ย้อนอดีตหนังดัง The Silence of the Lambs เรื่องราวแท้จริงของฮันนิบาล เลคเตอร์ และบัฟฟาโล บิลล์

SHARE THIS
  • 26
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    26
    Shares

the_silence_of_the_lambs-sadaos_scoop-07

โธมัส แฮร์ริส

สำหรับคนทั่วไป หรือใครก็ได้ทั้งโลก ย่อมรู้ดีว่า วันที่ 14 กุมภาพันธ์ คือวันวาเลนไทน์ แต่ถ้าเป็นคอหนัง ที่ไม่ใช่แฟนภาพยนตร์โรแมนติคย้วยๆ 14 กุมภาพันธ์มีความสำคัญมากกว่านั้น เมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 1991 เป็นวันที่หนัง The Silence of the Lambs เปิดตัวในโรงภาพยนตร์ ก่อนจะกลายเป็นหนังทำเงินหลายร้อยล้านเหรียญ ตามด้วยการคว้ารางวัลสำคัญๆ จากงานประกาศรางวัลในปีต่อมา ในระดับทำสถิติเป็นหนังสยองขวัญเรื่องเดียว ที่คว้ารางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมมาครองได้ รวมไปถึงรางวัลหลักของงาน ดารานำชาย, ดารานำหญิง, ผู้กำกับ และบทยอดเยี่ยม

ความสำเร็จของหนัง ถือเป็นเรื่องที่ยิ่งกว่าน่าประทับใจ แล้วที่น่าสนใจยิ่งกว่าก็คือ นี่คืองานที่หัวใจของหนังคือเรื่องราวหม่นมืด มีตัวละครศูนย์กลางที่เป็นพวกบิดเบี้ยวทางจิตอย่าง ฮันนิบาล เลคเตอร์ นักโทษกินคนที่เสนอตัวช่วยเหลือเอฟบีไอสาวจบใหม่ คลาริซ สตาร์ลิง ในคดีฆาตกรฆ่าต่อเนื่อง ผ่านการสนทนาในเรื่องจิตวิทยาที่นำเสนอได้อย่างแข็งแรง ขณะที่ตัวคนร้ายซึ่งสตาร์ลิงตามหาตลอดทั้งเรื่องก็คือ เจม กัมบ์ หรือบัฟฟาโล บิลล์ เจ้าของทฤษฎีสยอง ที่จับตัวเหยื่อสาวไปขังและสังหารเธอ ซึ่งทำให้ผู้ชมสั่นระทึกอย่างได้ผลขณะชม แต่เชื่อเถอะ ไม่ใช่ทุกคนหรอกที่รู้ว่า บรรดาตัวละครประหลาดๆ ในหนังเรื่องนี้ ล้วนมีที่มาจากคนจริงๆ และเว็บไซต์ Moviefone ก็จะพาย้อนเวลาไปดูอาชญากรตัวจริงที่อยู่นอกเรื่องราวของหนัง The Silence of the Lambs

โธมัส แฮร์ริส ผู้ประพันธ์นิยายที่กลายมาเป็นหนังชื่อเดียวกันเรื่องนี้ ตัดสินใจเขียนนิยายหลังจากที่ได้พบกับ จอห์น อี ดักลาส เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ ที่ได้รับฉายาว่าเป็นหนึ่งในพ่อทูนหัวของการจัดเก็บข้อมูลอาชญากรรม ขณะที่เข้าฟังเลคเชอร์ที่จัดขึ้นมาเป็นพิเศษของดักลาส แฮร์ริสได้รู้จักกับสามฆาตกรฆ่าต่อเนื่องชื่อดัง ได้แก่ เท็ด บันดี, แกรี เอ็ม ไฮด์นิค และ เอ็ด เกน ซึ่งทั้งสามคน คือองค์ประกอบสำคัญในการสร้างตัว บัฟฟาโล บิลล์ขึ้นมา

