อดีตที่ทำให้อนาคตของ Guardians of the Galaxy Vol. 3 ไม่สดใส

SHARE THIS
  • 17
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    17
    Shares

จากตัวละครของมาร์เวลที่แทบไม่มีใครรู้จัก แถมโดนปรามาสว่า น่าจะเป็นหนังมาร์เวลเรื่องแรกที่คว่ำบนบ็อกซ์ออฟฟิศ รวมถึงถูกมองเป็นการแสดงความอวดดีของมาร์เวล สตูดิโอส์ ที่หาญกล้าหยิบตัวละครโนเนมในวงกว้างแบบนี้มาขึ้นจอ หลังความสำเร็จของ Iron Man, Captain America, Thor สามหัวหอกสำคัญในการกรุยทางของจักรวาลมาร์เวล แถมยังใช้งานผู้กำกับ/ ผู้เขียนบทที่ไม่เคยจับงานหนังทุนสูงมาก่อนเลยอย่าง เจมส์ กันน์

เมื่อออกฉายในปี 2014 Guardians of the Galaxy ทำเงินในตลาดอเมริกาเหนือไปถึง 333.2 ล้านเหรียญ และในตลาดต่างประเทศอีก 440.2 ล้านเหรียญ ด้วยรายได้รวมทั่วโลก 773.3 ล้านเหรียญ ส่งให้หนังขึ้นแป้นหนังทำเงินมากที่สุดอันดับ 3 ประจำปีนั้น เป็นรองแค่ Transformers: Age of Extinction และ The Hobbit: The Battle of the Five Armies ตามลำดับ

ภาคสองออกฉายตามมาในปี 2017 โดยเป็นฝีมือกันน์เหมือนเดิม หนังทำรายได้ทั่วโลกไปอีก 863.8 ล้านเหรียญ รวมทั้งเหล่าพลพรรคแก๊งพิทักษ์จักรวาลยังไปมีบทบาทสำคัญใน Avengers: Infinity War อีกด้วย

เจมส์ กันน์

กับหนังเรื่องที่สามของ Guardians of the Galaxy มาร์เวล-ดิสนีย์ วางตัวกันน์ไว้ในตำแหน่งเดิมคือกำกับและเขียนบท ทุกอย่างดูเป็นไปได้ด้วยดี แต่แล้วสถานการณ์ก็พลิกผัน เมื่อกันน์ถูกไล่ออกจากเก้าอี้ผู้กำกับ หลังข้อความทวีตที่คุกคาม-ก้าวร้าว-หยาบคายในอดีตโดนขุดขึ้นมา โดยมีลักษณะแสดงความใคร่ต่อเด็กและการข่มขืน ทำให้ดิสนีย์สตูดิโอแม่ของมาร์เวล สตูดิโอส์ต้องตัดสินใจหั่นเขาพ้นตำแหน่งแบบทันทีทันควันหลังข่าวออกมา โดยไม่ได้มีการหาตัวผู้กำกับมาทำหน้าที่แทนหรือยังไม่ได้ตัดสินใจด้วยซ้ำว่า จะใช้บทของกันน์สำหรับหนัง Guardians of the Galaxy Vol. 3 หรือไม่ แล้วก็ไม่มีการพูดถึงกำหนดฉายของหนังด้วยเช่นกัน ก่อนหน้านี้ กันน์เคยบอกว่าหนัง Guardians of the Galaxy Vol. 3 น่าจะออกฉายในปี 2020 และจะเริ่มเดินหน้าทำงานในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่แอตแลนตาปีนี้

ที่สำคัญเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นไปในช่วงเวลาเดียวกับที่งานคอมิค-คอนกำลังเดินหน้า โดยงานนี้คืองานที่ส่งให้กันน์กลายเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ จากหนังสยองอย่าง Slither ซึ่งเขานำเอาอารมณ์ขันแสบๆ มาใช้ในหนัง Guardians ทั้งสองภาค

“ทัศนคติและข้อความที่ก้าวร้าว ซึ่งถูกพบในทวิตเตอร์ของเจมส์ เป็นเรื่องที่ยากจะปกป้องและขัดกับความเชื่อในสตูดิโอของเรา และเราก็ต้องแยกเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเขาออกไป” อลัน ฮอร์น ประธานของดิสนีย์กล่าว

