Mary is Happy, Mary is Happy: พูดแบบสั้นๆและไม่พยายามสปอยล์ตามที่ผู้กำกับเขาขอร้องคนที่ได้ดูหนังเรื่องนี้แล้ว Mary is Happy, Mary is Happy เป็นหนังอีกเรื่องที่หลังจากดูจบ ความรู้สึกแรงๆหลายอย่างประดังเข้ามาพร้อมๆกัน แต่อย่างหนึ่งที่ไม่ใช่แน่ๆ ก็คือความสุข อันที่จริงแล้ว (ขอสปอยล์เล็กน้อย) ตอนที่ ‘แมรี่มีความสุข’ มันกลับเป็นช่วงเวลาที่เศร้าและสะเทือนอารมณ์มากๆ และโดยที่คนทำหนังไม่ต้องบีบเค้นพยายาม
แต่โดยรวมๆแล้ว มันเป็นหนังที่ถ่ายทอดความกระอักกระอ่วน ความว้าวุ่นสับสนของเด็กสาวคนหนึ่งได้อย่างวิเศษและน่าอัศจรรย์ และผู้ชมรู้สึกและสัมผัสได้ถึงสิ่งที่เรียกว่า spirit ของความเป็นวัยรุ่น และในขณะที่เนื้อหาของมันบอกเล่าในสิ่งที่หนังที่ว่าด้วยวัยรุ่นทั้งหลายเคยพูดมาแล้วทั้งสิ้น อันได้แก่ เพื่อน ความรัก ชีวิตในโรงเรียน แต่วิธีการที่คนทำหนังเลือกใช้ ทั้งสะท้อนถึงลักษณะเฉพาะตัวของคนทำหนัง และทั้งมีเสน่ห์ดึงดูดและความแยบยลในตัวมันเอง แต่ที่มากไปกว่านั้นก็คือ มันก็เป็นหนังที่วิพากษ์วิจารณ์ หรือแม้กระทั่งเหน็บแนมถากถางทั้งระบบการศึกษา และวิถีของสังคมไทย และผมอยากจะเชื่อว่า ไม่ว่าคนดูชาติไหนก็ไม่มีวันเก็ทอารมณ์ขันและความหมายที่ซุกซ่อนอยู่ในหนังเรื่องนี้ได้ครบถ้วนสมบูรณ์เท่ากับผู้ชมบ้านเรา เพราะเราอยู่กับ ‘ความโง่เขลาเบาปัญญา’ ตามที่หนังนำเสนออย่างชนิดทุกเมื่อเชื่อวัน
แต่ถึงอย่างนั้น หนังก็ไม่ได้ดูเกรี้ยวกราดดุดัน และที่ต้องยกนิ้วให้ก็ตรงที่มันเป็นหนังที่ในห้วงเวลาที่มันตลก มันก็ตลกเป็นบ้าเป็นหลัง และหลายครั้งหลายครา คนทำหนังก็ไม่ขวยเขินเหนียมอายที่จะเล่นมุขควาย ซึ่งพอมันมาอยู่ร่วมกับมุขฉลาดๆแล้ว มันก็กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน และพอมันถึงช่วงที่เคร่งขรึมจริงจัง มันก็ทำให้ผู้ชมในโรงเงียบกริบ ชนิดที่ใครทำเข็มเย็บผ้าตก ก็อาจจะได้ยิน
ในเชิงของกลวิธีการนำเสนอ นอกเหนือจากลูกเล่นในเรื่องของการ ‘ทวีต’ ข้อความแล้ว ผมชอบโลเกชั่นของหนังเรื่องนี้มาก มันดูเหมือนไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ หรือแม้แต่เมืองไทย ทั้งยังเชื่อมโยงได้กับความหมายของเรื่อง อีกส่วนหนึ่งก็คือจังหวะการตัดต่อของหนังเรื่องนี้ มันไม่ได้เพียงแค่ตัดทอนส่วนที่ดูเหมือนเยิ่นเย้อออกไป แต่ความไม่ปะติดปะต่อของมันยังอธิบายภาวะอะไรบางอย่างของตัวละครด้วย
นี่ไม่พยายามสปอยล์อย่างถึงที่สุดแล้ว และคัดกรองเฉพาะปฏิกิริยาของผมต่อตัวหนังล้วนๆ และสมมติว่าจะต้องสรุปความเห็นรวบยอด ก็ขอกล่าวสั้นๆด้วยประโยคเกร่อๆ แต่สะท้อนความจริง นั่นคือ อย่างไม่มีข้อเคลือบแคลงสงสัย นี่เป็นหนังที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของปี 2013
โดย ประวิทย์ แต่งอักษร















