(อ่านตอนแรกได้ที่ http://bit.ly/11XIW2p) ช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา สถานการณ์ของวงการเพลงยังไม่ดีขึ้น มาถึงตอนนี้ยังไม่มีอัลบั้มของศิลปินรายไหน ที่ทำยอดขายในระดับแผ่นแพลตินัมได้เลย
ส่วนยอดขายดิจิตอล ก็เริ่มยวบยาบตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ตอนแรกจะเห็นได้แค่จากยอดขายเป็นเพลงๆ แต่พอจบปีก็เห็นกันชัดขึ้นจากยอดขายอัลบั้ม และปีนี้ยิ่งชัดเจนกว่าเดิม ซึ่งในความเป็นจริง ยอดขายอัลบั้มที่ลดลง จะแสดงให้เห็นยอดขายเป็นเพลงที่ลดลง โดยยอดขายเพลงและอัลบั้มลดลงร่วมๆ 15-20% ขณะที่ยอดขายซีดีนั้น เจ็บหนักมาตลอดทศวรรษที่ผ่านมา
โดยรวมๆ ยอดขายดิจิตอลแบบเป็นเพลงๆ ตกลง 12.9% ทำรายได้ 848.5 ล้านเหรียญในช่วง 9 เดือนแรกของปี (นับถึง 28 กันยายน 2014) ลดจากที่เคยทำไว้ 974.6 ล้านเหรียญในช่วงเดียวกันของปีก่อน (ถึง 29 กันยายน 2013) และเมื่อถึงสิ้นปี 2013 ซึ่งเป็นปีแรกที่ยอดขายดิจิตอลลดลง ยอดขายเป็นเพลงๆ ตกจากเดิม 5.7% ส่วนอัลบั้มตกแค่ 0.1%
แต่ใน 9 เดือนแรกของปีนี้ ยอดขายอัลบั้มดิจิตอล ลดลง 11.5% ทำเงินแค่ 77.6 ล้านเหรียญ ส่วน 9 เดือนแรกของปี 2013 นั้น ทำได้ 87.8 ล้านเหรียญ มาทางด้านซีดี ปรากฎว่าตกลง 18.9% ทำเงินไป 91.7 ล้านเหรียญ จากยอดขาย 113.1 หน่วย รวมกันแล้วยอดขายอัลบั้มทั้งหมดลดลงไปถึง 14.4%
แต่ในข่าวร้าย ก็ยังพอมีข่าวดีเล็กน้อย เมื่อยอดขายแผ่นไวนีลเพิ่มขึ้นฮวบฮาบถึง 47.5% ขายไปถึง 6.074 ล้านแผ่นจากปีก่อนหน้าที่ทำได้ 4.12 ล้านแผ่น โดยที่น่าสนใจก็คือ ในช่วง 9 เดือนแรก อัลบั้มในแบบแผ่นเสียงขายได้เพิ่มขึ้นจากยอดขายรวมของปีที่แล้ว ที่ทำไว้ 6.054 แผ่นถึง 20,000 แผ่น
โดยอัลบั้มของแจ็ค ไวท์ Lazaretto เป็นแผ่นเสียงที่ขายดีที่สุดในปีนี้ ด้วยจำนวนเกือบๆ 73,000 แผ่น
(อ่านตอนที่ 3 ได้ที่ http://bit.ly/1rQgEU0)
จากเรื่อง ยอดขายเพลงประจำไตรมาสที่สาม ยังเดินหน้าสู่หุบเหว (2) โดย นพปฎล พลศิลป์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ ไทยโพสท์ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2557
ให้กำลังใจด้วยการคลิกไลค์เพจสะเด่าส์ได้ง่ายๆ ที่นี่















