มาเปิดปูมย้อนหลัง หนังที่สตีเวน สปีลเบิร์ก ได้แค่ ‘เกือบ’ สร้าง (3)

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

แม้จะมีหนังออกฉายอย่างต่อเนื่อง แต่บางครั้งกว่าสตีเวน สปีลเบิร์กจะปั่นงานออกมาสักเรื่องหนึ่ง ก็กินเวลานานไม่ใช่เล่น ตัวอย่างที่เห็นๆ กันก็คือ เขาต้องใช้เวลาถึง 11 ปี กว่าจะทำให้นิยายของ ดอริส เคียร์น กูดวิน เรื่อง Team Of Rivals กลายเป็น Lincoln แต่บางทีก็ขึ้นจอได้อย่างรวดเร็วเช่น Bridge Of Spies ที่เพิ่งเข้าฉาย และบางเรื่องก็ไม่เคยกลายเป็นภาพยนตร์เลย ทั้งๆ ที่ตัวงานอยู่ในมือของผู้กำกับระดับเกรด เอ ของฮอลลีวูด ที่ทำงานออกมายาวนานกว่า 4 ทศวรรษเข้าไปแล้ว

ด้วยความที่เป็นผู้กำกับหัวแถวของวงการ ไม่น่าแปลกใจที่สปีลเบิร์กจะได้งานระดับท็อปๆ มาอยู่ในมือเสมอๆ แต่บางเรื่องก็ถูกสร้าง บางเรื่องก็ไม่ถูกสร้างด้วยเหตุผลบางอย่าง และบางเรื่องก็กลายเป็นงานของผู้กำกับรายอื่น เช่น Harry Potter, Cruising, The Curious Case Of Benjamin Button, Oldboy และ Interstellar

และนี่คือหนังเรื่องเด่นๆ ที่สตีเวน สปีลเบิร์กเลือกที่จะปล่อยวาง ซึ่งคัดสรรมาโดย โอลิเวอร์ ลีทเทิลตัน แห่ง indiewire.com เลือกมา โดยก่อนหน้านี้ ก็มี Reel To Reel, Night Skies/ ET 2: Nocturnal Fears, Flushed With Pride: The Story Of Thomas Crapper, Blackhawk, After School/ Growing Up/I’ll Be Home, The Lost Indiana Jones Movies และ Lindbergh และวันนี้ เราจะมาดูกันต่อว่า มีหนังเรื่องอะไรอีกบ้าง

spielberg-sadaos_story03-pix-01
“Ghost Soldiers”
ทอม ครูส กับสปีลเบิร์ก เป็นเพื่อนกันมานาน นับตั้งแต่ทำงานร่วมกันในหนัง Minority Report แต่ทั้งคู่มีโอกาสทำงานด้วยกันหลายต่อหลายครั้งก่อนที่จะได้ร่วมงานกันจริงๆ อย่าง Rain Man ที่ตอนแรกสปีลเบิร์กเข้าชื่อเป็นผู้กำกับ รวมไปถึงเกือบได้ทำหนังซูเปอร์ฮีโรเรื่อง The Mark ที่ครูสจะมาเล่น แต่ก็เป็นหมันไปทั้งหมด หลังจากได้ทำงานร่วมกัน ทั้งสองคนก็มองหาหนังที่จะทำงานร่วมกันอีก และ Ghost Soldiers ซึ่งสร้างจากหนังสือขายดีที่เขียนจากเรื่องจริงของ แฮมป์ตัน ไซด์ส ก็มาถึงมือของทั้งคู่ หนังเรื่องนี้จะพาสปีลเบิร์กกลับไปทำงานเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่สองอีกครั้ง เมื่อบอกเล่าเรื่องราวของหน่วยแรงเยอร์ แห่งกองทัพบกอเมริกัน ที่ต้องปฏิบัติภารกิจสำคัญช่วยผู้รอดชีวิตจากศึกบาตาน ในฟิลิปปินส์ จอช ฟรีดแมนมาเขียนบทร่างของหนังเอาไว้แล้ว ซึ่งก็เป็นเรื่องราวเดียวกันกับหนังของจอห์น ดาห์ล เรื่อง The Great Raid ที่นำแสดงโดย เจมส์ ฟรังโก และออกฉายในปี 2005 หนังของสปีลเบิร์กวางแผนไว้ว่าจะเปิดกล้องถ่ายทำกันในปี 2002 ไม่นานหลังจากประกาศสร้าง แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนกระทั่งปี 2005 และครูส, สปีลเบิร์ก กับฟรีดแมน ก็ทำงานร่วมกันในหนังWar Of The Worlds ที่ออกฉายในปี 2005 แทน

