THE OUTSIDER: โดยพล็อต… หนังจาเร็ด เลโทเล่น กำกับโดยผู้กำกับชาวเดนิชเรื่องนี้ ไม่มีอะไรใหม่เลย กับเรื่องของนักโทษอเมริกันในเรือนจำญี่ปุ่น ที่ให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมสถานที่คุมขังเจ้าถิ่น ซึ่งเป็นสมาชิกหัวแถวของแก๊งยากูซาใหญ่ และได้รับความช่วยเหลือกลับ จนกลายเป็นสมาชิกคนหนึ่งของกลุ่ม และถูกดูแคลนว่าเป็น “คนนอก” อย่างที่ชื่อเรื่องว่าเอาไว้ แต่เมื่อแก๊งถูกคุกคาม แถมมี “คนใน” บางคนเป็นหนอนบ่อนไส้ คนนอกอย่างเขานี่ละ ที่กลายเป็นผู้กอบกู้ชื่อเสียง หรือหน้าตาที่เสียไปของแก๊งกลับมา
และในที่สุด เขาก็ได้รับการยอมรับจากทั้งพวกเดียวกัน และฝั่งตรงข้าม ว่าแม้เชื้อชาติ หน้าตา จะแตกต่าง หากหัวจิตหัวใจก็เป็นยากูซาไม่แตกต่างไปจากพวกเขาเช่นกัน
นอกจากพล็อตจะเก่าแก่ มีหนังที่หยิบเอาเรื่องราวประมาณนี้ มาสร้าง มาทำกันไม่รู้ตั้งกี่เรื่องแล้ว ทั้งบทของแอนดรูว์ บอลด์วิน ทั้งการเล่าเรื่องของผู้กำกับมาร์ติน แซนด์วลีท ก็ไม่ได้พยายามทำให้หนังมีความแตกต่าง หรือว่าความเฉพาะตัวมากขึ้น นอกจากไปจากที่โครงสร้างของเรื่องกำหนดเอาไว้ ว่านี่เป็นเรื่องในโลกของยากูซา ไม่ใช่โลกของมาเฟียตะวันตก อั้งยี่จีน หรือแวดวงซามูไร อย่างที่เคยได้ชมกันมาก่อน
ที่สำคัญหนังก็ไม่ได้มีจุดพลิกผัน หรือสถานการณ์หักมุมที่ทำให้รู้สึกประหลาดใจซ้ำ
หากก็ถือว่ายังพอมีจุดแข็งอยู่บ้างในเรื่องของการแสดง จากทั้งตัวหลัก ที่เป็นจุดขายของหนัง จาเร็ด เลโท กับบทหนุ่มอเมริกันที่กลายเป็นคนนอกในแก๊งยากูซา ที่ด้วยการแสดงของเลโท ทำให้ตัวละครตัวนี้ดูมีปูมหลังบางอย่างที่ไม่ธรรมดา มีความลึกลับ มีปมบางอย่างที่ซ่อนอยู่ แต่ถึงกระนั้นเมื่อบางอย่างในตัวเขาถูกเฉลยออกมา ก็เชื่อว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องเซอไพรส์อะไร รวมไปถึงมีความกดดันลึกๆ อยู่ภายใน เมื่อกลายเป็นคนที่ไม่เข้าพวกกับสิ่งต่างๆ รอบข้าง เลโททำให้ตัวละครรายนี้ไม่ต่างไปจากระเบิดเวลาที่พร้อมระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ กับนักแสดงชาวญี่ปุ่น อย่าง ทาดาโนบุ อาซาโน ที่เคยมาเล่นหนังของเป็นเอก รัตนเรืองอยู่หลายเรื่อง ก็เช่นกัน อาญาโนเล่นรับส่งกับเลโทได้อย่างลงตัว ในแบบพี่ชายผู้ใจดี ขณะที่คิปเป ชินะที่รับบทตัวละครที่ไม่ต่างไปจากขั้วตรงข้ามกับอาซาโน ก็ทำได้ในระดับที่คล้ายคลึงกัน
แต่ถ้าแซนด์วลีทและบอลด์วินเติมความลึกลับให้ตัวละครในเรื่อง หรือทำให้ดูยากกว่านี้ตัว The Outsider น่าจะมีส่วนดีๆ ให้ได้กล่าวถึงมากขึ้น โดยเฉพาะความซับซ้อนของตัวละคร
ไม่ได้มีดีเพียงเรื่องการแสดง และการนำเสนอโลกของยากูซา รวมไปถึงวัฒนธรรมหลายๆ อย่างของพวกเขา ที่มีความเฉพาะตัว แตกต่างไปจากวัฒนธรรมในวงนักเลงของชนชาติอื่นๆ ที่จะว่าไปแล้วในปมตรงนี้ หนังมีก็มีบางประเด็นที่สามารถนำไปเล่นเพื่อให้เรื่องราวได้ไปในทางลึกมากกว่าเดิม อย่าง ความแตกต่างระหว่างโลกใหม่กับโลกเก่าของยากูซา คนรุ่นหลังกับคนรุ่นก่อนหน้า วิถีของโลกที่เปลี่ยนไป การปฏิบัติต่อกันของคนในสังคมนี้ที่ต่างจากเดิม ซึ่งทำให้สายตาของคนนอกอย่างเลโท ที่มีโอกาสได้สัมผัส และมองเห็นความเป็นไปในแวดวงนักเลงของญี่ปุ่น มีมุมมองที่แตกต่างไปจากเดิมๆ บ้าง ซึ่งน่าจะทำให้ผู้ชมได้เห็นอะไรใหม่ๆ บ้าง หรือถ้าไม่ถึงขนาดนั้น ก็น่าจะทำให้ได้เห็น “ลึก” กว่าที่หนังเป็น
อีกอย่างที่เด่น และชอบ รวมไปถึงสามารถดึงให้อยู่กับหนังได้พอๆ กับการแสดงก็คือบรรยากาศ ที่แม้จะนิ่งเนิบ หากก็มีความคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะการแสดงของเลโทที่ให้กับบท และอีกส่วนหนึ่งก็คือการค่อยๆ เสริมความตึงเครียดให้กับสถานการณ์ทีละน้อยๆ แต่ก็นั่นแหละ เมื่อเดินทางมาถึงที่สุด…..
หนังก็ไม่สามารถทำให้อารมณ์ผู้ชมไปถึงจุดระเบิดได้สำเร็จ เป็นได้แค่ระเบิดที่แค่เอามาวาง หากไม่ได้ตั้งเวลา หรือหาทางจุดชนวนแต่อย่างใด
โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ชำแหละแผ่นฟิล์ม นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1254 ปักษ์หลังเมษายน 2561
ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่