the_silence_of_the_lambs-sadaos_scoop-02

เท็ด บันดี
เท็ด บันดี ยังคงเป็นหนึ่งในผู้อื้อฉาวของประวัติศาสตร์อเมริกัน ซึ่งไม่น่าแปลกใจหากได้รู้ว่าเขาสังหารผู้เคราะห์ร้ายไปถึงอย่างน้อย 30 คน ระหว่างปี 1974 – 1978 นอกจากนี้แฮร์ริสยังเคยเข้าร่วมฟังการพิจารณาคดีฆาตกรรมของบันดี ที่ไมอามีในปี 1979 แถมต่อมายังส่ง Red Dragon นิยายเล่มแรกในชุดของฮันนิบาล เลคเตอร์ ไปให้เขาอ่านอีกหนึ่งเล่ม ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลดี เพราะบันดีคือคนที่มีอิทธิพลอย่างมากในการสร้างตัวละครอย่างบัฟฟาโล บิลล์ และฮันนิบาล เลคเตอร์ ขึ้นมา

ตัวบันดีเองไม่ได้ต่างไปจากบิลล์ เมื่อเขาชอบแสร้งว่าตัวเองได้รับบาดเจ็บ โดยมักจะใส่สายคล้องแขนเป็นประจำ แล้วก็ไปขอความช่วยเหลือจากเหยื่อ ที่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังจะเจอกับอะไร แล้วหากนำไปเทียบกับเลคเตอร์ บันดีเป็นคนที่ชอบผูกมิตรกับเจ้าหน้าที่สอบสวนคดีอาชญากรรม โดยคนที่เขาติดต่อด้วยก็คือ โรเบิร์ท เคปเปิล นักสืบคดีฆาตกรรม ซึ่งต่อมาได้รับความสนใจจากคนทั้งชาติ เมื่อเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่ช่วยออกตามล่าบันดีที่กำลังก่อคดีโหดข้ามประเทศ บันดีติดต่อกับเคปเปิลที่เป็นหัวหน้าที่ปรึกษาในคดีฆาตกรรมที่กรีน ริเวอร์ โดยตัวเองอยู่ในห้องแรกรับของเรือนจำฟลอริดา เพื่อเสนอตัวให้ความช่วยเหลือ สำหรับสร้างรูปแบบข้อมูลต่างๆ เพื่อล่าตัวฆาตกรกรีน ริเวอร์ ซึ่งบันดีก็ให้ความช่วยเหลือได้พอสมควร ขณะที่เคปเปิลก็ทำให้เขาสารภาพถึงหลายๆ คดีฆาตกรรมที่ไม่มีใครรู้มาก่อนได้มากขึ้นด้วย บันดีถูกประหารในปี 1989 ขณะที่แกรี ริดจ์เวย์ ฆาตกรกรีน ริเวอร์ ถูกจับกุมในปี 2001