อลัน ฮอร์น ประธานของดิสนีย์

ข้อความในทวิตเตอร์ที่โดนขุดขึ้นมาเกิดขึ้นระหว่างปี 2008-2011 เช่น “สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการถูกข่มขืนก็คือ เมื่อคุณถูกช่มขืนไปแล้ว และก็ทำเหมือนว่า ‘ฟิ้ว… รู้สึกดีจัง ที่ไม่ถูกข่มขืน’” หรืออีกข้อความหนึ่ง เขาเล่นมุกถึงการเข้าร่วมประชุมกับ สมาคมชายรักชายแห่งอเมริกาเหนือ ทำให้เขารู้สึก ‘โอเค กับการเป็นคนที่เขาเป็น”

กันน์ได้แสดงความสำนึกผิดออกมาผ่านทางทวิตเตอร์ และพยายามอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้น “ผมต้องขออภัยกับอารมณ์ขันของผมที่ไปทำร้ายผู้คนในอดีต ผมรู้สึกเสียใจจริงๆ และขออภัยในสิ่งที่ได้ทำลงไป เผื่อว่าจะบันทึกไว้ ตอนผมเล่นมุกที่ชวนช็อคเหล่านั้น ผมไม่ได้เอาพวกมันออกไปจากชีวิต ผมรู้ว่านี่เป็นแถลงการณ์ที่ไม่ปกติอย่างที่เห็นกัน แต่ผมยังคงอยู่ที่ตรงนี้ เพื่อที่จะพูดเรื่องนี้ออกมา” ก่อนหน้าที่เขาจะทิ้งบัญชีทวิตเตอร์ของตัวเอง กันน์ทวีตข้อความส่งท้ายด้วยว่า “คนมากมายที่ติดตามการทำงานของผมมาตั้งแต่เริ่มต้นคงรู้ดีว่า ผมมองตัวเองเป็นพวกจอมป่วน ทำหนังและเล่าเรื่องตลกสองแง่สองง่ามและพวกมุกต้องห้าม ซึ่งผมได้แสดงให้สาธารณชนรับรู้อยู่หลายต่อหลายครั้ง รวมไปถึงนำมาปรับใช้กับตัวเอง ทั้งในตัวงานและอารมณ์ขัน”

กันน์ยังส่งแถลงการณ์ผ่านมาทางเอนเตอร์เทนเมนท์ วีคลีด้วยว่า “คำพูดของผมเมื่อสักทศวรรษก่อน เป็นคำพูดที่แย่และเป็นความพยายามเล่นมุกที่แย่ ผมรู้สึกเสียใจที่ได้ทำแบบนั้น ไม่ใช่เพราะว่ามันเป็นข้อความงี่เง่า ข้อความที่ไม่ตลกเลย แล้วก็ไม่ได้สนุกอย่างที่ผมหวังว่าจะเป็น แต่เพราะมันไม่สามารถสะท้อนถึงตัวตนที่ผมเป็นในทุกวันนี้ หรือเป็นมาจนถึงตอนนี้

“ไม่ต้องไปสนใจว่า เหตุการณ์นี้ผ่านมานานแค่ไหนแล้ว ผมเข้าใจและยอมรับการตัดสินใจทางธุรกิจที่เกิดขึ้น และนับจากนี้ ผมต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่กับสิ่งที่ผมทำลงไปในอดีต ทุกอย่างที่ผมสามารถทำได้ในตอนนี้ นอกจากแสดงความจริงใจและความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ก็คือทำในสิ่งที่ดีที่สุดที่คนเราสามารถทำได้ ยอมรับ, เข้าใจ, ยอมรับความเท่าเทียมกัน และไตร่ตรองให้มากขึ้นในเรื่องการแสดงความคิดต่อสาธารณะ และการแสดงออกของผมต่อการพูดคุยของผู้คน สำหรับทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในอุตสาหกรรมของผมหรือไม่ได้อยู่ ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งอีกครั้ง ด้วยความรัก”

เหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับกันน์เป็นครั้งแรก เพราะเมื่อหกปีก่อน เขาก็ต้องออกมาขออภัย หลังจากบล็อกเรื่อง The 50 Superheroes You Most Want to Have Sex With ของเขา ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องเพศและรักร่วมเพศ โดยในเรื่องกันน์มองว่า ไอออน แมน น่าจะเปลี่ยนแบทวูแมนที่เป็นพวกเลสเบียน ให้เป็นพวกคลั่งผู้ชาย และพูดถึงแบทเกิร์ล ที่ในการ์ตูนเป็นคุณแม่วัยรุ่นว่าเป็นพวก “ใจง่าย” ที่พอโดนกระหน่ำอย่างหนัก กันน์ก็ออกมาแสดงความเสียใจด้วยแถลงการณ์ที่เป็นคำพูดแย่ๆ

