หนังนอกโรง รักเธอสุดที่รัก The Great Gatsby งานรุ่มรวยของแบซ เลอหร์แมน

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

THE GREAT GATSBY (2013) the greatest thing you’ll ever learn is just to love and be loved in return
กำกับ-แบซ เลอห์แมน ผู้แสดง-ลีโอนาร์โด ดิคาร์ปริโอ, โทบี้ แม็กไกวร์, แครี่ มัลลิแกน

great_gatsby(หมายเหตุ ภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถซื้อและเช่าได้แล้วที่ ไอทูนส์ สโตร์ ส่วนอัลบั้มซาวนด์แทร็คก็สามารถดาวน์โหลดได้ที่เดียวกัน)

ในขณะที่ชื่อนิยายของเอฟ.สก็อตต์ ฟิทช์เจอรัลด์ (และรวมถึงชื่อหนังของแบซ เลอห์แมนด้วย) ‘The Great Gatsby’ ดูเหมือนจะไม่ได้สะท้อนความหมายตามตัวหนังสืออย่างตรงไปตรงมา หมายความว่า-ในแง่มุมหนึ่ง แกสบี้ก็ไม่ได้ great’ หรือยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง (ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับมุมมองและระดับของการตีความ ซึ่งเปิดโอกาสให้สนับสนุน และโต้แย้งสมมติฐานนี้ต่างๆนานา) ปรากฏว่า ชื่อภาษาไทยอย่างเป็นทางการของหนังเรื่องนี้ ซึ่งถูกใช้มาตั้งแต่เมื่อครั้งที่หนังฉบับสร้างปี 1974 ของแจ็ค เคลย์ตั้นถูกส่งเข้ามาฉายในบ้านเราเป็นอย่างน้อยและเวอร์ชั่นล่าสุด ก็ยังคงใช้ชื่อนี้ (และคงต้องรบกวนผู้รู้ช่วยให้ข้อมูลด้วยว่า ใครเป็นคนตั้ง และตั้งไว้นับแต่เมื่อใด) และนั่นก็คือ “รักเธอสุดที่รัก”-กลับอธิบายความหมายของเนื้อหาและสาระสำคัญของทั้งตัวหนังสือและตัวหนังได้อย่างเข้าถึงแก่นแกนของมัน

พูดง่ายๆ มันเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด และมันเป็นจุดจบด้วยเช่นกัน อีกทั้งมันยังช่วยให้ผู้ชมภาพยนตร์ตระหนักได้ในที่สุดว่า อะไรเป็นตัวการสำคัญที่นำพาให้ตัวเอกของเรื่องต้อง ‘ดิ้นรนและดันทุรัง’ อย่างน่าสมเพชเวทนา-ถึงเพียงนี้

[one_two][/one_two]

อย่างที่ข้อมูลในเชิงสถิติบันทึกไว้นั่นเอง นิยายเรื่อง The Great Gatsby ของเอฟ.สก็อตต์ ฟิทช์เจอรัลด์ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1925 ถูกนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ราวๆ 5-6 ครั้ง แต่จนแล้วจนรอด ก็ยังคงไม่มีการดัดแปลงครั้งไหนที่ได้รับเสียงแซ่ซ้องสรรเสริญอย่างพร้อมเพรียง หรือสามารถจะอวดอ้างได้ว่าเป็น ultimate version หรือเวอร์ชั่นที่มติมหาชนพร้อมใจกันเรียกว่าเป็น ‘ที่สุดของแจ้’ และคงเป็นด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้คนทำหนังทั้งหลายไม่ลดละความพยายาม

