รัทเจอร์ ฮาวเออร์ ดาวร้ายในตำนานจาก Blade Runner

SHARE THIS
  • 165
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    165
    Shares

แม้จะไม่ใช่ดาราแถวหน้าระดับซูเปอร์สตาร์ แต่รัทเจอร์ ฮาวเออร์ นักแสดงชาวดัทช์ ก็มีผลงานที่น่าจดจำไม่น้อยฝากไว้ในฮอลลีวูด โดยเฉพาะบทรอย แบ็ตตี ตัวร้ายใน Blade Runner เมื่อปี 1982 ที่เป็นหนังไซ-ไฟคลาสสิคอีกเรื่องหนึ่งในโลกภาพยนตร์ แต่เมื่อ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าของตำแหน่ง นักแสดงชาวดัทช์ที่ดีที่สุดแห่งศตวรรษ จากสื่อในบ้านเกิดก็จากไปแล้วด้วยวัย 75 ปี ที่บ้านในเนเธอร์แลนด์ หลังจากล้มป่วยได้ไม่นาน

ที่น่าตลกก็คือ การแสดงที่ได้รับคำชื่นชมที่สุดของเขา บทรอย แบ็ตตีหัวหน้าแก๊งมนุษย์สังเคราะห์ นักฆ่าที่ยังมีจิตใจของฮาวเออร์ ต้องปะทะกับบทตัวเอกของเรื่องที่เล่นโดยแฮร์ริสัน ฟอร์ด อยู่ในหนังไซ-ไฟ, นัวร์ ที่คว่ำสนิทเมื่อออกฉายครั้งแรกในปี 1982 ของผู้กำกับริดลีย์ สก็อทท์ แต่กลับกลายเป็นงานฮิทในแบบคัลท์ และส่งอิทธิพลต่อหนังในยุคหลังๆ อีกมากมาย ขณะที่บทแบ็ตตีก็กลายเป็นตราประทับติดตัวฮาวเออร์จนแยกไม่ออก

บทบาทในหนังฮอลลีวูดเรื่องล่าสุดของฮาวเออร์ต้องย้อนไปถึงปี 2005 ในบทคาร์ดินัล โรร์ค จาก Sin City และผู้บริหารตัวร้ายของเวย์น คอร์ป. ซึ่งบรูซ เวยน์ฉีกหน้ากากออกมาใน Batman Begins ของคริสโตเฟอร์ โนแลน รวมทั้งไปปรากฏตัวในซีรีส์ True Blood ด้วยการเล่นเป็น ไนออลล์ บริแกนท์ ราชาแห่งเผ่าพันธุ์ที่ต่อสายมาถึงตระกูลสแต็คเฮาส์ และเป็นปู่ที่อยู่ดินแดนแห่งเทพของซูกี, เจสัน แสต็คเฮาส์ และฮันเตอร์ ซาวอย นอกจากนี้ ฮาวเออร์ยังไปเล่นเป็นคิงสลีย์ ในละครเพลงเบาสมอง เรื่องราวจากยุคกลาง Galavant ทางช่องเอบีซีในปี 2015 อีกด้วย

แต่บทในซีรีส์แวมไพร์ True Blood ก็ไม่ใช่แค่หนเดียวที่ฮาวเออร์รับบทในหนังแนวนี้ เพราะถึงจะฝากฝีมือชั้นดีเอาไว้ในหนังหลายๆ เรื่อง แต่ฮอลลีวูดก็มักจะมอบบทในหนังสยองขวัญ, เขย่าขวัญ และบทในหนังแวมไพร์ให้เขาเป็นประจำ ทั้งบท แวน เฮลซิง ในหนังDracula 3D ของดาริโอ อาร์เจนโต, บทแวมไพร์ บาร์โลว์ในมินิซีรีส์ ที่ดัดแปลงจากนิยายเรื่อง Salem’s Lot ของสตีเฟน คิงเมื่อปี 2004 ที่เล่นกับร็อบ โลว์, อังเดร บรอเฮอร์ และโดนัลด์ ซุทเธอร์แลนด์