ฌอน กันน์ น้องชายของกันน์ ที่รับบทเป็นครากลิน

สำหรับปฏิกริยาของบรรดานักแสดงจาก Guardian of the Galaxy ที่มีีต่อการตัดสินใจของมาร์เวล-ดิสนีย์ รายแรกๆ ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นก็คือฌอน กันน์ น้องชายของกันน์ ที่รับบทเป็นครากลิน และเป็นนักแสดงเพอร์เฟอร์แมนซ์-แค็ปเฌอร์ ให้กับแร็คคูน ร็อคเก็ต และเดฟ บัวติสตา ที่เล่นเป็นแดร็กซ์ บัวติสตาทวีตข้อความว่า “ผมมีอะไรที่อยากจะพูดมากกว่านี้ แต่สำหรับตอนนี้ ทุกอย่างที่ผมพูดได้ก็คือ เจมส์ กันน์เป็นคนดี, มีความเป็นธรรมชาติ, ตรงไปตรงมา, มีความห่วงใย และน่ารักที่สุดคนหนึ่งเท่าที่ผมเคยเจอมา เขานุ่มนวล, สุภาพ และมีความห่วงใยผู้คนและสิ่งมีชีวิตอย่างลึกซึ้ง เขาก่อความผิดพลาด ซึ่งเราทุกคนก็เคยทำ ผมไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา” ขณะที่ฌอน กันน์ ก็ทวีตยาวเหยียดถึง 10 ข้อความ ส่วนไมเคิล รูเกอร์ เพื่อนร่วมงานยาวนานของกันน์ ที่เล่นเป็นยอนดูในหนัง Guardians ทั้งสองเรื่อง รวมไปถึง Slither และ Super ก็รีทวีตแถลงการณ์ของกันน์ รวมทั้งทวีตข้อความแสดงความเห็นใจกันน์ในเรื่องนี้

ทวิตเตอร์ของเดฟ บัวติสตา

ตามด้วยคริส แพร็ทท์ ที่แชร์จดหมายเปิดผนึกที่เขียนร่วมกับนักแสดงคนอื่นๆ ในทีมผ่านอินสตาแกรมของเขาเอง โดยมีข้อความให้การสนับสนุนกันน์ เรียกร้องให้ดิสนีย์เอากันน์กลับมาทำหน้าที่อีกครั้ง “ถึงแม้ว่า ผมไม่ได้สนับสนุนมุกตลกที่ไม่เข้าท่าเข้าทางของเจมส์ กันน์จากหลายปีก่อน แต่เขาก็เป็นคนดี” แพร็ทท์ เขียนเอาไว้ในโพสท์ “โดยส่วนตัวผมอยากเห็นเขากลับมาทำหน้าที่ผู้กำกับของ Volume 3 ด้วยความกรุณา พวกคุณช่วยอ่านแถลงการณ์ที่ลงนามโดยนักแสดงทุกคนด้วย”

หลังจากข่าวแพร่กระจายออกไป ก็มีการล่าลายเซ็นผ่านทางเว็บไซต์ Change.org เพื่อขอให้ดิสนีย์ดึงกันน์กลับมา หลังจากเปิดให้ลงชื่อไม่นานยอดคนที่เข้ามาลงนามก็ทะลุสามแสนอย่างรวดเร็ว แต่ถึงกระแสของการเรียกร้องให้กันน์กลับมาจะมากขนาดไหน ดิสนีย์ก็ยืนกรานการตัดสินใจเดิม ต่อให้บรรดานักแสดงของหนังจะถือหางกันน์ก็ตามที และด้วยสัญญาที่มีทุกคนก็จะกลับมาพร้อมกับหนังภาค 3 รวมไปถึงหนังเรื่องอื่นๆ ที่เป็นไปได้ ถ้าใครปฏิเสธก็คงไม่พ้นเรื่องการถูกดำเนินคดีตามกฏหมาย

จดหมายเปิดผนึกของนักแสดง

“ผมไม่เห็นทางที่ดิสนีย์จะกลับมาจ้างเขาอีก” คนวงในกล่าว “ทวีตพวกนั้นมันแย่และดิสนีย์ก็มีมาตรฐานที่แตกต่างไปจากสตูดิโออื่นๆ” ซึ่งมาตรฐานหนึ่งที่รู้กันดีก็คือ ภาพของการเป็นสตูดิโอที่เป็นมิตรกับทุกคนในครอบครัว