spielberg-sadaos_story03-pix-02“Spares”
หนัง Ghost Soldiers ไม่ใช่หนังสปีลเบิร์ก/ครูสแค่เรื่องเดียวที่แท้ง แต่ยังมีหนังไซ-ไฟ Spares ที่ทั้งคู่กะจะร่วมงานกัน หลังจาก Minority Report อีกเรื่องที่ไปไม่ถึงไหน หนังจะสร้างจากนิยายของไมเคิล มาร์เชลล์ สมิธ ซึ่งเป็นเรื่องของอดีตตำรวจ ที่ต้องทนทุกข์กับการจากไปของลูก แล้วหันมาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในฟาร์มโคลนมนุษย์เพื่อการบริจาคอวัยวะ แต่กลับหนีออกจากฟาร์มไปพร้อมๆ กับมนุษย์โคลนอีก 7 คน ซึ่งพล็อตจะเหมือนๆ กับ Never Let Me Go และงานของไมเคิล เบย์ The Island แต่การที่หนังสือตีพิมพ์ออกมาตั้งแต่ปี 1998 Spares มาก่อนแน่ๆ และบริษัทดรีมเวิร์คส์ ของสปีลเบิร์กก็ถือสิทธิ์ในการสร้างภาพยนตร์เอาไว้ โดยถูกมองว่าน่าจะเป็นการร่วมทีมกันอีกของสปีลเบิร์กกับครูส แต่ทุกอย่างก็เงียบกริบ

จนอีกหลายๆ ปีต่อมา ทางสตูดิโอก็เปิดไฟเขียวให้หนังที่พล็อตคล้ายๆ กันอย่าง The Island แล้วจบอนาคตของ Spares ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีสปีลเบิร์กกำกับหรือไม่ก็ตาม

spielberg-sadaos_story03-pix-03
“The Rivals”
บางโปรเจ็คท์ที่เป็นได้แค่งานที่สปีลเบิร์กสนใจ หลายเรื่องถือเป็นงานแบบสปีลเบิร์กมากๆ ไม่ว่าจะเป็นงานที่พูดถึงเอเลียน, การผจญภัย, ทหาร ฯลฯ แต่บางเรื่องก็ไม่ และ The Rivals ก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น หนังได้โรบิน สวิคอร์ด ที่เคยเขียนบทหนังที่สปีลเบิร์กสนใจอย่าง Memoirs Of A Geisha กับ The Curious Case Of Benjamin Button มาเขียนบท ซึ่งจะบอกเล่าเรื่องราวความแค้นในวงการละครเวทีที่เกิดขึ้นจริงระหว่าง นักแสดงหญิงชาวฝรั่งเศส ซาราห์ เบิร์นฮาร์ดท์ ที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นนักแสดงหญิงที่มีชื่อเสียงที่สุดเท่าที่โลกรู้จัก กับนักแสดงสาวรุ่นชาวอิตาเลียน เอเลียนอรา ดิวส์ ดูเหมือนจะมีเพียงผู้กำกับระดับสปีลเบิร์กเท่านั้น ที่สามารถทำหนังว่าด้วยความเกลียดชังกันของนักแสดงหญิงในศตวรรษที่ 19 ออกมาได้ และหนังก็เกือบจะได้สร้างแล้ว เมื่อถูกซื้อไปในปี 2003 และทีมสร้างของ American Beauty อย่าง แดน จิงค์ส กับบรูซ โคเฮน มาดูแลงาน แล้วถูกวางเป็นงานชิ้นสำคัญ หนังมีนิโคล คิดแมน มาเล่นเป็นเบิร์นฮาร์ดท์ ส่วนกำหนดถ่ายทำวางเอาไว้ปลายๆ ปี 2004 ช่วงว่างระหว่างหนัง Munich และ War Of The Worlds แต่หนังเรื่องหลังที่ดูมีความเป็นไปได้ในเรื่องธุรกิจมากกว่า ถูกดันขึ้นมาแทน แต่ Rivals ก็ยังมีการพัฒนาต่อ จนในปี 2008 มาริญง โกติญาร์ด เข้าชื่อรับบทเป็นดิวส์ แต่พอดรีมเวิร์คส์ กับพาราเมาท์แยกทางกัน หนังที่อยู่ในมือของฝ่ายหลังก็หายสาปสูญไป

