อำลา-อาลัย โจนาธาน เด็มมี ผู้กำกับออสการ์จาก The Silence of the Lambs และ Philadelphia ผู้จากไป

Share this:
Facebook
Google+
https://www.sadaos.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b2-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b8%a1/
Twitter
Pinterest

โจนาธาน เด็มมี ผู้กำกับรางวัลออสการ์จาก Philadelphia และ The Silence of the Lambs แล้วยังเป็นหนึ่งคนทำหนังที่ปฏิวัติภาพยนตร์คอนเสิร์ท ด้วยงานอย่าง Stop Making Sense หนังของวง The Talking Heads เสียชีวิตแล้วเมื่อเช้าวันพุธที่ 26 เมษายน 2560 ด้วยวัย 73 ปีจากโรคมะเร็งในหลอดอาหาร

“เป็นเรื่องน่าเศร้า ที่ผมต้องยืนยันว่า เช้าตรู่วันนี้ โจนาธาน เด็มมี เสียชีวิตแล้ว ที่อพาร์ทเมนท์ของเขาในแมนฮัตตัน โดยมี โจแอนน์ โฮเวิร์ด ภรรยา และลูกๆ อีกสามคน อยู่อย่างใกล้ชิด” ตัวแทนของเด็มมีกล่าวในแถลงการณ์

“ฉันรู้สึกเหมือนกับใจสลาย ที่ต้องสูญเสียเพื่อน, ผู้ให้คำปรึกษา, ผู้ชายที่มีความพิเศษ และพลังขับเคลื่อนในตัว ซึ่งคุณคงต้องใช้พายุเฮอร์ริเคนถึงจะเอาเขาอยู่” โจดี ฟอสเตอร์ นักแสดงจาก The Silence of the Lambs กล่าวในแถลงการณ์ “โจนาธานเป็นคนพิลึกๆ พอๆ กับการเป็นคนตลกซึ่งฝังลึกอยู่ในท่าทางจริงจังของเขา เขาเป็นคนที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น เป็นผู้นำที่ไม่เคยย่อท้อ สำหรับใครก็ตามที่มีความคิดสร้างสรรค์ เขาเป็นคนที่มีความลุ่มหลงในเรื่องของเสียงเพลง เช่นเดียวกับงานศิลปะ เขาเคยเป็น และจะยังเป็นผู้ชนะในเรื่องของพลังใจ เจดี ผู้ที่เป็นที่รักอย่างที่สุด, ผู้เต็มไปด้วยชีวิตชีวา, พี่น้องผองเพื่อน, ผู้กำกับของฝูงแกะ รัก… และรักที่สุด”

“ผมถึงกับช็อค และเสียใจอย่างที่สุด เมื่อทราบว่าโจนาธานจากไปแล้ว” แอนโธนี ฮ็อพคินส์ กล่าวในแถลงการณ์ “ทุกๆ วันที่ได้อยู่กับเขา ช่างเต็มไปด้วยความสุข”

“โจนาธานเป็นคนที่สอนเราว่า คนเราจะใจใหญ่ได้ขนาดไหน และมันจะนำทางการใช้ชีวิตของเรายังไง แล้วอะไรที่เราควรทำเพื่อดำรงชีวิต” ทอม แฮงค์ส ที่แสดงนำใน Philadelphia กล่าวในแถลงการณ์ “เขาเป็นผู้ชายที่น่าเกรงขาม” – “เป็นคนใจใหญ่ โอบอ้อมอารี มีความเห็นอกเห็นใจ ผู้อ้าแขนรับคนที่ต้องการอย่างเต็มใจ แล้วยังเป็นสามารถเติมเต็มในเรื่องศิลปะ, ดนตรี, กวี และหนัง ให้กับใครที่อยากรู้” เมอรีล สตรีพ ที่ได้เล่นหนังของเด็มมี เรื่อง Ricki and the Flash เมื่อปี 2015 กล่าว “เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ สำหรับโลกที่ต้องการการดูแล” แอนโธนี ฮ็อพคินส์ เสริม “เขาเป็นหนึ่งในคนที่เยี่ยมที่สุด น่ารัก และจิตใจดีงาม ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของเขาด้วย”

หลังเป็นที่รู้จักในวงการ ในฐานะมือเขียนบทและผู้กำกับให้กับหนังตีหัวเข้าบ้านของโรเจอร์ คอร์แมน ในช่วงต้นยุค 70 เด็มมีสร้างชื่อให้กับตัวเองด้วยหนังดรามาปี 1980 เรื่อง Melvin and Howard ซึ่งเป็นเรื่องของพนักงานปั้มน้ำมัน – เมลวิน ดัมมาร์ ที่เจอกับมหาเศรษฐีรักสันโดษ – โฮเวิร์ด ฮิวจ์ส ก่อนจะออกจากยูทาห์ในฐานะผู้รับผลประโยชน์จากสมบัติของฮิวจ์ส