แม้ทางกันน์และตัวแทนพยายามอย่างหนักที่จะทำให้ดิสนีย์คิดใหม่ หากก็ได้แค่ทำให้ฮอร์นยกเรื่องนี้มาประชุมอีกครั้ง แต่ก็เพื่อเคลียร์เรื่องของกันน์ให้จบ ด้วยการยืนกรานว่าจะไม่เอาเขากลับมา แหล่งข่าววงในยังเผยอีกว่า เควิน ไฟกี ประธานของมาร์เวลเดินทางออกไปนอกเมืองและไม่สามารถเข้าประชุมได้ โดยมีข่าวลือว่าไฟกีก็เป็นอีกคนหนึ่งที่พยายามเอากันน์กลับมา แต่เอาเข้าจริงๆ เขาก็ยืนอยู่ข้างคำตัดสินของสตูดิโอ และภารกิจต่อจากนี้ของไฟกีก็คือ เขากับดิสนีย์ต้องหาผู้กำกับคนใหม่มารับงานแทนกันน์ โดยยังไม่รู้ว่ากำหนดการถ่ายทำต่างๆ จะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้างจากการเปลี่ยนตัวผู้กำกับในครั้งนี้ แต่จากท่าทีของดิสนีย์-มาร์เวล ดูเหมือนจะไม่เร่งร้อนสักเท่าไหร่ และมีแนวโน้มว่าอาจจะเปิดกล้องหนัง Guardians 3 ล่าช้ากว่าที่กำหนดไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 ส่วนกำหนดฉายที่วางไว้คร่าวๆ ในปี 2020 ก็ยังไม่มีการยืนยันแต่อย่างใด ว่ากันว่าผู้กำกับที่มาร์เวล-ดิสนีย์มองหา น่าจะเป็นคนที่ยังไม่เคยทำหนังในจักรวาลของมาร์เวลมาก่อน ส่วนตัวบทน่าจะเป็นบทของกันน์ แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงที่ผู้กำกับซึ่งเข้ามารับหน้าที่แทนเขา อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดบางอย่าง แต่ก็คงไม่มากนัก ในขณะเดียวกันทางเดฟ บัวติสตา ที่เป็นนักแสดงในทีม Guardians คนแรกที่ออกมาหนุนหลังกันน์ ก็ออกมาขู่ฟอดๆ ใส่ดิสนีย์ว่า ถ้าหนังไม่ใช้บทของกันน์ เขาจะขอเลิกสัญญา

อีกทวิตเตอร์ของบัวติสตา

“ไม่มีใครปกป้องทวีตของเขา แต่เรื่องนี้เป็นการแทงหอกเข้าใส่คนดีคนหนึ่ง” บัวติสตาให้สัมภาษณ์ระหว่างออกเดินสายโปรโมทหนัง Final Score “ผมคุยกับแพร็ทท์ หลังเกิดเรื่องได้วันหนึ่ง เขาเป็นพวกเชื่อศาสนา อยากมีเวลาสวดและคิดถึงสิ่งต่างๆ แต่ผมรู้สึกแบบ… ช่างแม่- เรื่องนี้มันโคตรกากเลย เจมส์เป็นคนที่สุภาพและน่านับถือที่สุดคนหนึ่งที่ผมรู้จัก” บัวติสตายังบอกอีกว่า “ตอนนี้ผมอยู่ตรงจุดที่ว่า ถ้ามาร์เวลไม่ใช้บทของเขา ผมจะไปขอให้พวกเขาปล่อยผมออกจากสัญญา ตัดตัวละครของผมออกไป หรือไม่ก็หาคนมาเล่นแทน” ก่อนที่จะย้ำว่า “ผมคงทำให้เจมส์เสียผลประโยชน์ที่ควรได้รับไป ถ้าผมไม่ทำแบบนี้” เรียกได้ว่างานนี้บัวติสตากล้าชนกับดิสนีย์ตรงๆ ในแบบที่ไม่กลัวว่าคำวิพากษ์วิจารณ์ที่พุ่งเป้าไปที่สตูดิโอ จะทำให้ตัวเองเจอผลกระทบอะไรบ้างกลับมา “ผมไม่รู้ว่าตัวเองยังอยากทำงานกับดิสนีย์หรือเปล่า”