the_silence_of_the_lambs-sadaos_scoop-03
แกรี เอ็ม ไฮด์นิค

ไม่ต่างไปจากบัฟฟาโล บิลล์ แกรี ไฮด์นิคเก็บตัวเหยื่อของเขาเอาไว้ในสภาพที่น่าพรั่นพรึงอย่างที่สุด จอห์น ดักลาสเล่าว่า “เขาจับผู้หญิงไว้ในหลุมที่ลึกราวๆ ห้าฟุตครึ่งเห็นจะได้ ทนายของเขาพยายามที่จะแย้งว่าเขาจิตไม่ปกติ แต่เขาสามารถหาเงินเข้าแบงค์ได้ถึงครึ่งล้านเหรียญเลยนะ แล้วก็ยังซื้อหุ้นด้วยเช็คคนพิการผ่านทางเมอร์รีลล์ ลินช์ ซึ่งให้ปากคำถึงเรื่องนี้ว่า ‘เราอยากจะบอกว่า มันเป็นกรรมวิธีการของเรา ที่ทำให้เขาได้เงินก้อนโตไป แต่เขาทำเรื่องนี้ด้วยตัวเอง'” และอย่างที่รู้กัน ไฮด์นิค ลักพาตัว, ทรมาน และสังหารผู้หญิงไปถึง 6 คนในชั้นใต้ดินของบ้านเขาที่ฟิลาเดลเฟีย
เอ็ด เกน
บางทีคนที่มีอิทธิพลมากที่สุดสำหรับตัวละครใน Silence of the Lambs น่าจะเป็นชาวนาชาวไร่บ้านๆ จากวิสคอนซิน อย่าง เอ็ด เกน ถึงแม้เขาจะสารภาพว่าฆ่าคนไปเพียงสองคนเท่านั้นในชีวิตของเขา เกนสร้างความตกตะลึงให้คนทั้งประเทศในปี 1957 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าไปในบ้านของเขา แล้วค้นพบอวัยวะมนุษย์มากมาย บางส่วนถูกนำไปใช้เป็นตู้เสื้อผ้าและเฟอร์นิเจอร์ บางส่วนถูกเก็บไว้เพื่อนำไปทำเป็นอาหาร โดยตลอดเวลา 6 ปี เกนได้ขโมยศพหญิงวัยกลางคน ที่เพิ่งถูกฝังลงไปใหม่ๆ และมีลักษณะร่วมกับแม่ของตัวเองเพื่อนำมาที่บ้าน ตากแดดจนผิวเป็นสีแทนแล้วก็หั่นเป็นชิ้นๆ

the_silence_of_the_lambs-sadaos_scoop-04เกนถูกเลี้ยงมาโดยแม่ ที่พร่ำสอนเขาเสมอว่า เพศหญิงคือเครื่องมือของปีศาจ โดยในช่วงวัยรุ่นเขากับน้องชายจะถูกเก็บตัวไว้ให้พ้นจากเด็กคนอื่นๆ หลังจากที่พ่อกับน้องเสียชีวิต เพื่อนคนเดียวในชีวิตของเขาก็คือแม่ และเมื่อเธอจากไปจากอาการสมองขาดเลือดในปี 1945 เกนตัดสินใจว่าเขาอยากเป็นผู้หญิง และเริ่มสะสมชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์ โดยหวังว่าจะสร้าง ‘ชุดหนังมนุษย์เพศหญิง’ เพื่อที่เขาจะได้สวมใส่ เกนถูกตัดสินว่ามีความปกติทางจิต และต้องไปอยู่ในสถาบันดูแลผู้ป่วยทางจิตตลอดชีวิต

อาขญากรรมที่เอ็ด เกนก่อขึ้น ไม่ได้มีอิทธิพลเพียงแค่กับบัฟฟาโล บิลล์ แต่ยังมีอิทธิพลกับนอร์แมน เบทส์ ตัวละครในเรื่อง Psychoของอัลเฟร็ด ฮิทช์ค็อค ที่สร้างมาจากนิยายชื่อเดียวกันของโรเบิร์ท บล็อค ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของเกนเพียงแค่ 35 ไมล์เท่านั้นเอง โดยนิยายเรื่อง Psycho ของบล็อคตีพิมพ์ออกจำหน่ายหลังเกนถูกจับเพียงแค่ 2 ปี และได้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่เหมาะเหม็งไปเต็มๆ เพราะรายละเอียดในการก่อคดีของเกน ยังไม่มีการตีพิมพ์ หรือนำเสนอในข่าว บล็อคเองก็อาศัยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคดีนี้ มาเป็นข้อมูลสำคัญในการสร้างตัวละครนอร์แมน เบทส์ขึ้นมา ในเวลาต่อมาเขาเผยว่า ตัวเองถึงกับอึ้ง เมื่อได้รู้ว่า “ตัวละครในจินตนาการที่ผมสร้างขึ้น มีความคล้ายคลึงกับเอ็ด เกนมากมายขนาดไหน ทั้งการแสดงออก และอารมณ์ ความรู้สึก ความคิด”

