Hostel Part III : นรกรอกินตับ!
โดย เกรียนหนัง
จาก https://www.facebook.com/photo.php?fbid=135414329948235&set=pb.112834835539518.-2207520000.1360403064&type=3&src=https%3A%2F%2Ffbcdn-sphotos-f-a.akamaihd.net%2Fhphotos-ak-ash4%2F474930_135414329948235_528069083_o.jpg&smallsrc=https%3A%2F%2Ffbcdn-sphotos-f-a.akamaihd.net%2Fhphotos-ak-ash4%2F481489_135414329948235_528069083_n.jpg&size=1124%2C816
ผิดความคาดหมายไปเยอะสำหรับภาคล่าสุดของ Hostel จากที่คิดว่ามันต้องแย่มาก ห่วยต่ำเตี้ยเรี่ยดินแน่ๆ แต่กลับกลายเป็นว่า นอกจากจะไม่แย่แล้ว หนังมันยังทำออกมาได้สนุกใช้ได้เลยจ้า!
เดิมที Hostel ภาค 1 และ 2 เป็นผลงานสร้างชื่อของ อีไลร็อธ เจ้าพ่อหนังนองเลือดแนวทรมานบันเทิง (torture porn) ที่มีเฮียเควนติน ตารันติโน่เป็นแบ็คอัพหนุนหลังอยู่ แต่มาภาคนี้ อีไลร็อธ โบกมือบ๋ายบายไม่ขอยุ่งเกี่ยวใดๆ ทั้งสิ้น ด้วยเหตุผลที่ว่าหนังมันจบสมบูรณ์ของมันไปเรียบร้อยหมดแล้ว
หนัง Hostel ภาค 3 จึงถูกขับเคลื่อนให้เดินหน้าต่อโดย สก็อต สไปเกล โปรดิวเซอร์ที่อยู่คู่กับหนังมาตั้งแต่ภาคแรก ซึ่งเจ้าตัวขอลงมานั่งเก้าอี้ผู้กำกับเสียเองในภาคนี้ ขณะที่ผลงานในอดีตของ สไปเกล นั้นส่วนใหญ่จะเป็นหนังสั้นกับหนังวิดีโอเสียเป็นหลัก รวมถึง Hostel ภาค 3 นี้ก็ทำออกมาเพื่อส่งตรงลงตลาดหนังแผ่นเลยเช่นกัน สาเหตุที่ผู้เขียนคิดว่ามันต้องออกมาแย่ก็มาจากเหตุผลดังกล่าวนี่แหละ
ทว่าดูเหมือน สก็อต สไปเกล จะรู้จักหนังชุดนี้เป็นอย่างดีว่าควรนำมันไปในทิศทางใด ผลลัพธ์ที่ีออกมาเลยกลายเป็นความ “เกินคาดในทางบวก” อย่างที่บอกไว้ในตอนต้น หนังมีจังหวะการดำเนินเรื่องที่หลอกล่อผู้ชมได้สำเร็จในหลายๆ ครั้ง รวมถึงยังมีจุดหักมุมน่าเซอร์ไพรส์ที่ทำให้เรื่องราวมันดู “มีเนื้อมีหนัง” มากกว่าแค่การหลอกคนมาฆ่าแบบไร้เหตุผล
เพราะหนังภาคนี้มาพร้อมกับเนื้อเรื่องเชิงชิงรักหักสวาทที่ใส่ลงไปในเรื่องราวหลักโหดๆ ได้อย่างกลมกลืนและปิดไว้มิดชิด จนผู้เขียนว่าควรเปลี่ยนชื่อหนังจาก “นรกรอชำแหละ” มาเป็น “นรกรอกินตับ” น่าจะเข้าท่ากว่า (ฮา)
แต่ส่วนที่คาดการได้ถูกต้องก็คืองานในส่วนโปรดักชั่นต่างๆ ที่ต้องบอกว่าด้อยลงไปมาก ทำออกมาไม่เนียนเอาเสียเลย รวมถึงความโหดก็ดูจะลดระดับลงไปจนเบาหวิว หากเทียบกับสองภาคก่อนหน้า
ขณะที่พฤติกรรมโง่ๆ ไม่สมจริงของตัวละครก็ยังมีให้เห็นอยู่ประปราย อาทิ เหยื่อสาวที่ร้องแหกปากซะสุดฤทธิ์ ทั้งที่รู้อยู่ว่าฆาตกรกำลังจะยัดแมลงเข้าไปในปาก หรือ การดิ้นรนเอาชีวิตรอดของตัวละครบางตัวที่ยังดูไม่สมจริงเท่าไหร่ เหมือนแค่พยายามพอเป็นพิธี
คะแนน : สองดาว
(เนื้อเรื่องดูได้ น่าติดตาม โปรดักชั่นแย่ การแสดงพอทน)