spielberg-sadaos_story03-pix-04

“The Trial Of The Chicago 7”
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา นับจาก Munich เราได้เห็นสปีลเบิร์กหันมาทำหนังที่เกี่ยวกับการเมือง ในรูปแบบใหม่ในงานของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น Lincoln หรือ Bridge of Spies ซึ่งเหมือนเป็นงานไตรภาค ที่ได้เห็นผู้กำกับรายนี้จับเรื่องราวในประวัติศาสตร์มาวิพากษ์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และเกือบจะเป็นจตุรภาคด้วยซ้ำ หากหนัง The Trial Of The Chicago 7 ลั่นกล้องได้ในปี 2008 หนังที่มีแอรอน ซอร์คินเขียนบทเรื่องนี้ จะพูดถึงการดำเนินคดีกับจำเลย 7 คน ซึ่งหนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ แอ็บบี ฮอฟฟ์แมน ที่ถูกกล่าวหาว่าสมคบคิด, ยั่วยุ ให้เกิดการจลาจลหลังการประท้วงระหว่างการประชุมพรรคเดโมแคร็ทในปี 1968 ที่ชิคาโก ซึ่งเคยเป็นวัตถุดิบให้กับสารคดีแอนิเมชันเรื่อง Chicago 10: Speak Your Peace ของเบร็ทท์ มอร์แกน มาแล้ว ตอนนั้นบทของซอร์คินมีโอกาสเป็นจริงในมือของสปีลเบิร์ก และเจ้าตัวก็ตั้งใจจะกำกับหนังเรื่องนี้ต่อจาก Indiana Jones & The Kingdom Of Crystal Skull โดยวางกำหนดถ่ายทำไว้ในดือนเมษายน 2008 มีซาชา บารอน โคเฮนเล่นเป็นฮอฟฟ์แมน และวิลล์ สมิธก็เผยในเวลาต่อมาว่า เขาอยู่ในระหว่างพูดคุยเพื่อรับบท บ็อบบี ซีล นอกจากนี้นิตยสารวานิตี แฟร์ ยังเผยอีกว่า หนังมีนักแสดงอย่าง เทย์ ดิกก์ส, อดัม อาร์คิน, เควิน สเปซีย์ และฟิลิป ซีย์มัวร์ ฮอฟฟ์แมน เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่ที่สุดแล้วหนังก็จบเห่ เมื่อการทำงานต้องสะดุดเพราะการประท้วงของสมาคมผู้เขียนบท แล้วสมาคมนักแสดงก็เอาด้วย ทำให้สปีลเบิร์กต้องวางหนังเรื่องนี้ไว้ก่อน และไม่เคยกลับมาแตะอีกเลย มีข่าวว่าเบน สติลเลอร์เข้ามาทำหน้าที่ผู้กำกับในตอนปลายปีนั้น รวมไปถึงพอล กรีนกราสส์ ที่สนใจจะเอามาทำในปี 2013 แต่ก็ล้มเหลว และไม่เคยขยับไปไหน ข่าวดีก็คือ สปีลเบิร์กออกมาเผยว่า เขายังสนใจทำหนังเรื่องนี้ แต่ในฐานะผู้อำนวยการสร้าง ไม่ใช่ผู้กำกับ

spielberg-sadaos_story03-pix-05

“Chocky”
การดัดแปลงนิยายเจ๋งๆ ของจอห์น วินด์แฮมขึ้นจอ สร้างความน่าผิดหวังเกิดขึ้นเสมอๆ ยกเว้นหนังอย่าง The Day Of The Triffids, The Kraken Wakes, The Chrysalids และ The Midwich Cuckoos ซึ่งเรื่องหลังกลายเป็น Village Of The Damned หนังชั้นเยี่ยมในยุค 1960 นี่คือคนที่แผ้วถางทาง และมีอิทธิพลอย่างมากกับงานไซ-ไฟ และสปีลเบิร์กก็น่าจะได้นำเสนองานที่ดัดแปลงจากนิยายชั้นยอดของวินด์แฮมกับเขาบ้าง หลังจาก Chicago 7 ไปไม่เป็น เขามีโปรเจ็คท์อย่าง Cowboys & Aliens และการดัดแปลงนิยายในสไตล์ Indiana Jones เรื่อง The 39 Clues ขึ้นจอมาอยู่ในมือให้เลือก ตอนนั้นดรีมเวิร์คส์ได้สิทธิ์ในการนำเอานิยายของวินด์แฮมเรื่อง Chocky มาทำ และสปีลเบิร์กก็ประกาศว่า มันน่าจะเป็นหนังเรื่องต่อไปของเขา กับเรื่องราวหม่นๆ เกี่ยวกับพ่อที่เป็นห่วงว่า ลูกชายยังคงมีเพื่อนในจินตนาการ ก่อนที่จะหลอนไปกว่านั้น เพราะลูกมีเพื่อนที่ว่าจริงๆ แถมยังเป็นเอเลียนที่เข้ามาติดต่อสื่อสารทางจิตกับลูกชาย นิยายที่เคยเป็นซีรีส์โทรทัศน์ของบีบีซีในยุค 1970 เรื่องนี้ ดูเข้ากับสปีลเบิร์กดี และน่าจะได้เปิดกล้องกันในปี 2009 แต่เพราะปัญหาทางการเงินของ The Adventures Of Tintin ทำให้ยูนิเวอร์แซลต้องวางมือจากหนังเรื่องนี้ แล้วโอกาสขึ้นจอของ Chocky ก็ผ่านไป

(ยังมีต่อ)

จากเรื่อง หนังที่สปีลเบิร์กเกือบจะได้สร้าง และไม่ได้สร้าง โดย ลุงทอย นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1204 ปักษ์หลัง มีนาคม 2559

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านงานวิจารณ์หนัง และเพลง แบบนี้ ได้ด้วยการกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์กันไว้ก่อน ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On