ฮาวเออร์ได้ชื่อว่าเป็นหนุ่มหน้าตาดี, มีความกระตือรือร้น และพูดได้หลายภาษา เกิดเมื่อ 23 มกราคม 1944 ที่บรูเคเลน เมืองใกล้ๆ อัมสเตอร์ดัม ในเนเธอร์แลนด์ ถึงจะโตมาในครอบครัวที่พ่อและแม่เป็นครูสอนการแสดง ฮาวเออร์กลับหันไปหาเรื่องการประดิษฐ์งานฝีมือแทน แถมพออายุ 15 ก็ออกจากบ้านไปใช้ชีวิตกับเรือพาณิชย์ จนปี 1962 ถึงได้เข้าเรียนการแสดงหากก็เป็นเวลาสั้นๆ เพราะต้องออกจากโรงเรียนกลางคันเพื่อไปเป็นทหาร แต่หลังจากนั้นฮาวเออร์ก็ผันตัวไปเป็นนักแสดงละครเวที กลายเป็นหนึ่งในทีมละครแนวทดลองของ Noorder Compagnie ที่เดินสายออกทัวร์ไปทั่วอยู่หลายปี โดยเขาเป็นทั้งนักแสดง, กำกับ และทำหน้าที่ออกแบบเสื้อผ้า รวมถึงเป็นล่าม

จนปี 1969 ฮาวเออร์ก็แจ้งเกิดเต็มตัว เมื่อผู้กำกับพอล เวอร์โฮเวน เลือกเขามารับบทนำใน Floris ซีรีส์โทรทัศน์เรื่องราวเกี่ยวกับยุคกลาง ที่เขาเป็นอัศวินในแบบเดียวกับไอแวนโฮ ที่เดินทางกลับมาจากสงครามครูเสด แล้วต้องไปพัวพันกับเรื่องราวที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลในศาล ซึ่งกลายเป็นซีรีส์ที่ได้รับความนิยมจากผู้ชม และเมื่อมีการสร้างซีรีส์เรื่องนี้ใหม่อีกครั้งในปี 1975 ในชื่อ Floris von Rosemund ฮาวเออร์ก็กลับมารับบทเดิม

แต่ Turkish Delight หนังดรามาที่ว่าด้วยเรื่องทางเพศในปี 1973 ของเวอร์โฮเวน ซึ่งฮาวเออร์เล่นประกบกับ โมนีค ฟาน เดอ เวน คือหนังที่ทำให้เขากลายเป็นดาราระดับหัวแถวของวงการภาพยนตร์แดนกังหันลม รวมถึงเป็นนักแสดงทำเงิน เมื่อหนังทำรายได้อย่างงดงามในบ้านเกิด และเข้าชิงออสการ์สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม

ฮาวเออร์และฟาน เดอ เวนกลับมาร่วมงานกับเวอร์โฮเวนอีกในหนังดรามาย้อนยุค Katie Tippel (1975) แล้วก็ตามด้วยหนังมหากาพย์สงครามโลกครั้งที่สอง Soldier of Orange (1977) และหนังดรามาร่วมสมัย Spetters (1980) ซึ่งทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยเฉพาะการที่หนังดัทช์ของเวอร์โฮเวนเหล่านี้ กลายมาเป็นหนังฮิตตามโรงอาร์ทเฮาส์ในสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้เขาได้บทในหนังฮอลลีวูดเป็นครั้งแรก ด้วยการเป็นผู้ก่อการร้ายในหนังเรื่อง Nighthawks เมื่อปี 1981 ประกบกับซิลเวสเตอร์ สตอลโลน แม้จะได้รับคำชื่นชมแต่พอมาถึงหนังฮอลลีวูดเรื่องที่สอง ฮาวเออร์ก็สร้างความประทับใจและกลายเป็นที่จดจำได้ยิ่งกว่า และแทบจะทันทีกับบทแบ็ตตีใน Blade Runner ซึ่งสร้างมาจากเรื่อง Do Androids Dream of Electric Sheep? ของฟิลลิป เค. ดิค ที่เขาคิดบทพูดเองในฉากที่ตัวละครของเขาต้องเผชิญหน้ากับตัวละครของฟอร์ด ที่เป็นศัตรูกัน แม้หนังจะลาโรงอย่างรวดเร็ว แต่ก็กลายเป็นหนังเรื่องสำคัญในโลกของภาพยนตร์ไซ-ไฟมาจนถึงทุกวันนี้ และหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญก็คือ การแสดงที่น่าตื่นตาของฮาวเออร์

