Movie ReviewREVIEW

ดูมาแล้ว – TAXI DRIVER โครงเรื่องที่ชัดเจน ประเด็นที่น่าติดตาม การเล่าเรื่องที่สนุก ช่วยให้ลืมแทบทุกรูรั่วของบท ***

ซีรีส์เกาหลี ที่เหมือนกับหลอกว่า ชั้นไม่ยาว เพราะความยาวเฉลี่ยไม่น่าจะเกินตอนละ 35 นาที และไม่น่าจะมีตอนเยอะ และส่วนใหญ่แล้วซีรีส์เกาหลีจะจบกันที่ 15-20 ตอน แต่เอาเข้าจริงๆ คุณก็หลอกดาว เพราะจำนวนตอนปาเข้าไปตั้ง 30 กว่าตอน ท้ายที่สุดก็ไม่ได้ต่างไปจากซีรีส์ตอนละชั่วโมง หรือชั่วโมงกว่าสักเท่าไหร่

แต่ความยาวก็ไม่ใช่ปัญหา แค่รู้สึกเหมือนโดนหลอกพาเข้าหลุมดำ เพราะอย่างที่รู้กัน การเดินเข้าสู่โลกของซีรีส์นั้น ถ้าโดนดูดขึ้นมาแล้ว ชีวิตเสียงานเสียการเอาได้ง่ายๆ เพราะฉะนั้นเลยไม่ค่อยอยากสัมผัสกับซีรีส์เรื่องยาวๆ แถมเรื่องนี้ยังเป็นการดูพร้อมๆ กับต้นทาง (มั้ง) ด้วยความที่มีในระบบนั้นยังไม่จบ ต้องรอตอนใหม่ๆ ช่วงศุกร์-เสาร์จนกว่าจะครบ ซึ่งก็อย่างที่บอกไว้ โดนหลุมดำดูดเข้าไปแบบนี้ ยังไงๆ ก็ต้องลากไปให้จบ

ชื่อเรื่อง น่าจะทำให้นึกถึงหนังชื่อเดียวกันของมาร์ติน สกอร์เซซี ที่ว่าด้วยคนขับแท็กซีคนหนึ่ง ที่ลุกมาจัดการกับเดนสังคม ที่ทั้งเอารัดเอาเปรียบผู้คน ทำผิดกฎหมาย ก่ออาชญากรรม ตัวละครในซีรีส์เรื่องนี้ก็ไม่ต่างกัน เพราะเป็นคนขับแท็กซี่ที่จัดการกับพวกคนพาลตามคำขอ ในลักษณะของการล้างแค้น แต่ที่แตกต่างคือ เขาไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่ยังพาลำปาง และลำพูน มาด้วย ไม่ใช่!!! ยังมากันเป็นองค์กร มีหัวหน้า มีฝ่ายไอที มีฝ่ายซ่อมบำรุง ตัวเองเป็นฝ่ายปฏิบัติการ และมีฐานทัพเสร็จสรรพ รวมถึงมีกิจการบังหน้าเรียบร้อย ที่จะว่าไป ก็ละม้ายคล้ายมนุษย์ค้างคาว ที่มีถ้ำค้างคาวเป็นฐาน อัลเฟร็ดเป็นผู้ช่วย ลูเชียส ฟ็อกซ์ เป็นทีมประดิษฐ์ แต่ในซีรีส์เรื่องนี้ จะมีการปรับเปลี่ยนไปบ้าง โดยที่มาของเรื่องนั้น ‘Taxi Driver’ สร้างมาจากเว็บตูนที่ชื่อ The Deluxe Taxi ของคาร์ลอสและอีแจจินอีกที