แต่ถึงจะอยากหรือไม่อยากทำ ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากทวีตเตอร์ของเจมส์ กันน์ ก็ส่งผลให้การถ่ายทำ Guardians of the Galaxy Vol. 3 ต้องหยุดชะงัก จนมาร์เวล-ดิสนีย์ต้องขอยกเลิกสัญญากับทีมงานบางส่วนที่มาทำงานก่อนการถ่ายทำที่แอตแลนตาออกไป โดยมีรายงานว่าจำนวนไม่มากไปกว่า 20 คน ที่ถูกแจ้งว่าสามารถไปหางานใหม่ได้ หลังการทำงานก่อนการถ่ายทำเริ่มต้นมาตั้งแต่เข้าฤดูใบไม้ร่วง มาถึงตอนนี้แทบไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่หนังจะเปิดกล้องในเดือนมกราคมหรือกุมภาพันธ์ 2019 ได้ตามกำหนดเดิม และจากแผนที่วางไว้ว่า หนังจะเปิดตัวฉายในปี 2020 ก็น่าจะต้องถูกเลื่อนออกไป อย่างน้อยๆ ก็ 1ปี โดยหนังที่น่าจะเข้ามาเสียบแทน อาจจะเป็นหนังมาร์เวลเรื่องใหม่ที่จะถ่ายทำกันในหน้าร้อนปีหน้า หรือไม่พวกเขาก็กำลังวางแผนเปิดหนังอีกเรื่องเพื่อที่จะทำให้ในปี 2020 ยังมีหนังจากมาร์เวล สตูดิโอส์ออกฉาย 3 เรื่องเหมือนที่เคยเป็น ซึ่งรายชื่อที่คาดกันอาจจะเป็น Dr. Strange 2 หรือหนังนำเดี่ยวของ Black Widow ที่ได้ผู้กำกับเรียบร้อยแล้ว

หลายๆ ฝ่ายยังมองว่า มาร์เวลน่าจะใช้แผนเดิม เหมือนตอนที่เอ็ดการ์ ไรท์ถอนตัวจากหนัง Ant-Man และพอล รัดด์ต้องมาเขียนบทใหม่กับอดัม แม็คเคย์ ก่อนที่สตูดิโอจะไปโอเคกับเพย์ตัน รีด ในตำแหน่งผู้กำกับของหนัง ที่มาจับงานเพียงแค่สองเดือนก็เริ่มลั่นกล้องเลย ซึ่งเป็นเวลาที่น้อยมากๆ แต่อย่าลืมว่าหนังแต่ละเรื่องก็มีความแตกต่างกัน กับ Ant-Man มีรายงานว่ามาร์เวลไม่แฮปปีกับไรท์มานานหลายเดือนแล้วก่อนหนังจะเริ่มถ่ายทำด้วยซ้ำ พวกเขารู้ดีว่าต้องการอะไร ในขณะเดียวกันก็มีข่าวลือว่า มีความพยายามที่จะบีบไรท์ออกด้วยการให้มือเขียนบทในบริษัทมาเขียนบทหนังใหม่ แต่กับ Guardians 3 หนังอยู่ในมือของคนที่ใช่ และเดินหน้ามา 2 เรื่องแล้ว จนเกิดเหตุต้องเปลี่ยนตัวผู้กำกับ และอย่างที่รู้กันบรรดานักแสดงต่างก็หนุนหลังกันน์ทั้งนั้น แถมบางคนอย่างบัวติสตาก็ตำหนิดิสนีย์ออกมาตรงๆ ผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว

กันน์ไม่ใช่แค่กำกับและเขียนบทหนังชุดนี้ แต่อารมณ์ความรู้สึกของเขาล้วนฟุ้งกระจายอยู่ในหนัง ที่สำคัญ Guardians 3 ยังถูกวางไว้ให้เป็นบทสรุปของ Guardians ไตรภาค แต่เมื่อหัวแรงคนสำคัญต้องกระเด็นออกไปแบบนี้ หนังจะจบลงตรงไหนและยังไง?