การทำงานในอเมริกาของเขาแตกต่างไปจากในบ้านเกิด เพราะฮาวเออร์มักจะได้รับบทในหนังแอ็คชันเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในยุค 80 ที่มีบทเด่นๆ อย่าง การเป็นตัวเอกในหนังแฟนตาซีทุนสูง Ladyhawke (1985), ได้ร่วมงานกับเวอร์โฮเวนในหนังฟันดาบและเกราะเหล็กที่สร้างโดยฮอลลีวูด Flesh & Blood (1985), เล่นเป็นนักฆ่าโรคจิตใน The Hitcher (1986) และนักล่าค่าหัวขี้เมา ที่สตีฟ แม็คควีนเคยเล่นเอาไว้ ใน Wanted: Dead or Alive (1986) หนังตะวันตกฉบับรีบูทออกฉายทางโทรทัศน์ หากไม่มีผลงานเรื่องไหนเลยที่ทำให้เขาได้รับการตอบแทนในเรื่องรางวัล จนกระทั่งมารับบทชายผู้อ่อนไหวที่กลายเป็นคนจรจัดขี้เมาและอาชญากรชั้นต่ำ ซึ่งค้นพบการไถ่โทษสิ่งที่ทำมาในปารีส จากหนังอิตาเลียนของเออร์แมนโน ออลมี The Legend of the Holy Drinker (1988) ที่ทำให้เขาได้รางวัลสิงห์โตทองคำจากงานเทศกาลภาพยนตร์เวนิซ แต่น่าเสียดายที่หนังไปได้ไม่ไกลเกินกว่าผู้ชมในกลุ่มหนังอาร์ทเฮาส์ จนทำให้ถูกหลงลืมไป
มาถึงยุค 90 ฮาวเออร์กลายเป็นนักแสดงสมทบขาประจำในหนังอเมริกันและหนังที่สร้างนอกบ้านเกิดหลายๆ เรื่อง ที่ส่วนใหญ่กลายเป็นหนังสร้างลงตลับวิดีโอด้วยซ้ำ หากก็มีที่พอน่าจดจำบ้างอย่าง บทลอร์ดโลโธส แวมไพร์ใน Buffy the Vampire Slayer ฉบับหนังใหญ่

ปี 1982 ฮาวเออร์รับเล่นหนังโทรทัศน์อเมริกันเป็นเรื่องแรก ด้วยการรับบท อัลเพิร์ท สเพียร์ เจ้าหน้าที่นาซี ใน Inside the Third Reich ซึ่งดัดแปลงจากหนังสือของสเพียร์เอง ที่น่าประหลาดใจก็คือ งานโทรทัศน์ที่น่าสนใจของเขาส่วนใหญ่ มักเป็นเรื่องที่เกิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และรางวัลลูกโลกทองคำสองครั้งที่เขาได้รับ ก็มาจากบทในหนังที่เหตุการณ์เกิดขึ้นในตอนนั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้นำการก่อจลาจลในค่ายกักกัน จาก Escape From Sobibor (1987) และบทเจ้าหน้าที่หน่วยเอสเอสในหนังดรามาที่เหตุการณ์เกิดขึ้นในอีกจักรวาลหนึ่ง Fatherland (1994)

แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีบทเด่นๆ จากฮาวเออร์ให้จดจำมากนัก แม้ในบางปี อย่างปี 2001 เขาเล่นหนังใหญ่ไปถึง 7 เรื่องก็ตามที โดยชีวิตช่วงหลังๆ ของเขาเป็นที่จดจำมากกว่าในเรื่องของการทำงานสังคม และการเป็นผู้สนับสนุนโดยเปิดเผยให้กับกรีนพีซ รวมถึงเป็นผู้ก่อตั้งองค์กรที่กระตุ้นเตือนให้รับรู้ถึงโรคเอดส์ที่ชื่อ สตาร์ฟิช

ฮาวเออร์แต่งงานสองครั้งกับไฮดี เมอร์ซ ซึ่งมีอายชา ฮาวเออร์ นักแสดงสาวเป็นทายาท และกับอิเนเค เทน คาท วัย 50 ปี

ที่วันนี้คงมีแต่บทบาทในภาพยนตร์มากมายของเขาให้จดจำ

โดย ลุงทอย เรื่อง รำลึกถึง รัทเจอร์ ฮาวเออร์ ดาวร้ายในตำนานจาก Blade Runner คอลัมน์ อำลา-อาลัย นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1287 ปักษ์แรกกันยายน 2562

 


SHARE THIS
  • 165
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    165
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On