ตัวละครหลักของหนังก็คือ อีเจอุน ที่รับบทเป็นคิมโดกี คนขับแท็กซีที่รับงานจากผู้คนที่เจอกับความไม่เป็นธรรมและเกิดการสูญเสียจนต้องการล้างแค้น โดยเขาเป็นหนึ่งในทีมของแท็กซี สายรุ้ง (Rainbow Taxi) ที่มี ประธานจางซังชอล (คิมอุยซุง) เป็นผู้ดูแล ที่ฉากหน้าของเขาก็คือเจ้าของบริษัทแท็กซีให้เช่า และเป็นประธานของสมาคมนกสีฟ้า องค์กรไม่หวังผลกำไร ที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม โดยนอกจากคิมโดกีแล้ว ทีมแท็กซีสายรุ้งยังมี อาห์นโกอึน (เพียวเยจิน) แฮ็คเกอร์สาว กับ สองช่างเครื่อง – ชอยยุงกู (จาฮยุกจิน), พัคจินออน (เบยูรัม) เป็นสมาชิกคนสำคัญในทีมอีกด้วย

หนังวางลักษณะตัวละครได้น่าสนใจ เมื่อทุกคนในทีมล้วนเจอประสบการณ์เลวร้ายจากพวกอาชญากร จนคนที่รักและใกล้ชิดต้องจากไป แม้บางคนจะจับตัวอาชญากรผู้ก่อเหตุได้ แต่กระบวนการยุติธรรมหรือตัวบทกฎหมาย ก็ไม่สามารถจัดการได้อย่างเด็ดขาด หรือสาสมกับสิ่งที่พวกมันทำ จนพวกเขาต้องรวมตัวกันเพื่อตั้งศาลเตี้ย โดยมีประธานจางซังชอลเป็นคนรวบรวม

แม้จะเป็นฝ่ายธรรมะ แต่ด้วยการทำงานของแท็กซีสายรุ้ง มันก็คือการเอาอธรรมล้างอธรรม เอาความรุนแรงสู้กับความรุนแรง ละเมิดกฎหมาย เป็นการกระทำในด้านมืด และการปฏิบัติภารกิจโดยใช้แท็กซี วีไอพีในหลายๆ ครั้ง ก็กลายเป็นจุดสังเกตุของอัยการกังฮานา (อีซอม) ทำให้เธอพยายามสืบหาความเป็นมาของรถแท็กซี่คันนี้ เพราะดูเหมือนจะมีส่วนกับการหายตัวไปของอาชญากรคนสำคัญหลายราย

ด้านมืดของแท็กซีสายรุ้งไม่ได้มีแค่นี้ เพราะเมื่อจับตัวคนร้ายได้ แทนที่ประธานจางจะจัดการกับคนพวกนี้ให้เรียบร้อยจบๆ ไป กลับส่งไปขังในคุกใต้ดินของ แบกซุงมี (ชาจิยอน) ประธานหญิงของบริษัทนักวอนซีแอนด์ซี ที่เอานักโทษของเขาไปเป็นวัตถุดิบสำคัญในกิจการค้าอวัยวะของตัวเอง โดยที่ประธานจางไม่รู้ จนกลายเป็นเรื่องวุ่นวายมากมายตามมาในภายหลัง

ถือว่าตัวซีรีส์มีเรื่องที่เกี่ยวพันกันไปมาน่าสนใจดีทีเดียว

และก็สนุกชวนติดตามได้ตั้งแต่ตอนเปิดเรื่อง ซึ่งเริ่มที่การปฏิบัติภารกิจของคิมโดกี ก่อนที่จะนำไปสู่การแนะนำตัวละครแต่ละราย ที่ต่างก็มีบทบาทชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นตัวละครหลักหรือสมทบ รวมถึงความเป็นมาของพวกเขา ที่บางคนก็เผยให้เห็นกันตั้งแต่ตอนแรกๆ แต่บางคนก็ถูกว่ากันในตอนต่อๆ ไป แถมบางทีความเป็นมาของพวกเขา ยังกลายเป็นส่วนหนึ่ง หรือเป็นภารกิจหลักของตัวละครในเรื่องอีกด้วย

