FEATURESMusic Featuresอำลา อาลัย

รำลึกถึง ชาร์ลี วัตต์ส หนึ่งในสมาชิกหินกลิ้งรุ่นบุกเบิก ผู้แตกต่างที่จากไป

อาจจะไม่ใช่สมาชิกที่มีชื่อเสียงหวือหวาเช่นคนอื่น ๆ ของวงหินกลิ้ง – เดอะ โรลลิง สโตนส์ (The Rolling Stones) อย่าง มิค แจ็กเกอร์ (Mick Jagger) หรือ คีธ ริชาร์ดส์ (Kieth Richards) แต่ชาร์ลี วัตต์ส (Charlie Watts) มือกลองของวงที่เพิ่งจากไปเมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังต้องต่อสู้กับปัญหาสุขภาพมานานหลายปี จนทำให้ต้องวางมือจากการออกทัวร์ร่วมกับเพื่อน ๆ ในปีนี้ก็คือหินก้อนสำคัญของวง

วัตต์ส (ซ้ายสุด) กับเพื่อน ๆ หินกลิ้งในปี 1967

วัตต์สเกิดที่นีสเดน, ลอนดอนเมื่อ 2 มิถุนายน 1941 ในครอบครัวคนขับรถบรรทุก เขาคลั่งไคล้ดนตรีแจซตั้งแต่อายุยังน้อย โดยมีชาร์ลี พาร์เคอร์ (Charlie Parker) เป็นศิลปินโปรด แต่มาตกหลุมรักกลองหลังได้ยินงานของ ชิโค แฮมิลตัน (Chico Hamilton) จากนั้นก็ฝึกฝนด้วยตัวเองผ่านเสียงเพลงของศิลปินที่ชื่นชอบ เช่น พาร์เคอร์ และ ดุก เอลลิงตัน (Duke Ellington) พอเรียนจบวิทยาลัยศิลปะฮาร์โรว์ (Harrow Art College) วัตต์ก็ใช้เวลาสั้น ๆ เป็นสมาชิกวงบลูส์หลายต่อหลายวง และทำงานในบริษัทโฆษณาที่ลอนดอนไปด้วย ช่วงต้นยุค 60s ลอนดอนคือบ้านของดนตรีบลูส์และแจซ ซึ่งสตาร์ดังในอนาคตอย่าง แจ็กเกอร์, ริชาร์ดส์ และเอริก แคลปตัน (Eric Clapton) ล้วนเริ่มสร้างชื่อในตอนนั้น การทำงานดนตรีของวัตต์สเริ่มจริงจังมากขึ้น เมื่อเล่นให้กับวง อเล็กซิส คอร์เนอร์ส บลูส์ อินคอร์เปอเรตด์ (Alexis Korner’s Blues Incorporated) ซึ่งแจ็กเกอร์ก็เคยร่วมงานด้วย ที่ในปี 1963 เขาก็กลายเป็นสมาชิกหินกลิ้ง และเป็นสมาชิกคนสุดท้าย หลังวงใช้เวลาหามือกลองอยู่นาน โดยคนอื่น ๆ ก็หวั่นอยู่่ว่า วัตต์สจะเจ๋งเกินไปสำหรับพวกเขา ริชาร์ดส์เล่าว่า วงอยากได้วัตต์สมาก จนทุกคนยอมลดค่าตัวเพื่อเอามาจ่ายให้เขาแบบสมน้ำสมเนื้อ ส่วนวัตต์สก็คิดว่า วงดนตรีวงนี้ถ้าโชคดีคงมีอายุเต็มที่แค่ปีเดียว แต่ในที่สุด หินกลิ้งยังคงอยู่มาจนถึงปี 2021

“ทุกวงที่ผมเคยเล่นมีอายุราว ๆ อาทิตย์เดียว” วัตต์เล่าในการให้สัมภาษณ์ตอนยุค 90s “ผมคิดว่าเดอะ สโตนส์ น่าจะอยู่ได้สักอาทิตย์ และก็เป็นสองสัปดาห์ จากนั้นก็ปาเข้า 30 ปีแล้ว”

แม้สมาชิกจะเข้า ๆ ออก ๆ เป็นระยะ ๆ แต่วัตต์สก็เป็นพลังขับเคลื่อนอยู่หลังกลองชุดของวง ร่วมกับแจ็กเกอร์และริชาร์ดส์มาตลอด ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่แฟนเพลงร็อก วัตต์สจำได้ดีถึงการแนะนำให้รู้จักกับเพลงบลูส์และร็อกจากริชาร์ดส์ และไบรอัน โจนส์ (Brian Jones)

“คีธสอนวิชาร็อกแอนด์โรลล์ให้ผม” วัตต์สบอกกกับไทม์ส (Times) “เรามีอะไรให้ทำตลอดทั้งวันไม่มากนัก ก็เลยเล่นเพลงพวกนี้ซ้ำไปซ้ำมา ผมเลยได้รู้จักและรักมัดดี้ วอเทอร์ส (Muddy Waters) คีธทำให้ผมได้รู้ว่า เอลวิส เพรสลีย์ เจ๋งขนาดไหน ซึ่งผมเกลียดเอลวิสมาตลอดจนถึงตอนนั้น”

