THE MONKEY KING 3D: ไม่ต้องนับครั้งกันแล้ว สำหรับการขึ้นจอใหญ่ของหนังในตระกูลไซอิ๋ว ที่มีทั้งตอนแยก ภาคต่อ ภาคก่อน ออกมาเต็มไปหมด หลังดูฉบับความเป็นมาของพระถังซำจั๋ง แบบฮาผสมบู๊ไปเมื่อปีกลาย ปีนี้ก็เป็นการเดินทางไปหาจุดกำเนิดของราชาวานร ซุน หงอคง หรือ เห้งเจีย
หนังมาแบบอลังการงานสร้าง ขายเทคนิคพิเศษ ตระการตา แต่ก็เห็นได้ชัดว่า ยังต้องพัฒนาอีกหลายก้าวกว่าจะเท่าเทียมทันฮอลลีวูด เพราะงานออกมาดูแข็ง เป็นบล็อค ไม่เนียนอยู่เยอะ ในขณะเดียวกัน การดีไซน์ การออกแบบ ก็ได้รับอิทธิพลมาจากที่เคยเห็นในหนังฝรั่งมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เหล่าวานรที่ทำให้นึกถึง The Hobbit กระทั่งในป่าก็มาในอารมณ์เดียวกับ Charlie And Chocolate Factory รวมไปถึง Thor และ Pacific Rim งานนี้ต้องขยันหนักทั้งการทำงานและไอเดีย
แต่เอ็ฟเฟ็คท์ที่ไม่เต็มร้อย ก็ยังพอทำเนา ไม่หนักเท่าตัวเรื่องเอง ที่ออกมาแห้งๆ ไม่สามารถจับลึกไปถึงความสัมพันธ์ของตัวละคร หรือทำให้ประทับได้ ครั้นจะหวังมาดูฉากแอ็คชัน ก็คงต้องบอกว่า เยอะ และมากไป จนทำให้หนังออกมาดูเวิ่นเว้อ และยาวเกินเหตุ ซึ่งเป็นปัญหาของหนังจีนส่วนใหญ่ก็ว่าได้ ที่เหมือนกับเสียดายฟุตเตจที่อุตส่าห์ถ่าย อุตส่าห์ทำมาจนทำให้จังหวะของหนังเสีย
ยิ่งมาอยู่ในหนังที่เอาขำก็ไม่ได้ เอาซาบซึ้งก็ไม่อยู่แบบนี้ ก็เลยทำให้เป็นงานที่ดูแล้วไม่ติดอกจิดใจอะไรสักเท่าไหร่อีกเรื่องในช่วงต้นปีนี้
โดย นพปฎล พลศิลป์















