1959: ด้วยอะคูสติกกีตาร์ตัวเดียว และเครื่องอัดเทปอีกเครื่อง บัดดี ฮอลลี ทำการบันทึกเสียงครั้งสุดท้ายที่อพาร์ตเมนต์ในนิวยอร์ก โดยมีเพลงอย่าง “Peggy Sue Got Married”, “Crying, Waiting, Hoping”, “That’s What They Say”, “What To Do”, “Learning The Game” and “That Makes It Tough” หลังจากฮอลลีเสียชีวิตมีการนำเทปบันทึกเสียงครั้งนี้มาทำโอเวอร์ดับ แล้วจากนั้นโครัล เรคอร์ดส์ก็นำออกวางจำหน่าย
1983: เครือข่ายสถานีโทรทัศน์ดนตรี เอ็มทีวี ที่ออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง เริ่มต้นออกอากาศทางฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา โดย Group W Cable บริษัทโทรทัศน์ของเวสติงเฮาส์ ที่อยู่ในลอสแองเจลีส
2012: อเดลทุบสถิติของ The Beatles และ Pink Floyd ที่ยืนยงบนชาร์ตเพลงของสหรัฐอเมริกามานาน เมื่ออัลบัมชุดที่ 2 ของเธอ ‘21’ อยู่ในอันดับ 1 ของชาร์ตอัลบัมขายดีได้ถึง 16 สัปดาห์ ซึ่งเท่ากับที่อัลบัมซาวนด์แทร็กของหนัง ‘Titanic’ ทำได้ โดยอัลบัม ’21’ ออกวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนมกราคม 2011 และทำลายสถิติที่อัลบัม ‘Sgt Pepper’ ของ เดอะ บีเทิลส์ และ ’The Wall’ ของพิงก์ฟลอยด์ ทำเอาไว้ เมื่อทั้งสองอัลบัมอยู่ในอันดับ 1 ของชาร์ตได้ถึง 15 สัปดาห์
1960: เป็นวันเกิดของ ไมเคิล ฮัตเชนซ์ นักร้อง, นักแต่งเพลง ของวงร็อกออสเตรเลีย INXS ที่มีซิงเกิล “Need You Tonight” เป็นเพลงฮิตอันดับ 1 ในสหรัฐอเมริกาและเพลงฮิตอันดับ 2 ในอังกฤษ ขณะที่อัลบั้ม ‘Kick’ เมื่อปี 1987 ของพวกเขา ก็ทำยอดขายได้มากกว่า 10 ล้านก็อปปี เฉพาะในสหรัฐอเมริกา และมีเพลงซิงเกิลท็อปเทนถึง 4 เพลง ได้แก่ “Need You Tonight”, “Devil Inside”, “New Sensation” และ ”Never Tear Us Apart” อินเอ็กเซสสามารถขายอัลบัมได้มากกว่า 55 ล้านชุดทั่วโลก
ฮัตเชนซ์ เสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 1997 ที่ห้องสวีตของโรงแรมในซิดนีย์ ด้วยวัย 37 ปี ร่างเปลือยเปล่าของเขาถูกพบอยู่หลังบานประตู ในสภาพถูกแขวนคอ
เป็นกำลังใจให้ www.facebook.com/Sadaos ด้วยการสนับสนุนทางการเงิน ได้ที่บัญชีธนาคารกสิกรไทย หมายเลข 100-2-10283-4 แล้วส่งสลิปการโอนมาที่ shopsadaos@gmail.com เพื่อรับของขวัญแทนคำขอบคุณให้ผู้สนับสนุนที่โชคดีเป็นประจำทุกเดือน
ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่