ข้อน่าสังเกตก็คือ นับเฉพาะสหัสวรรษใหม่ที่ล่วงพ้นมาแล้วสิบกว่าปี นิยายของฟิทช์เจอรัลด์เรื่องนี้ถูกนำมาดัดแปลงเบ็ดเสร็จรวมสามครั้งเป็นอย่างน้อย (และนี่เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่า หนังสือของพิทช์เจอรัลด์-เป็นผลงานที่ทนทานต่อการพิสูจน์ด้วยกาลเวลาจริงๆ) และล่าสุดก็คือเวอร์ชั่นของแบซ เลอห์แมน ซึ่งก็ต้องบอกว่า มันเป็นความพยายามที่น่ายกย่องชื่นชม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการนำเสนอด้วยรูปแบบของหนังสามมิติซึ่งเมื่อประกอบกับสไตล์ทางด้านภาพอันฉูดฉาดบาดตาของเลอห์แมนที่แฟนพันธุ์แท้ของเขาล้วนตระหนักดีว่า มันไม่เคยรู้จักคำว่า ‘บันยะบันยัง’ มันก็ส่งผลให้ภาพเคลื่อนไหวที่ปรากฏเบื้องหน้าของผู้ชม-ก็ไม่แตกต่างไปจากการปรนเปรอและเฉลิมฉลองอย่างเมามันในแง่ของการมองเห็นของผู้ชม (อันที่จริงแล้ว คงต้องรวมการใช้เสียงเข้าไปด้วย) และมันตอกย้ำถึงความเละเทะและฟอนเฟะของวงสังคมชั้นสูงและระดับศีลธรรมของทศวรรษที่ 1920 ได้อย่างน่าตื่นตา

แต่ถึงกระนั้น ระยะทางไปสู่การเป็น ‘ฉบับดัดแปลงอย่างเป็นทางการ’ หรือ official version ก็ยังอีกไกลโขทีเดียว (แม้ว่าจริงๆแล้ว เวอร์ชั่นแบบนั้นไม่น่าจะมีอยู่จริง ไม่ใช่เรื่องจำเป็น และบางที การนำเอาวรรณกรรมคลาสสิกมาตีความใหม่เรื่อยๆเหมือนกับกรณีของ Romeo+Juliet ก็ถือเป็นเสมือนความรับผิดชอบอย่างหนึ่งของศิลปิน นัยว่าเพื่อตอกย้ำว่างานศิลปะที่ทรงคุณค่าไม่เคยติดอยู่ในกับดักของกาลเวลา) ในแง่มุมหนึ่ง เวทมนต์คาถาทางด้านภาพ (และเสียง) เพียงลำพัง-ไม่สามารถค้ำจุนให้หนังยืนหยัดอย่างแข็งแรงได้ตลอดทั้งเรื่อง และเอาเข้าจริงๆแล้ว ครึ่งเรื่องหลังของหนัง อันได้แก่ช่วงที่งานปาร์ตี้ที่คฤหาสน์ของแกสบี้สิ้นสุดลง สภาพของหนังก็เหมือนกับคนที่เมาค้างจากงานเลี้ยงสุดขีดคลั่งเมื่อคืนวาน มันดูล่องลอย ไม่มีความกระฉับกระเฉงและกระปรี้กระเปร่าอย่างในช่วงครึ่งเรื่องแรก หรือแม้แต่สติปัชัญญะที่ครบถ้วนสมบูรณ์

the great gatsby pix01แต่นั่นก็ยังไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายเท่ากับองค์ประกอบทางด้านดราม่าที่ทำงานได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย จนดูคลับคล้ายว่า มันเป็นเหมือนกับจุดอ่อนของเลอห์แมนมาตั้งแต่ไหนแต่ไร หรือพูดง่ายๆ ทันที่เงื่อนไขของเนื้อหากำหนดให้ตัวละครต้องมีปฏิสัมพันธ์กันในฉากที่ต้องทอดจังหวะและให้ความสำคัญกับการผ่านพ้นไปของระยะเวลา และคนทำหนังไม่ได้รับอนุญาตให้ชักจูงชี้นำหรือล่อหลอกผู้ชมด้วยลูกเล่นทางด้านภาพและเสียงอันหวือหวาแพรวพราว มันก็ดูเหมือนกับว่าคนทำหนังไม่รู้ว่าจะ ‘ไปต่อ’ ยังไง และความเข้มข้นตลอดจนพลังดึงดูดของหนัง-ก็อ่อนล้าโรยแรงไปดื้อๆซะอย่างนั้นเอง และการที่หนังพยายามจะแทรกแซงความต่อเนื่องลื่นไหลของเหตุการณ์ด้วยการตัดต่อด้วยช็อทสั้นๆ หรือใช้เทคนิคพิเศษมาช่วย-ก็รังแต่จะยิ่งทำให้หนังดูเป็นท่อนๆ กลายเป็นการพยายามจะเล่นมายากลทางด้านภาพ และลดทอนการมีส่วนร่วมของผู้ชมต่อตัวละครอย่างน่าเสียดาย