นอกจากนี้การมีแนวโน้มว่าจะมีพฤติกรรมชอบร่วมรักกับศพของเกน ยังกลายเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างตัวละคร ไอ้หน้าหนังมนุษย์ (Leatherface) ใน The Texas Chainsaw Massacre อีกด้วย

the_silence_of_the_lambs-sadaos_scoop-06บัฟฟาโล บิลล์
บัฟฟาโล บิลล์ ตัวละครที่กลายเป็นข้อถกเถียงอย่างมากในเวลาต่อมา รับบทในภาพยนตร์โดย เท็ด เลวีน เจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์ถึงการคัดตัวมารับบทนี้เอาไว้ว่า “ผมทำให้พวกเขากลัวแทบตาย ตอนมาออดิชัน ผมไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังจะทำอะไร ผมอ่านบท อ่านหนังสือ แล้วพยายามเล่นออกมา” ขณะที่ผู้อำนวยการสร้ง เอ็ด แซ็กซอน บอกว่า “มันมีความรู้สึกว่ากำลังดูของจริง รู้สึกถึงชายคนหนึ่งที่พยายามควบคุมทุกอย่างเอาไว้ให้ได้ กับการออดิชันวันนั้น เท็ดคือกัมบ์ ผมรู้สึกถึงแรงดึงดูดแบบนั้น”

เท็ดเพิ่มเติมข้อมูลให้กับตัวเอง ด้วยการค้นคว้าเรื่องราวของบรรดาฆาตกรฆ่าต่อเนื่อง เข้าบาร์ของคนข้ามเพศเป็นประจำ, สัมภาษณ์คนมากมายเพื่อที่จะได้เข้าใจพฤติกรรมอยากเปลี่ยนเพศของบิลล์ได้ดีขึ้น และที่พิลึกกึกกือไม่แพ้กันก็คือ โจนาธาน เด็มม์ ถ่ายฉากของบิลล์บางฉากที่ เบลแอร์, โอไฮโอ บ้านเกิดของเลวีนนันเอง ระหว่างถ่ายทำ เลวีนเข้ากันได้ดีกับเหยื่อในการลักพาตัวของบิลล์ ที่เล่นโดย บรูค สมิธ ซึ่งโจดี ฟอสเตอร์ ตั้งชื่อเล่นให้เธอว่า แพ็ตตี เฮิร์สท์ ชื่อของลูกสาวมหาเศรษฐีสิ่งพิมพ์ ที่ถูกลักพาตัวตอนอายุ 19 ปี

ขณะที่ฉากเต้นรำของบิลล์ ซึ่งกลายเป็นที่ฮือฮาอย่างมาก เกือบจะไม่ได้ปรากฏอยู่ในเรื่องแล้ว ในฉากนี้บิลล์กำลังชื่นชมกับบรรดาผีเสื้อราตรีที่กำลังโผล่ออกมาจากดักแด้ ด้วยการเต้นรำในสภาพกึ่งเปลือย ซึ่งเป็นฉากสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความคิดข้างในของตัวละคร และมีอยู่ในนิยายของโธมัส แฮร์ริส อย่างไรก็ตาม ฉากนี้ถูกตัดออกไปจากบท และคงไม่มีการถ่ายทำหากเลวีน ไม่ยืนยันว่าต้องมีฉากนี้ในเรื่อง เพราะเขาคิดว่านี่คือฉากที่ให้คำจำกัดความของตัวละครตัวนี้ และกับการเตรียมตัว เขาบอกว่า “ผมต้องกระดกเหล้าเตกีลาไปสักสอง-สามช็อตก่อนเข้าฉาก”

the_silence_of_the_lambs-sadaos_scoop-05

ส่วนหนึ่งของเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากอวัยวะมนุษย์ ที่พบในบ้านของเอ็ด เกน

