หนังเรื่องไหนที่จะไปมีบทบาทบนเวทีออสการ์ (ตอนจบ)

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ช่วงปลายปีเก่าต่อต้นปีใหม่ คือเวลาของการประกาศรางวัลยืนยันความเยี่ยมยอดของสถาบันต่างๆ ในโลกภาพยนตร์ ซึ่งก็ต้องมีการคาดการณ์ เก็งรางวัลกันให้วุ่น โดยเฉพาะเวทีสำคัญอย่างรางวัลออสการ์ ที่ถูกยกให้เป็นยอดมงกุฏเพชรของวงการภาพยนตร์ไปแล้ว ซึ่งนิตยสารวาไรตี ก็คัดสรรหนังที่น่าจะมีบทบาทบนเวทีออสการ์เอาไว้ถึง 35 เรื่อง จากที่เริ่มต้นเปิดหน้าแนะนำกันไปในสองตอนที่แล้ว นี่คือหนังเรื่องที่เหลือ

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านงานวิจารณ์หนัง และเพลง แบบนี้ ได้ด้วยการกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์กันไว้ก่อน ได้ที่นี่

 

Room (เอทะเว็นตี้โฟร์)
นิยายขายดีของเอ็มมา โดโนฮิวจ์ ที่ว่าด้วยผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งต้องหาทางปรับตัวเข้ากับการใช้ชีวิต และลูกชาย หลังจากเธอที่ถูกจับตัวไปถึง 7 ปี กลายเป็นภาพยนตร์กระทบความรู้สึกโดยฝีมือของผู้กำกับ เลนนี อับราฮัมสัน ซึ่งว่ากันว่า บรี ลาร์สันมีโอกาสอย่างมาก กับการเข้าชิงในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ส่วนนักแสดงหนุ่มน้อยวัย 9 ขวบ จาค็อบ เทรมเบลย์ กับรุ่นใหญ่ที่แสดงได้เข้าตาทุกครั้งอย่าง โจน อัลเลน ก็เป็นชื่อที่แข็งแรงใช้ได้สำหรับการเข้าชิงในสาขานักแสดงสมทบ
 

Sicario (ไลออนเกทส์)
สมการของหนังเรื่องนี้ก็คือ Zero Dark Thirty + No Country for Old Men ในแบบที่รีดความเข้มข้นให้ระทึกข้นคลั่กมากกว่า โดยฝีมือของผู้กำกับ เดนนิส วิลเนิฟ ซึ่งเคยเข้าชิงออสการ์มาแล้วจาก Incendies หนนี้เขาพาเจ้าหน้าที่เอฟบีไอสาวของเอมิลี บลันท์ เข้าไปคลุกวงในปฏิบัติการที่ล้ำเส้น และไม่ถูกทำนองคลองธรรมเพื่อจัดการกับเจ้าพ่อค้ายาชาวเม็กซิกัน บทที่เขียนได้อย่างเขม็งตึงเครียดของเทย์เลอร์ เชอริแดน สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนให้ผู้ชมรู้สึกตลอดทั้งเรื่อง ขณะที่การแสดงของเบเนซิโอ เดล โทโร ก็เอาคนดูได้อยู่หมัด ในบทมือสังหารที่มาพร้อมกับแบ็คกราวนด์ที่ไม่น่าไว้ใจ
 

Son of Saul (โซนี พิคเจอร์ส คลาสสิคส์)
มาถึงวันนี้มีหนังพูดภาษาต่างประเทศเพียงเก้าเรื่องเท่านั้น ที่มีโอกาสเข้าชิงรางวัลหนังยอดเยี่ยมอย่างไรก็ตาม กับจุดเด่นของหนังเรื่องนี้ ที่เป็นการมองเข้าไปในค่ายกักกันอันน่าพรั่นพรึง ก็ถูกนำเสนอออกมาอย่างยอดเยี่ยม ในแบบที่บรรดาผู้ลงคะแนนทั้งหลายสามารถสัมผัสได้ถึงพลัง จากหนังที่เป็นผลงานกำกับเรื่องแรกของผู้กำกับลาสซโล เนเมสได้เป็นอย่างดี โดยหัวใจสำคัญนั้นอยู่ที่การแสดงของเกซา โรห์ริก กวีชาวยิวและหนึ่งในสมาชิกหน่วยพิเศษที่ทำหน้าที่จัดการเรื่องศพของคนชาติเดียวกันในค่ายกักกันของนาซี
 