ถึงแม้จะเก่งในเรื่องการทำหนังดรามา, เบาสมอง แบบแปลกๆ เชิงมนุษย์นิยม รวมไปถึงหนังที่เป็นเรื่องของการแสดงสด เช่น Stop Making Sense และหนังพูดคนเดียว Swimming to Cambodia ในปี 1987 แต่การดัดแปลงนิยายของโธมัส แฮร์ริส The Silence of the Lambs เมื่อปี 1991 ต่างหาก ที่ทำให้เขาได้รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ รวมทั้งยังทำให้ตัวละครฮันนิบาล เลคเตอร์ กลายเป็นตัวละครมหาชน แล้วยังเปลี่ยนหนังสยองขวัญให้กลายเป็นหนังที่ดูเลอค่าได้สำเร็จ

แม้เด็มมีจะไม่ได้เครดิทในการเขียนบท The Silence of the Lambs แต่เขาก็เป็นคนวางคอนเส็ปท์ให้กับฉากที่กลายเป็นลายเซ็นของหนัง โดยเท็ด ทอลลี ที่เขียนบทหนังเรื่องนี้ เผยว่า ฉากที่บัฟฟาโล บิลล์ เต้นรำด้วยเรือนร่างเปล่าเปลือยอันน่าขยะแขยง ไม่มีอยู่ในบท “ผมช็อคเหมือนกับคนอื่นๆ นั่นแหละ ตอนที่เห็นเขาแต๊บบิลล์น้อยไปไว้ที่หว่างขา แล้วก็โพสท่า” เขาเล่า “ผมคิด… ‘พระเจ้าช่วย’ ตอนที่โจดี ฟอสเตอร์ เห็นฉากนี้หนแรก เธอบอกว่า ‘มันกึ๋ยมาก…’ ซึ่งสารพัดไอเดียในฉากนี้ รวมทั้งห่วงหัวนม หรืออะไรทำนองนั้น ไม่มีอยู่ในบทเลย”

นับจาก The Silence of the Lambs ชื่อเด็มมีก็กลายเป็นชื่อสามัญประจำโรงหนังในยุค 90 ขณะที่ตัวหนังเองก็เป็นหนึ่งในหนังแค่สามเรื่อง ที่คว้าแกรนด์ สแลมบนเวทีออสการ์ ซึ่งได้แก่ รางวัลหนัง-ผู้กำกับ-นำชาย-นำหญิง และบทยอดเยี่ยม แล้วกับหนังเรื่องต่อมาในปี 1993 Philadelphia ก็ประสบความสำเร็จประมาณกัน และยังมีความโดดเด่นในเรื่องวัฒนธรรมมากว่า เมื่อหนังที่นำโดยทอม แฮงค์ส และเดนเซล วอชิงตันเรื่องนี้ ทำให้เกิดกระแสรับรู้เกี่ยวกับสิทธิ์ของเกย์ และโรคเอดส์

เด็มมีเล่าว่า เขาได้รับแรงบันดาลใจที่จะทำหนังเกี่ยวกับโรคเอดส์ หลังจากเพื่อนของเขา ฮวน โบตาส ป่วยเป็นโรคนี้ “เรามองหาเรื่องเกี่ยวกับโรคนี้กันนาน แล้วก็ตัดสินใจว่า คงเป็นเรื่องไร้สาระ สำหรับการทำหนังเพื่อคนที่เป็นเอดส์” เขากล่าว “หรือเพื่อคนที่พวกเขารัก พวกเขาไม่ต้องการหนังเกี่ยวกับโรคเอดส์ พวกเขาอยู่กับความเป็นจริงอยูแล้ว ที่เราต้องการก็คือ เข้าถึงคนที่ไม่รู้จักผู้ป่วยโรคเอดส์ พวกที่ดูถูกคนที่เป็นเอดส์”

ก่อนจะกลายเป็นที่รู้จักจากงานภาพยนตร์ ความสำเร็จของเด็มมี ที่สมควรได้รับการจดจำไม่แพ้กันก็คือ Stop Making Sense หนังสารคดีีปี 1984 เรื่องราวเบื้องหลังการออกทัวร์ Speaking in Tongues ของวงทอล์คิง เฮดส์ ในปี 1983 โดยมือกลองของวง คริซ ฟรานท์ซ เล่าว่า วงได้รับการติดต่อกับเด็มมี หลังจากผู้กำกับเข้าชมคอนเสิร์ทที่ล้ำๆ ของพวกเขาครั้งหนึ่ง ซึ่งทางวงประกาศว่า “เราอยากทำหนังเกี่ยวกับทัวร์นี้”