การทำงานล้างแค้นให้เหยื่อแต่ละราย ก็ไม่ใช่ว่ากันแบบตอนหรือสองตอนจบ จากนั้นก็ว่ากันด้วยภารกิจใหม่ต่อแบบซีรีส์ฝรั่ง แต่ภารกิจหนึ่งก็ว่ากันยาวๆ ทำให้ใส่รายละเอียดได้มากมาย ทั้งของเหตุการณ์และความเป็นไปของตัวละคร ตัวเรื่องเลยน่าติดตาม และมีความเข้มข้น คนดูเองก็ผูกพันกับตัวละคร ทั้งเหยื่อที่เข้ามาขอความช่วยเหลือในแง่ของความเห็นใจ-สงสาร ทั้งรู้สึกชิงชังพวกที่เอารัดเอาเปรียบ รังแกคนอื่น ที่ทำให้ติดหนึบได้ไม่แพ้ซีรีส์แบบน้ำเน่า ปัญหาที่เกิดขึ้น ก็เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเกาหลี และบางทีอาจจะเป็นในทั่วโลกก็ได้ ซึ่งสังเกตได้จากที่ตัวเองก็ ‘รู้สึก’ ไปกับความเลวร้ายทีตัวละครต้องเจอ ที่หากดูหนังหรือซีรีส์เกาหลีบ่อยๆ ก็จะพบว่า สิ่งที่เหล่านี้ถูกนำเสนอกันเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น การเอาเปรียบผู้ที่ด้อยกว่า อาทิ คนพิการที่ไม่มีปากมีเสียง หรือศักยภาพที่จะเรียกร้องอะไร, การกลั่นแกล้งกันภายในโรงเรียนของคนที่มีอิทธิพลต่อสถานศึกษา, ปัญหาการล่อลวงทางเพศ ที่ส่งต่อไปถึงการนำไปใช้ประโยชน์ในโลกออนไลน์, การหลอกลวงทางโทรศัพท์ ตลอดจนการค้าอวัยวะ ที่ทั้งหมด คือภารกิจซึ่งคิมโดกี และทีมแท็กซีสายรุ้งต้องจัดการ

นอกจากการล้างแค้นอาชญากร ตัวละครหลักและรองก็มีเรื่องราวที่เกี่ยวพันกัน กลายเป็นเรื่องหลักที่ผู้ชมเกาะติดไปด้วยได้ ตั้งแต่ตอนแรกไปจนถึงตอนสุดท้าย แล้วก็มีพัฒนาการทั้งเนื้อหาและตัวละคร ไม่ได้มีแค่เรื่องล้างแค้นให้กับเหยื่ออาชญากร ที่มาเป็นตอนๆ

ที่สำคัญประเด็นหลักที่หนังนำเสนอ ก็เหมือนรากฐานที่ทำให้เกิดปัญหายิบย่อยทั้งหลาย ที่ให้แท็กซีสายรุ้งต้องไปจัดการ เพราะเป็นความอ่อนแอของการบังคับใช้กฎหมาย และความล่าช้าของกระบวนการยุติธรรมที่ไม่สามารถจัดการปัญหาได้ทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็น บทลงโทษที่เบาเกินไปบ้าง, ต้องการหลักฐานที่แน่นหนาบ้าง, เจอผู้มีอิทธิพล หรือคนที่มีหน้ามีตาในสังคมบ้าง, ตลอดจนเรื่องของความสัมพันธ์ทางสังคม ที่ส่งผลต่อการดำเนินคดี

อาจดูเหมือนจริงจัง เคร่งเครียด แต่จริงๆ แล้ว ซีรีส์เรื่องนี้ เล่าเรื่องในโทนเบาๆ ด้วยซ้ำ (ยกเว้นช่วงท้ายๆ ที่ดูตึงๆ ไปบ้าง) มีเบรกด้วยอารมณ์ขันเป็นระยะๆ บรรยากาศเลยไม่หนักหน่วง หนักหนานัก การจัดการกับคนร้ายก็มีฉากแอ็กชันมันส์ๆ ให้ได้ชม ทั้งฉากบู๊ ทั้งขับรถไล่ล่า แล้วเมื่อรวมเข้ากับสถานการณ์สะเทือนอารมณ์ ที่เหยื่อแต่ละรายต้องเจอ ความสัมพันธ์ของตัวละคร และเรื่องแบบพ่อแง่-แม่งอนของคิมโดกีกับอัยการสาวที่กัดไม่ปล่อย

