SERENA: พล็อตเรื่องนั้น ต้องบอกว่า เหมาะมากกับการเอามาทำเป็นละครหลังข่าวในบ้านเรา กับชีวิตรักของจอร์จ-เจ้าของปางไม้กับเซเรน่า-สาวแกร่ง แบบเฟมินิสท์ยังไงยังงั้น ที่กลับกลายเป็นโศกนาฏกรรรม ถ้ายังไม่ชัด ต้องเติมว่า พระเอกมีลูกจ้างเป็นนางบำเรอ และเผลอทำนางท้องจนมีลูกด้วยกัน แถมเจ้าตัวก็ตัดไม่ขาดอีกต่างหาก
แต่เพราะเป็นหนังฝรั่ง (หรือเปล่า) ไอ้ที่จะเห็นเดินไปชี้หน้าด่า ตบกันฉาดๆ มันเลยไม่มี ไม่งั้นหนังคงแซ่บกว่านี้หลายเท่า ไม่ใช่แค่บอกเล่าถึงว่า ที่สุดแล้วความรักอาจไม่ใช่ความงดงามอย่างที่เห็น มีด้านมืด และความเลวร้ายรออยู่ หากไม่รู้จักขอบเขต แบบที่เจ้าของปางไม้ในหนังต้องเจอ และความล้มเหลวของความรัก ก็ส่งผลกับความเป็นไปของชีวิต ไม่ต่างไปจาก The Great Gatsby ซึ่งหนังน่าจะกระทบใจได้ไม่ยาก แถมยังได้นักแสดงระดับเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ และแบรดลีย์ คูเปอร์ มาประกบ
ซึ่งทั้งคู่ก็เล่นได้ในระดับมาตรฐานเป็นอย่างต่ำ แต่บทไม่สามารถทำให้คนดูสงสาร เห็นใจ หรือสมเพชไปกับชะตาชีวิตของพวกเขาได้ จอร์จ ที่ดูเด็ดเดี่ยว มุ่งมั่น กลับเหลาะแหละในเรื่องชีวิตอย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนเซเรนาก็กลายสภาพจากหญิงมั่นผู้เข้มแข็ง รอบรู้ เป็นนางร้ายขาดสติแบบละครหลังข่าวบ้านเราไปง่ายๆ
ความสัมพันธ์ก็ดูไม่ผูกผันในระดับที่ต้องใจหายกับบทสรุปในตอนท้่าย กับเซเรนาชีวิตที่ไม่มีใคร จอร์จและสิ่งที่เขามี คือที่พึ่งที่เธอต้องเกาะเอาไว้ให้มั่น และต้องไม่เสียไป ยังพอมีน้ำหนักกับสิ่งที่เธอทำ ที่อาจจะไม่ได้หมายถึงความรัก หากเป็นเรื่องของผลประโยชน์ แต่กับจอร์จความรักที่เขามีให้เธอดูลางเลือนเหมือนปางไม้ที่มีสายหมอกปกคลุม
โศกนาฏกรรมในหนังเรื่องนี้จึงเป็นเพียงสิ่งที่คนดูแค่รู้รับ ไม่ใช่รู้สึก ถึงการแสดงของคูเปอร์ และลอว์เรนซ์จะอยู่มือ เข้าคู่กันดี ก็ไม่มากพอที่จะช่วยอุ้มหนังทั้งหมด
โดย นพปฎล พลศิลป์
สามารถคลิกไลค์เพจสะเด่าส์ได้ง่ายๆ ที่นี่