Spotlight (โอเพน โรด)
หนังเกี่ยวกับการทำข่าว ที่ว่ากันว่าดีที่สุด นับตั้งแต่ All the President’s Men Spotlight นำเสนอเรื่องราวที่เป็นความดื้อรั้นของหนังสือพิมพ์บอสตัน โกลบเมื่อปี 2003 และกลายเป็นข่าวเด็ดที่คว้ารางวัลพูลิตเซอร์ เมื่อนักข่าวของพวกเขาทำการสืบสวนเจาะลึกลงไปในเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศในโบสถ์แคธอลิคที่แมสสาชูเส็ทท์ หนังสร้างจากบทที่เล่าเรื่องได้อย่างหนักแน่นของจอช ซิงเกอร์ และกำกับโดย ทอม แม็คคาร์ธีย์ รวมไปถึงได้ทีมนักแสดงชั้นยอดที่ประกอบด้วย มาร์ค รัฟฟาโล, ไมเคิล คีตัน และราเชล แม็คอดัมส์ มาเติมความเข้มข้นให้กับหนังดรามาฉลาดๆ เรื่องนี้
 

Star Wars Episode VII: The Force Awakens (ฟ็อกซ์)
หนังเรื่องนี้น่าจะเข้าชิง หรือกวาดรางวัลมากมายในสายของงานโปรดัคชัน หรือว่างานออกแบบต่างๆ แล้วกับรางวัลที่ใหญ่กว่านั้นล่ะ? ลอว์เรนซ์ คาสดานผู้ร่วมเขียนบทหนังตอนที่ได้รับคำชื่นชมมากที่สุด The Empire Strikes Back กลับมารับหน้าที่เดิมให้กับหนังเรื่องนี้ และกับบรรดานักแสดงหน้าใหม่ๆ ของหนัง มีใครบ้างที่พอจะส่องประกายได้? แล้วผู้กำกับ/ ผู้ร่วมเขียนบทอย่าง เจเจ เอบรามส์ จะยกระดับให้กับหนังชุดได้หรือเปล่า? ทั้งหมดเป็นเรื่องยากที่จะทำนาย เพราะอนาคตไม่มีอะไรแน่นอนเสมอ
 

Steve Jobs (ยูนิเวอร์แซล)
งานที่ถูกสร้างขึ้นมาจากฝีมือที่ไม่มีตกของผู้กำกับแดนนี บอยล์ และผู้เขียนบท แอรอน ซอร์คินส์ ที่คว้ารางวัลออสการ์มาแล้วทั้งคู่ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของที่น่าทึ่งของสตีฟ จ็อบส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทแอปเปิล ซึ่งบรรดานักวิจารณ์ต่างแซ่ซร้องสรรญเสริญ ทั้งการเล่าเรื่องที่ซัดจนอยู่หมัด, บทสนทนา และการที่ทำให้ผู้ชมจมอยู่กับเรื่องราวที่ปรากฏบนจอได้สำเร็จ ไมเคิล ฟาสส์เบนเดอร์ ทำได้ดีกับการสวมบทบาทของชายที่เต็มไปด้วยอำนาจในตัวเอง และเป็นเจ้าของชื่อหนังเรื่องนี้ โดยมีกำลังหนุนชั้นดีจาก เคท วินสเล็ท, เซธ โรเกน และอีกมากมาย หนังน่าไปถึงชิงหนังยอดเยี่ยม ที่มีแรงส่งด้วยพลังมหาศาลจากบท นับตั้งแต่ Network เคยทำได้
 