นี่คืองานครบรส เรื่องหนึ่งเลย

แม้ในรายละเอียดของเหตุการณ์ การกระทำของตัวละคร ในแต่ละตอน แต่ละภารกิจ จะเต็มไปด้วยรูโหว่ของบทมากมายมหาศาล ที่เผยให้เห็นตั้งแต่ตอนแรกๆ ของเรื่อง ยิ่งตอนที่คิมโดกีตามไปสืบเรื่องในบริษัทคลาวด์ด้วยแล้ว เกิดรูรั่วมหาศาลจนยากจะปะผุ ตัวเรื่องคาดเดาได้ไม่ยาก เรียกว่าไม่มีเซอร์ไพรส์กันเลยก็ว่าได้

ถึงจะมีบาดแผลใหญ่ทั้งสดทั้งแห้งทั้งแผลเป็น-แผลตายขนาดนี้ แต่ด้วยการวางโครงเรื่องที่ดี การเล่าเรื่องได้สนุก ทั้งการเป็นงานครบรส มีอารมณ์ขัน-แอ็กชัน-ดรามา และเรื่องรักกุ๊กๆ กิ๊กๆ ซึ่งเกลี่ยเข้าด้วยกันได้ลงตัว ทำให้หัวเราะ-ตื่นเต้น-ตื่นตา-น้ำตาซึม และอมยิ้มได้เป็นระยะๆ บวกกับบรรดานักแสดงที่เล่นกันได้เข้าขา ไม่ว่าจะเป็นฝั่งมือกฎหมาย หรือฝั่งธรรมะสีเทา การสร้างความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่าย ลักษณะตัวละครที่วางไว้ดี แถมนักแสดงก็มีเสน่ห์ที่ดูเพลิน โดยเฉพาะ อีเจอุน ที่ซีรีส์เรื่องนี้คืองานโชว์ของเขาก็ว่าได้ เพราะเล่นหมด ทั้งดรามา-ชงมุก-แอ็กชัน-โรแมนติก ส่วนอีซอม จากที่ดูชืดเชยๆ ในตอนแรก ราศีก็มากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป มีเรื่องย่อยให้ติดตาม เรื่องในภาพรวมให้สานต่อ มีปมที่ทำให้อยากรู้อยากเห็น แถมไม่ได้ซับซ้อนมากมาย

ท้ายที่สุด ซีรีส์เรื่องนี้ก็กลายเป็นงานฮิต หรืออย่างน้อย ‘ต้อง’ ดูให้จบโดยไม่ต้องใช้ความอดทนอะไร เมื่อปัญหาเฉพาะหน้าที่โยนใส่ตัวละคร ทำให้ต้องเกาะติด จนลืมความบกพร่องที่มีอยู่ในเรื่องไปได้ ถึงไม่ตลอดไป หากก็ทำได้ขั่วครั้งชั่วคราว หรือยกประโยชน์ให้จำเลยไปเลยก็เป็นได้
(TAXI DRIVER ทาง วิว)

โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ชำแหละแผ่นฟิล์ม นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1330 ปักษ์หลังมิถุนายน 2564

อ่านแล้วชอบ อย่าลืมกดติดตาม และยังมีเรื่องราวมากมายให้อ่านได้ที่ www.sadaos.com และทำความรู้จักกันได้มากกว่านี้ด้วยการกดไลค์เพจ www.facebook.com/Sadaos และ www.blockdit.com/sadaos

What is your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0
Sadaos
พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

You may also like

More in:Movie Review

Comments are closed.