สองฉากที่ต่อเนื่องกัน และเป็นข้อต่อสำคัญที่นำไปสู่บทสรุปอันเป็นโศกนาฏกรรมของเรื่องทั้งหมด และผู้ชมจำเป็นต้องได้รับโอกาสดื่มด่ำและซับซับอย่างให้ระยะเวลา แต่กลับถูกกระทบกระเทือนด้วยวิธีการนำเสนอดังที่กล่าวข้างต้นก็คือ ช่วงที่เจย์ แกสบี้ (ลีโอนาร์โด ดิคาร์ปริโอ) ถูกเชื้อเชิญให้มาที่คฤหาสน์ของพวกบิวคาแนน ก่อนที่ทั้งหมดจะยกขบวนกันไปหาที่คลายร้อน ณ โรงแรมหรูในเมือง-ซึ่งนำไปสู่การเผชิญหน้าและเปิดเผยความจริง ไม่ต้องสงสัยว่าโดยเจตนาของผู้เขียน นี่คือฉากที่ยิ่งทำให้ระดับของอุณหภูมิซึ่งในทางกายภาพ มันอบอ้าวอยู่แล้ว เพิ่มดีกรีของความเดือดพล่านมากขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่า แท็คติกและกลวิธีของหนัง-กลับไม่ได้ช่วยสร้างความร้อนแรงเท่าที่ควร อันที่จริง มันกลับทำให้ ‘ลมปราณ’ ของหนังแตกซ่านและกระเจิดกระเจิง รวมทั้งโฟกัสและสมาธิของผู้ชม-ก็เหมือนกับถูกเบี่ยงเบน เดชะบุญที่แอ็คติ้งของดิคาร์ปริโอช่วยกอบกู้ฉากสำคัญเอาไว้ได้ (อันได้แก่ตอนที่เขาเกือบจะลุแก่โทสะ และลงไม้ลงมือทอมตามพื้นฐานกำพืดดั้งเดิมของตัวเอง) และมันช่วยผู้ชมตระหนักได้ว่า หนึ่งในน้ำหนักสำคัญของหนังทั้งเรื่อง-ก็คือ การนำเสนอด้านที่อาจจะเรียกได้ว่า ‘not so great’ ของแกสบี้นั่นเอง

ไม่ว่าจะอย่างไร ส่วนที่หนังของเลอห์แมนเบี่ยงเบนจากหนังสือ (ซึ่งจริงๆแล้ว เป็นสิทธิอันชอบธรรม) และกระทบโครงสร้างความหมายของเนื้อหาพอสมควร-เกี่ยวเนื่องกับบทบาทของเดซี่ บิวคาแนน (แครี่ มัลลิแกน) พูดอย่างย่นย่น เดซี่เวอร์ชั่นของเลอห์แมนดูจะเป็นเหยื่อของการถูกกระทำจากค่านิยมของสังคมที่เงินตราและสถานภาพทางชนชั้นมีความหมายมากกว่าความเป็นมนุษย์มนา และเป็นตัวละครที่ทั้งน่าสงสารและเห็นอกเห็นใจ กล่าวอีกนัยหนึ่ง คนทำหนังให้ความเมตตาเดซี่ย์มากกว่าตัวหนังสือของฟิทช์เจอรัลด์ที่มุ่งชี้ให้ผู้ชมได้เห็นตัวละครนี้ในบุคลิกตื้นเขิน โง่เขลา และเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้

