YOUR NAME: ความรู้สึกหนึ่งในการชมแอนิเมชันเรื่องนี้จากแดนอาทิตย์อุทัย ไม่ต่างไปจากการชมภาพยนตร์สยองขวัญซอมบี้เกาหลี Train to Busan ที่ต่างก็ได้รับคำชื่นชมอย่างมากถึงความสด ใหม่ ในเรื่องของพล็อต มุมมองของหนัง
ที่เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ได้รู้สึกสด ใหม่อะไรอย่างที่ฮือฮากัน เรื่องของการเอาตัวรอด ด้านมืดของคน ที่ต้องมาอยู่ร่วมกันในยามคับขับ คือสิ่งที่อยู่คู่กับหนังซอมบี้มาตลอด และกับ Train to Busan ก็แค่เปลี่ยนสถานที่จากในห้่าง, ในค่ายทหาร หรือในชุมชนต่างๆ ไปยัดใส่ในขบวนรถไฟ ที่ก็อดทำให้นึกถึง Snowpiecer ไม่ได้ แถมเหตุการณ์หลายๆ อย่างในหนัง ก็ทาบทับกับสิ่งที่เกิดขึ้นในหนังที่มาก่อนได้พอดิบพอดีอีกต่างหาก และกับ Your Name พล็อตของหนังเองก็ไม่ต่างไปจากการจับหนัง หวานมันส์.. ฉันคือเธอ (ซึ่งก็มีจุดเริ่มเป็นหนังญี่ปุ่น) มาเข้าสมการกับหนังรักข้ามเวลาอย่าง Il Mare ที่หลายๆ เหตุการณ์ในเรื่องก็ซ้อนกับหนังที่มาก่อนพอดิบพอดีเช่นกัน
แต่ต้องยอมรับว่า ยุคนี้จะหาอะไรใหม่ๆ ล้ำๆ มันไม่ง่าย และก็ต้องให้เครดิตกันก็คือ ไม่ว่าจะเป็น Train to Busan หรือว่า Your Name ต่างก็เป็นหนังที่ผสมสานสิ่งที่มาก่อนเข้าด้วยกัน แล้วเล่าใหม่โดย มีเสน่ห์ มีทาง มีความเป็นตัวของตัวเองได้อย่างชัดเจน และเป็นงานที่ดูสนุก
จากหนังรอม-คอมสลับร่าง และหนังโรแมนติกข้ามเวลา ถูกจับเขย่าจนกลายเป็นหนังโรแมนติควัยรุ่นข้ามเวลา ที่มีเรื่องของความลึกลับเข้ามาผสมผสาน เป็นงานฟีลกู๊ด ที่มีความเป็นไซ-ไฟเจืออยู่ในตัว แล้วก็ฉาบด้วยภาพสวยๆ ดนตรีเพราะๆ มีตัวละครที่มีเสน่ห์ และชีวิตชีวา ที่หลายๆ คนลืมไปเลยว่านี่คือตัวละครแอนิเมชัน ไม่ใช่คนแสดง ซึ่งหนังก็ใช้ประโยชน์จากการเป็นแอนิเมชัน ซึ่งทำให้ผู้ชมสามารถละเลยเรื่องของความสมเหตุสมผลในปม ประเด็นบางอย่างได้เป็นอย่างดี โดยไม่ต้องไปนึกถึงมูลเหตุที่ทำให้ตัวละครในเรื่องสลับร่าง ได้พบกันทั้งๆ ที่อยู่คนละช่วงเวลา ซึ่งก็ให้ผู้ชมตีความกันเอง และก็เป็นเสน่ห์ของหนังในกลุ่มนี้ ที่มักจะทิ้งไว้ให้เป็นปริศนาดำมืดเสมอๆ โดยเติมความตื่นเต้นเข้ามาในช่วงท้าย เมื่อตัวละครพยายามหาทางออกให้กันและกัน ที่เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะลุ้นไปกับตัวละครได้สนุก
ที่น่าสนใจก็คือ หนังมีลักษณะของขั้วสองขั้วที่แตกต่าง แต่อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน หรือพยายามปรับตัวเข้าหากัน และทำให้ความต่างถูกละเลย ให้ได้สัมผัสมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ผู้ชาย-ผู้ชาย, สังคมเมือง-ชนบท, ความเชื่อ-สิ่งที่เป็นวิทยาศาสตร์ แล้วก็ยังมีความโดดเด่นจากการสร้างเมืองสมมติขึ้นมาในเรื่อง ที่เปรียบได้กับขั้วที่ขัดแย้งกับเมืองใหญ่อย่างโตเกียว ซึ่งเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสีสัน สัมผัสได้ถึงชีวิตชีวา
หนังทำได้ดีในการเปลี่ยนจากอารมณ์หนึ่ง ไปสู่อีกอารมณ์หนึ่งอย่างแนบเนียน จากหนังรักสลับร่างที่ดูใสๆ ในตอนต้น เต็มไปด้วยฉากเรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม หนังค่อยๆ เพิ่มความซีเรียสจริงจังเข้ามา ก่อนที่จะกลายเป็นความตื่นเต้นในตอนท้าย แม้จะเสียเวลาให้กับบางสถานการณ์ที่มากเกินไปจนเวิ่นเว้อ แต่ก็คงมีน้อยคนที่ไม่ยอมเอาใจช่วยตัวละครให้ทำได้อย่างที่ตั้งใจเอาไว้ แล้วก็ปิดจบแบบงานรักโรแมนติกที่อบอุ่น สวยงาม และเชื่อว่าน่าจะประทับใจใครหลายๆ คน เป็นหนังที่เอาของเก่ามาเล่าเรื่องใหม่ได้อย่างสนุก ลงตัว ในแบบที่เป็นตัวของตัวเองได้อย่างที่เป็นอยู่
ควรชมหากชอบ: Only Yesterday, Il Mare, หวานมันส์… ฉันคือเธอ, Ditto
โดย นพปฎล พลศิลป์