โดยพวกเขาก็มีการวางทิศทางสำหรับโปรเจ็คท์นี้เอาไว้แล้ว “เราไม่อยากทำอะไรซ้ำๆ เดิมๆ” ฟรานท์ซ กล่าว “เราไม่อยากจับภาพโคลส-อัพไปที่นิ้วของใคร เมื่อพวกเขากำลังเล่นโซโล เราอยากให้กล้องมันแช่เอาไว้ เพื่อที่คนดูจะได้อยากรู้จักกับนักดนตรีมากขึ้น” และผลลัพธ์ที่น่าวิงเวียน ก็กลายเป็นความทรงจำที่เยี่ยมยอด สำหรับการตัดต่ออย่างรวดเร็ว มุมกล้องที่ไม่เป็นไปตามแบบแผนทั่วไป แล้วก็ใส่ใจกับก้าวเดินทางดนตรีอย่างระมัดระวัง

หลังจาก Philadelphia เด็มมีไม่เคยได้รับความสำเร็จในระดับนั้นอีกเลยตลอดระยะเวลาการทำงานที่มี โดยงานต่อจากนั้นก็ได้แก่ หนังระทึกขวัญ The Manchurian Candidate ในปี 2004 นำแสดงโดย เดนเซล วอชิงตัน ที่เอาหนังเก่าปี 1962 ชื่อเดียวกัน ที่นำแสดงโดยแฟรงค์ ซิเนตรามาทำใหม่, หนังสารคดีคอนเสิร์ทของนีล ยังในปี 2006 Heart of Gold, หนังโรแมนติค-ดรามา Rachel Getting Married เมื่อปี 2008 แล้วก็ตามด้วยหนังเพลง-เบาสมอง กำกับเมอรีล สตรีพ Ricki and the Flash

ที่เหมาะเจาะอย่างไม่น่าเชื่อก็คือ เด็มมีกลับมาทำหนังสารคดีคอนเสิร์ทอีกครั้งเมื่อปีก่อน กับ Justin Timberlake + the Tennessee Kids ซึ่งเขาทำออกมาอย่างบรรจงให้เป็น “หนังการแสดงสด แต่ยังนำเสนอภาพของชีวิตของศิลปิน ในช่วงเวลาสำคัญ ที่เป็นช่วงเวลาสุดยอดในการทำงานของเขาเอง นอกจากนี้ ยังมีหนังที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อเกี่ยวกับ หอประกาศเกียรติคุณร็อค แอนด์ โรลล์ ซึ่งจะเป็นการพาทัวร์ประวัติศาสตร์ของดนตรีีร็อคแอนด์โรลล์ ผ่านฟุตเตจของงานจารึกชื่อในแต่ละปี โดยตัวหนังมีกำหนดเปิดตัวในศูนย์กลางของหอประกาศเกียรติคุณที่คลีฟแลนด์ ในช่วงหน้าร้อนนี้

จากคำแถลงของตัวแทน งานศพของเด็มมีจะถูกจัดขึ้นอย่างเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ทางครอบครัวยังขอร้องให้ผู้ที่จะส่งช่อดอกไม้ หรือพวงหรีดมาร่วมงาน บริจาคเงินให้กับองค์กรชาวอเมริกันเพื่อความยุติธรรมของผู้อพยพ (Americans For Immigrant Justice) แทน

ในการให้สัมภาษณ์เมื่อครั้งหนัง Philadelphia ออกฉาย เด็มมีเล่าให้ฟัง ถึงคำแนะนำที่เคยได้รับจาก โรเจอร์ คอร์แมน เจ้าพ่อหนังเกรด บี, คนทำหนังตีหัวเข้าบ้าน แต่สร้างผู้กำกับชั้นดีประดับวงการมากมาย ว่า คอร์แมนบอกกับเขาว่า “โจนาธาน อย่าลืมนะ อวัยวะสำคัญสำหรับคนดูหนัง ก็คือตา นายต้องดึงดูดสายตาเอาไว้ให้ได้” นั่นคือ คำแนะนำที่เด็มมี ไม่เคยลืม

และไม่ว่าจะดีหรือร้าย หนังของเด็มมีหลายๆ เรื่อง ก็มีสิ่งที่ดึงดูดสายตาเอาไว้ และต่อให้เดินออกจากโรงไป ก็ยังกลายเป็นที่จดจำมาจนทุกวันนี้….

จากเรื่อง อำลา-อาลัย โจนาธาน เด็มมี ผู้กำกับออสการ์จาก The Silence of the Lambs และ Philadelphia ผู้จากไป โดย ลุงทอย นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1231 ปักศ์แรกพฤษภาคม 2560

Share this:
Facebook
Google+
https://www.sadaos.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b2-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b8%a1/
Twitter
Pinterest

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On