ปัญหาก็คือในท้ายที่สุด หนังของเลอห์แมนกลับยังคงรักษาทัศนะและมุมมองความคิดเดียวกันกับในหนังสือโดยเฉพาะในส่วนของการตำหนิติเตียนพวกชนชั้นสูง นั่นรวมถึงเดซี่ย์ อันได้แก่ประโยคที่ผู้ชมได้ยินนิค คาร์ราเวย์ (โทบี้ แม็คไกวร์) ตัวละครที่เป็นคนเล่าเรื่องทั้งหมด-กล่าวสรุปถึงความ ‘careless’ หรือความไม่แยแสต่อการก่อกรรมทำเข็ญของทั้งเดซี่ย์ และทอม (โจเอล เอจเกอตั้น) สามีผู้มั่งคั่งของเธอ ในมุมของทอม เขาชั่วช้าสามานย์และเห็นแก่ตัวตามข้อกล่าวหาจริงๆ แต่สำหรับเดซี่ย์ มันดูเหมือนเธออยู่ในภาวะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้มากกว่าที่จะแสดงออกอย่างใจไม้ไส้ระกำ หรือโหดเหี้ยมเลือดเย็นโดยเจตนา และมันอาจจะทำให้ผู้ชมนึกสงสัยขึ้นมาได้ว่าหญิงสาวไปทำอะไรมาถึงต้องกับเจอกับข้อกล่าวหาแบบนั้น

[one_two][/one_two]

ไม่ว่าจะอย่างไร ส่วนที่แยบยลมากๆของหนังเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ ‘มุมมอง’ หรือ ‘องศา’ ที่หนังเลือกบอกเล่า และเป็นดังที่กล่าวข้างต้น มันไม่ได้มุ่งให้ผู้ชมได้เห็นเจย์ แกสบี้ในภาพลักษณ์ของเทพบุตรชวนฝันแบบโรเบิร์ต เรดฟอร์ด ผู้ซึ่งรับบทเจย์ แกสบี้ในเวอร์ชั่นปี 1974 แม้ว่าในตอนแรกที่ผู้ชมได้พบกับตัวละครนี้ คนทำหนังพยายามจะสร้างภาพลวงตาแบบนั้น แต่ทีละน้อย แกสบี้ในเวอร์ชั่นปี 2013 ของดิคาร์ปริโอ-ก็ดูเป็นตัวละครที่หน้ามืดตามัวและหมกมุ่นงมงายอยู่กับจินตภาพของคนรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้นและถลำลึกเกินไป และไม่ว่าผู้ชมจะสงสารเห็นใจพระเอกของเรามากน้อยแค่ไหน (ฉากหนึ่งที่ชวนให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกอย่างนั้น-ก็คือตอนที่เขาพยายามเจ้ากี้เจ้าการให้การได้ ‘รียูเนียน’ กับเดซี่ย์ออกมาสมบูรณ์แบบ แต่ทุกอย่างกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง) สิ่งเดียวที่เราทำได้-ก็คือการเฝ้ามองเขาลอยคออยู่กลางมหาสมุทรและค่อยๆจมน้ำไปต่อหน้าต่อตา โดยที่เราไม่อาจจะหยิบยื่นความช่วยเหลือใดๆ

แน่นอนที่สุดว่าการแสดงของลีโอนาร์โด ดิคาร์ปริโอมีส่วนอย่างยิ่งยวดในการทำให้ผู้ชมได้เห็นแกสบี้ในมุมที่นอกจากจะไม่ใช่ ‘the Great Gatsby’ ตามชื่อแล้ว ยังลงเอยด้วยการเป็น ‘the greatest loser of all time’ และไม่ว่าหนังของแบซ เลอห์แมนจะเล่นตัวโน๊ตที่แตกต่างและผิดเพี้ยนไปจากคีย์ดั้งเดิมของตัวหนังสือของฟิทช์เจอรัลด์ในส่วนอื่นๆอย่างไร

ปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่คือสรรพสำเนียงที่คนทำหนังเลือกถ่ายทอดได้อย่างไพเราะเพราะพริ้งและสวยสดงดงาม

โดย ประวิทย์ แต่งอักษร จากนิตยสาร สีสัน คอลัมน์ ภาพยนตร์ ตีพิมพ์ครั้งแรก มิถุนายน 2013


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On