ไทกา ไวตีตี

เพราะฉะนั้นการพักการทำงานเอาไว้ก่อนชั่วคราว เพื่อรอผู้กำกับคนใหม่ การจัดทีมใหม่จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด อย่างน้อยๆ ทางสตูดิโอก็จะได้มีเวลามาดูบทฉบับล่าสุด ว่าเป็นยังไงและจะทำอะไรได้บ้าง ส่วนผู้กำกับคนใหม่ก็จะได้คิดอะไรใหม่ๆ กับบทที่มี แล้วการหาผู้กำกับมาแทนผู้กำกับที่ถูกไล่ออกไป ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะใครก็ตามที่มารับหน้าที่นี้ ก็ย่อมรู้สึกว่าไม่แฟร์กับกันน์ หรือตะขิดตะขวงใจกับงานที่มีคนเริ่มไว้ก่อนจนเกือบจะเสร็จแล้ว ซึ่งเป็นเหตุการณ์คล้ายๆ ที่เกิดขึ้นกับ Ant-Man เช่นกัน และหากกำหนดฉายต้องเลื่อนออกไปจริงๆ น่าจะเป็นเรื่องดีกว่าไม่ดี เพราะมาร์เวลไม่ต้องรีบร้อนหาผู้กำกับมาจับงาน ส่วนกำหนดถ่ายทำก็เลื่อนออกไปได้อีก ที่น่าสนใจก็คือ ไทกา ไวติติ ผู้กำกับของ Thor: Ragnarok ถูกเรียกเข้าไปพบกับผู้บริหารของมาร์เวลในช่วงนี้พอดี ทำให้มีข่าวเมาท์ๆ ออกมาว่า บางทีไวติติอาจจะเสียบแทนกันน์ หรือบางทีเขาอาจจะไปคุยถึงหนัง Thor อีกเรื่องก็เป็นได้ ซึ่งถ้าเป็นไวติติที่มารับงานนี้จริงๆ อย่างน้อยก็พอเบาใจได้ว่า เขาคือตัวเลือกที่ดีที่สุดในสถานการณ์ที่เลวร้ายครั้งนี้

หากท้ายที่สุดท่ามกลางความไม่แน่นอน ก็ยังพอมีแสงสว่างหรือข่าวดี เมื่อฌอน กันน์ เผยว่า หนัง Guardians 3 ยังคงใช้บทที่พี่ชายเขาเขียน แม้ไม่รู้ว่าหนังจะลงมือถ่ายทำกันเมื่อไหร่ “ผมรู้ว่าดิสนีย์ยังอยากทำหนังเรื่องนี้” กันน์ผู้น้องบอก “ผมรู้ว่าพวกเขามีความตั้งใจที่จะใช้บทที่พี่ชายผมเขียน” ฌอน กันน์ยังเสริมอีกว่า “เห็นได้ชัดว่า นี่เป็นสถานการณ์ที่ไม่ดีเลยสำหรับทุกคน โดยเฉพาะเขา แต่ผมก็เป็นใครคนหนึ่งที่พร้อมจะใช้เวลาครึ่งปีกับการเล่นหนัง และตอนนี้มันก็อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่แน่ไม่นอน ผมคิดว่ามันต้องใช้กำลังภายในสำหรับพวกเขา (ดิสนีย์) ที่จะหาผู้กำกับคนใหม่ ไหนจะบรรดาคิวของนักแสดงแต่ละคนอีก มันไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ๆ แต่ผมรู้ว่าพวกเขาวางแผนที่จะทำหนังเรื่องนี้ ผมอาจไม่ได้รับการติดต่อมาพักใหญ่ละ แต่ล่าสุดมาร์เวลบอกกับผมว่า ‘ใช่… เรากำลังวางแผนทำหนังเรื่องนี้ แต่ยังไม่แน่ใจว่าเมื่อไหร่?”

ถ้าดิสนีย์ยังคงใช้บทของกันน์จริงๆ อย่างน้อยๆ ก็มีโอกาสมากขึ้นที่หนัง Guardians of the Galaxy Vol. 3 จะยังคงมีสัมผัส มีลายเซ็นที่เป็นของกันน์ แม้จะไม่ใช่ฝีมือกำกับของเขา รวมไปถึงว่า อนาคตของหนังเรื่องที่สามในชุดนี้ ยังมีอยู่แม้จะไม่สุกใสเท่าไหร่ก็ตาม

อัพเดท: ล่าสุดมีข่าวว่า กันน์เข้าไปคุยกับดีซี เพื่อทำหนัง Suicide Squads 2

โดย ฉัตรเกล้า เรื่อง อดีตที่ทำให้อนาคตของ Guardians of the Galaxy Vol. 3 ไม่สดใส นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1265 ปักษ์แรกตุลาคม 2561

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  • 17
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    17
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On