ผลกระทบ
เมื่อหนัง Silence of the Lambs ออกฉาย หนังเจอการประท้วงจากกลุ่มเกย์เลสเบียน สำหรับการถ่ายทอดภาพชีวิตเชิงลบของตัวละครที่เป็นคนข้ามเพศ ในนิยายจะมีการถกเถียงระหว่างเอฟบีไอและคนที่ตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดทางเพศ เพื่ออธิบายว่า บิลล์เชื่อว่าตัวเองเปลี่ยนเพศได้ แต่ฉากนั้นถูกตัดออกไปในหนังฉบับที่ฉายโรง แต่ก็ถูกนำกลับมาใส่ใหม่ในฉบับดีวีดี

หลังการถ่ายทำเสร็จสิ้น เลวีนบอกว่า “มันเป็นงานที่ยาก และผมจะไม่รับบทอะไรแบบนี้อีกแล้ว” นับจากนั้นก็พยายามรับบทที่เป็นฮีโรมากขึ้น เพื่อเลี่ยงการติดอยู่กับบทแบบเดิมๆ และบทบาทสำคัญของเขาก็คือ การเล่นเป็นสารวัตร สตอทเทิลเมเยอร์ในซีรีส์เรื่อง Monk

ขณะที่ตัวละครบัฟฟาโล บิลล์ ยังถูกนำเสนอต่อไปอีก เช่น เป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวละคร คริส กริฟฟิรของเซ็ธ กรีน ใน Family Guy

the_silence_of_the_lambs-sadaos_scoop-08

จอห์น อี ดักลาส เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ ผู้ให้ข้อมูลกับ โธมัส แฮร์ริส

ฮันนิบาล เลคเตอร์
และสำหรับชายที่ช่วยคลาริซ สตาร์ลิงจับกุมบัฟฟาโล บิลล์ จุดกำเนิดของตัวละครจิตบิดเบี้ยวรายนี้ ไม่เคยมีการเปิดเผย และนักเขียนหลายๆ คนก็มีทฤษฎีว่า ตัวละครรายนี้มีที่มาจากบรรดาฆาตกรฆ่าต่อเนื่องหลายต่อหลายคน ที่รู้จักกันดีในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา

โธมัส แฮร์ริสเอง ก็ไม่ค่อยให้สัมภาษณ์ หรืออธิบายอะไรออกมาอย่างเป็นทางการว่า แรงบันดาลใจของตัวละครตัวนี้มาจากไหน และคำตอบที่ดีที่สุดน่าจะมาจากจอห์น ดักลาส ที่เปรียบได้กับอาจารย์ของเขากล่าวไว้ “คนจำนวนมากที่ต้องจัดการกับคดีอาชญากรรม และคนที่ต้องตัดสินใจในเรื่องของการรอลงอาญา หรือว่าภาคทัณฑ์ ไม่อยากรู้เรื่องอาชญากรรมที่เกิดขึ้นหรอก สิ่งที่ผมมักจะพูดเสมอๆ ก็คือ ‘เพื่อเข้าใจศิลปิน คุณต้องดูที่งานของเขา’ แฮร์ริสมองเห็นอะไรแบบนี้ แล้วสิ่งที่เขาทำก็คือ เอามาประกอบกัน ฮันนิบาล เลคเตอร์ ไม่ได้มีอยู่จริง และต้องขอบคุณพระเจ้าที่ไม่มีใครเหมือนเขา”
จากเรื่อง ย้อนอดีตหนังดัง The Silence of the Lambs เรื่องราวแท้จริงของฮันนิบาล เลคเตอร์ และบัฟฟาโล บิลล์ โดย ลุงทอย นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1193 ปักษ์แรกตุลาคม 2558

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านงานวิจารณ์หนัง และเพลง แบบนี้ ได้ด้วยการกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์กันไว้ก่อน ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  • 26
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    26
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On