Straight Outta Compton (ยูนิเวอร์แซล)
ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความอยุติธรรมทางการเมือง, การแจ้งเกิดของศิลปินมากมาย และการฟ้องร้องทางธุรกิจที่เกิดขึ้นเป็นหย่อมๆ ซึ่งเกี่ยวพันกัน บรรดาหนังบล็อคบัสเตอร์ที่ประสบความสำเร็จทางการเงินทั้งหลาย ไม่เคยคิดจะเล่าเรื่องหรือทำออกมากันแบบง่ายๆ แต่หนังอัตชีวประวัติของวงแร็ป N.W.A. ของผู้กำกับเอฟ แกรี เกรย์ กับความเป็นมาของวงแร็ปทำ และออกมาได้อย่างเยี่ยมยอด โดยเฉพาะการแสดงของสามนักแสดงนำในบทที่เป็นศูนย์กลางของหนัง ที่แจ้งเกิดกันได้สำเร็จจากหนังเรื่องนี้ ซึ่งการแสดงที่เริ่ดที่สุดในกลุ่มเป็นของเจสัน มิทเชลล์ ที่รับบทเป็น อีซี-อี ได้อย่างเป็นเนื้อเป็นหนัง
 

Suffragette (โฟกัส ฟีเจอร์ส)
ในช่วงเวลาที่มีการเรียกร้องหาความเท่าเทียมกันของสตรีจากฮอลลีวูด ทั้งในแง่ของการทำงาน และในเรื่องทั่วๆ ไป นี่คืองานที่โผล่ขึ้นมาด้วยแรงแค้นก็ว่าได้ กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอังกฤษ ในปีที่สำคัญยิ่ง เมื่อมีการปลุกระดมเรียกร้องสิทธิ์ในการลงคะแนนเสียงให้กับผู้หญิง ซึ่งกลายมาเป็นหนังที่พ้องเข้าประเด็นที่กำลังเกิดขึ้นอย่างเหมาะเจาะลงตัว และแทนที่จะเน้นไปที่ผู้นำคนสำคัญที่เป็นหัวใจของเหตุการณ์นี้ – เอ็มมาลีน แพงค์เฮิร์สท์ (รับบทโดย เมอรีล สตรีพ) หนังกลับเน้นที่คนที่เปรียบได้กับทหารชนชั้นแรงงานในการเรียกร้องครั้งนี้ ที่ประกอบขึ้นมาจากหลากหลายบุคคล และแสดงโดยแครีย์ มุลลิแกน ซึงให้คุณภาพการแสดงในระดับเข้าชิงรางวัลออสการ์ได้สบายๆ ขณะที่ยังมีความจริงของหนังปรากฏให้เห็นอีกด้วยว่า นี่คืองานที่เขียนบท, กำกับ และอำนวยการสร้าง โดยผู้หญิง และทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นความจริงที่เกิดขึ้นจากการกระทำ ไม่ใช่แค่พูดปากเปล่า
 

Trainwreck (ยูนิเวอร์แซล)
ไม่ต่างจาก Bridesmaids ที่ออกฉายเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งเป็นงานฮิตเบาสมองแสบคันๆ ที่ออกฉายในช่วงกลางปี และพาตัวเองเข้าชิงรางวัลบทดั้งเดิมยอดเยี่ยม และนักแสดงสมทบยอดเยี่ยม Trainwreck มีอะไรมากกว่านั้นนิดหน่อย และไม่ได้มีแค่เสียงหัวเราะ และมีเอมี ชูเมอร์ ที่เป็นศูนย์กลางในการสร้างอารมณ์ขันของหนัง รวมทั้งพิสูจน์ตัวเองให้คนอื่นๆ ได้เห็นว่า เธอก็เป็นนักแสดงชั้นเยี่ยม พอๆ กับที่เป็นมือเขียนบทและนักสังเกตการณ์ทางสังคมที่ดี ซึ่งก็ไม่ต่างไปจากที่คริสเตน วิก แสดงให้เห็นใน Bridesmaid ขณะที่ศิษย์เก่าของรายการ แซเทอร์เดย์ ไนท์ ไลฟ์ – บิลล์ เฮเดอร์ ก็โดดเด่นแบบเดียวดายกับบทที่เปรียบได้กับตัวชงมุขของหนัง
 

