฟาย, เจ้าของยอดขาย 1.8 ล้านก็อปปี เพลงนี้ดีขนาดนั้น? คำตอบคือ ใช่ กับจังหวะที่สถานเต้นรำเลี่ยงไม่พ้นและ ทะลุทะลวงมาถึงหูคนฟัง ในแบบที่เดรคไม่เคยทำได้มาก่อน พร้อมกับสิ่งที่มากกว่าความช่วยเหลือของไคลาและวิซคิด 16) เคย์ตรานาดา (Kaytranada) – ‘Lite Spots’: จากเพลงแบบทรอปิคานาของ กัล คอสตา เมื่อปี 1973 กลายเป็นเพลงที่เต็มไปด้วยแสงแดดเจิดจ้า และยากจะเมินหูเมื่อได้ยิน นี่คือเพลงที่เด่นที่สุดในอัลบั้มที่เต็มไปด้วยเพลงเจ๋งๆ และทำให้โปรดิวเซอร์ชาวแคนาเดียนรายนี้ แจ้งเกิดได้ในกระแสเมนสตรีม
15) Bastille – ‘Good Grief’: ซิงเกิลที่เป็นการกลับมาของ แดน สมิธ และผองเพื่อน ที่ชนะใจแฟนๆ เอกฉันท์ นี่คือเพลงป็อปสดใสที่ว่าด้วยการจัดการกับความตาย ราวกับสร้างขึ้นมาเพื่อการขาดสีสันในความเป็นมนุษย์ ส่วนบทสนทนาที่ใส่เข้ามาก็ทำให้นึกถึงบรรดาหนังในยุค 80
14) โทฟ โล – ‘Cool Girl’: เพลงซินธ์-ป็อป หม่นๆ เกี่ยวพันกับความสัมพันธ์ทางเพศ ที่นำเสนอความสนุกสนานของการมีความสัมพันธ์ไปเรื่อยๆ “Let’s not put a label on it / Let’s keep it fun” เนื้อร้องว่ามา และไม่ว่าจะคิดยังไง โทฟก็มาพร้อมการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในเรื่องมุมมองทางเพศ
13) Warpaint – ‘New Song’: สี่สาวจากแอลเอที่หันมาทำเพลงป็อปที่มากกว่าเพลงป็อป แถมเหมาะเจาะลงตัวกับพวกเธออย่างดี เหมือนๆ สตีวี นิคส์ มาปล่อยเนื้อปล่อยตัวที่คลับในคืนวันศุกร์ แบบเพี้ยนนิดๆ และไม่คิดอะไรให้วุ่นวาย
12) The 1975 – ‘The Sound’: นอกจากจะย้อนไปถึงวงซินธ์-ป็อปยุค 80 อย่าง The Human League ไปจนถึง ABC ได้ เพลงนี้ยังนิยามซาวนด์ของยุค 2016 ว่าอยู่เหนือความเห่ยห่วยได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยสไตล์, ความสง่างาม และท่อนคอรัสที่โคตรโดน ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหันหน้าหนียามได้ยิน
11) เดวิด โบวี – ‘Lazarus’: ออกมาให้ฟังไม่กี่วัน ก่อนเจ้าของเพลงจะจากไป ที่กลายเป็นเพลงกล่าวลาของเดวิด โบวี “Look up here / I’m in heaven” เนื้อร้องที่เขากระซิบเบาๆ ที่แสนสะกิดใจในช่วงเปิดเพลง อย่างที่ใครๆ ก็รู้กัน นี่คือเพลงที่มีคลาสส์สุดๆ และเป็นหนึ่งในเพลงที่ทรงพลังที่สุดของผู้ชายคนนี้
(ยังมีต่อ)
จากเรื่อง 20 เพลงดีของเอ็นเอ็มอี คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ โดย นพปฎล พลศิลป์ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 11 มกราคม 2559