วัตต์สกับภรรยา เชอร์ลีย์ แอนน์ เชพเฮิร์ด

วัตต์สไม่เคยเป็นข่าวพาดหัวเหมือนแจ็กเกอร์และริชาร์ดส์ ที่มีทั้งเรื่องเหล้ายาปลาปิ้ง การทำตัวเป็นขบถ รวมถึงเรื่องสาว ๆ เมื่อควงเซเล็บหญิงชื่อดังเป็นว่าเล่น แต่เขากลับเข้าพิธีแต่งงานอย่างเงียบ ๆ กับ เชอร์ลีย์ แอนน์ เชพเฮิร์ด (Shirley Ann Shepherd) ที่คบหากันมานานในปี 1964 และใช้ชีวิตร่วมกันจนถึงวินาทีสุดท้าย รวมเวลาถึง 57 ปี กระทั่งการแต่งกายไม่ว่ามิค, คีธ หรือโจนส์ จะวูบวาบวิบวับขนาดไหน วัตต์สจะอยู่ในชุดที่เรียบร้อย ภูมิฐานของ ซาวิลล์ รอว์ (Savile Row) เสมอ และปี 2006 วานิตี้ แฟร์ (Vanity Fair) ก็ให้เขาเป็นหนึ่งในคนที่แต่งตัวดีที่สุด

รอยด่างพร้อยของวัตต์ส เกิดขึ้นในยุค 80s เมื่อเขามีปัญหาติดเหล้าและเฮโรอีน แต่ก็เป็นเพียงการทดลองเล่นชั่วครู่ชั่วยาม “นายน่าจะเล่นมันบ้าง ตอนอายุมากขึ้น” วัตต์สพูดถึงคำแนะนำครั้งหนึ่งของคีธ ริชาร์ดส์ “คีธบอกผมแบบนี้! แต่มันก็ติดอยู่ในหัว แล้วผมก็แค่หยุดทำสิ่งอื่น ๆ” ซึ่งคนที่ทำให้วัตต์สกลับมาได้ก็คือ เชอร์ลีย์ แอนน์ “ตอนนั้น ผมรู้สึกเหมือนกำลังทำสงครามกับตัวเอง”

แม้จะเป็นหนึ่งในเดอะ โรลลิง สโตนส์ แต่วัตต์สก็ยังปลีกตัวไปทำงานแจซที่เขารัก อาทิ หนังสือภาพสำหรับเด็ก High Flying Bird ที่บอกเล่าชีวิตของชาร์ลี พาร์เคอร์, จับมือกับเอียน สจวร์ต (Ian Stewart) มือคีย์บอร์ดส์ ที่ทำงานกับเดอะ สโตนส์มานาน และได้ชื่อว่าเป็นสมาชิกคนที่ห้าของวง ทำวงแจซ ร็อกเก็ต 88 (Rocket 88) แล้วพอหินกลิ้งพักวงตอนยุค 80s วัตต์สก็ตั้งวงบิกแบนด์ เดอะ ชาร์ลี วัตต์ส ออร์เคสตร้า (the Charlie Watts Orchestra) ที่ออกอัลบั้มแจซชุดแรกของเขา ‘Live at Fulham Town Hall’ มาในปี 1986 จากนั้นในยุค 90s เขาก็ตั้งวง เดอะ ชาร์ลี วัตต์ส ควินเท็ต (the Charlie Watts Quintet) ที่ขยับขยายไปเป็น เดอะ ชาร์ลี วัตต์ส แอนด์ เดอะ เทนเท็ต (the Charlie Watts and the Tentet) ซึ่งนอกจากจะเล่นเพลงแจซ ดนตรีที่เขารักมาทั้งชีวิต วงเหล่านี้ก็ไม่ใช่วงที่จะขึ้นเล่นบนเวทีใหญ่ ๆ ในสนามกีฬาเหมือนที่หินกลิ้งทำเป็นประจำ

กระทั่งการจัดชุดกลองของวัตต์สในเดอะ สโตนส์ก็ยึดกับรากของดนตรีแจซ เน้นความเรียบง่าย มีอุปกรณ์ทั้งหมด 7 ชิ้น รวมทั้งฉาบ โดยไม่เคยเปลี่ยน ซึ่งริงโก สตารร์ (Ringo Starr) ที่เริ่มเล่นในวงเดอะ บีเทิลส์ (The Beatles) ด้วยชุดกลองเล็ก ๆ แล้วก็เพิ่มมากขึ้นเมื่อวงพัฒนาไปเรื่อย ๆ เล่าว่า ช่วงเวลาที่น่าจดจำของเดอะ สโตนส์สำหรับเขา ไม่ใช่การโชว์โซโลกลองยาวเหยียด 5 นาที แต่เป็นเรื่องรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เป๊ะ และพิถีพิถัน ของวัตต์ส

แจ็กเกอร์กับริชาร์ดส์ ต่างชื่นชมวัตต์สทั้งในฐานะเพื่อนและนักดนตรี ริชาร์ดส์บอกว่าวัตต์สคือ “กุญแจ” และมักพูดติดตลกว่า ความสัมพันธ์ของพวกเขาแข็งแกร่งมาก แถมบางทีบนเวที เขาจะแหย่วัตต์สด้วยการเปลี่ยนจังหวะแบบปุบปับ แต่วัตต์สก็เปลี่ยนกลับมาเล่นให้ถูกต้องได้ทุกทีแบบทันควัน

และวันนี้ ไม่มีหินกลิ้งผู้แตกต่าง อยู่หลังกลองชุด หยอกล้อกับ ริชาร์ดส์ และคุมจังหวะได้อย่างถูกต้องคนนี้อีกต่อไปแล้ว

โดย ลุงทอย

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่
 

What is your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0
Sadaos
พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

You may also like

More in:FEATURES

Comments are closed.