Trumbo (บลีเคอร์ สตรีท มีเดีย)
กับการแสดงเป็นมือเขียนบทภาพยนตร์ เจ้าของชื่อเรื่อง ที่ถูกขึ้นบัญชีดำด้วยสาเหตุทางการเมือง ไบรอัน แครนสตันพ่อค้ายาคนโปรดของหลายๆ คน จาก Breaking Bad ตีบทได้แตกกระจุยกระจาย โดยอาศัยบทที่เล่าเรื่องได้อย่างลื่นไหลของจอห์น แม็คนามารา และการแสดงสมทบของนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ เฮเลน มีร์เรน ในบท เฮดดา ฮ็อปเปอร์ และไมเคิล สตูห์ลบาร์ก ในบท เอ็ดเวิร์ด จี โรบินสัน เป็นแรงส่ง ในหนังที่วาไรตีบอกว่า เป็น “การย้ำเตือนครั้งสำคัญว่า ประชาธิปไตยสามารถล้มคว่ำคะมำหงายได้ยังไง”
 

Truth (โซนี พิคเจอร์ส คลาสสิคส์)
หนึ่งในสองของหนังที่สร้างจากเรื่องจริง ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้คนในแวดวงข่าวที่ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมในปีนี้ Truth จะพาไปพบเคท แบลงเช็ทท์ ในการแสดงที่กลายเป็นเครื่องหมายการค้าของเธอ ผู้หญิงที่มีความคิด และมีความแรงในตัว ด้วยการรับบท แมรี เมเปส โปรดิวเซอร์ของรายการ 60 Minutes ขณะที่โรเบิร์ท เรดฟอร์ด ก็เล่นเป็น แดน เรเธอร์ ผู้รอบรู้ ที่ต้องรับมือกับเรื่องราวในปีที่มีการเลือกตั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การเมืองสามารถปกปิดไม่ให้สื่อและผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงรับรู้ความจริงที่เกิดขึ้นได้ยังไง เมื่อมีรายงานว่า ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ใช้กองทัพเพื่อแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้น
 

The Walk (โซนี)
ถึงแม้ว่าการที่หนังไม่ประสบความสำเร็จในอันดับหนังทำเงิน อาจจะทำให้ความมั่นใจที่มีลดน้อยลงไปบ้าง แต่งานที่โรเบิร์ท เซเมคคิส ดัดแปลงมาจากเรื่องจริงของนักไต่ลวดฟิลลิปป์ เปอตีท์ ผู้สร้างตำนานการเดินบนเส้นลวดที่ขึงระหว่างยอดตึกเวิร์ลด์เทรด เซนเตอร์ ก็ยังคงเป็นหนังที่สร้างแรงบันดาลใจได้มากที่สุดเรื่องหนึ่ง นับตั้งแต่ Forrest Gump ก็ว่าได้

โจเซฟ กอร์ดอน-ลิวอิทท์ ไม่ได้เยี่ยมยอดแค่การพูดสำเนียงฝรั่งเศส แต่ยังถ่ายทอดความเป็นนักไต่ลวดคนดังชาวฝรั่งเศสได้ทั้งร่างกายและจิตใจ
 

Youth (ฟ็อกซ์ เซิร์ชไลท์)
Youth คือบทกวีที่เปี่ยมไปด้วยท่วงทำนอง ที่สร้างความรู้สึกซาบซึ้งจากฝีมือของผู้กำกับ เปาโล ซอร์เรนติโน เจ้าของรางวัลออสการ์หนังภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมจาก The Great Beauty ที่ทำให้ได้เห็นการแสดงระดับท็อปฟอร์ม ที่แข็งแรงที่สุดของไมเคิล เคน นับตั้งแต่บทที่ทำให้เขาคว้ารางวัลออสการ์ได้สำเร็จจาก Hannah and her Sisters ในบทนักประพันธ์เพลงและผู้ควบคุมวงออร์เคสตรา ที่เกษียณตัวเองและเดินทางไปพักผ่อนที่เทือกเขาสวิสส์ แอลป์ แต่กลับถูกรบเร้าโดยข้าราชบริพารของราชินี ให้กลับขึ้นเวทีอีกครั้ง
 

จากเรื่อง หนังเรื่องไหนที่จะไปมีบทบาทบนเวทีออสการ์ (ตอนจบ) โดย ฉัตรเกล้า สกู๊ปพิเศษ นิตยสาร เอนเตอร์เทนฉบับที่ 1197 ปักษ์แรก ธันวาคม 2558


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.