ผลพวงจากเรื่องราวของตัวแทนจากค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ในบ้านเรา ไปเรียกเก็บเงินค่าลิขสิทธิ์จากร้านกาแฟที่เปิดเพลงจากยูทิวบ์ แล้วก็ตามด้วยการจ่ายค่าเสียหายโดยเจ้าของร้านไปสองหมื่นบาท นอกจากจะกลายเป็นข่าวใหญ่ที่ถูกแชร์ ถูกกล่าวถึงกันอย่างมากมายในสังคมออนไลน์
เหตุการณ์ครั้งนี้ยังส่งแรงกระเพื่อมอีกหลายๆ อย่างไปยังค่ายเพลง, บริษัทจัดเก็บลิขสิทธิ์ต่างๆ, กรมทรัพย์สินทางปัญญา ยังจะเห็นได้จากการที่มีการโพสท์ข้อความของเจ้าหน้าที่ หรือบุคลากรจากองค์กรเหล่านี้ ตลอดจนการแถลงข่าวออกมา และแน่นอนกับบรรดาศิลปินที่มีผลงานเพลงออกมา ต่างก็ออกมาบอกอนุญาตให้ร่านค้า, สถานบันเทิงต่างๆ สามารถเปิดเพลงของตัวเองได้เต็มที่
ไม่ว่าจะเป็นวงอย่าง ที-โบน, ลิปตา, เบิร์ด กะ ฮาร์ท, เสก โลโซ หรือว่าบรรดาวงอินดี ค่ายเพลงเล็กๆ ทั้งหลาย เช่น แบด ดีเอ็นเอ, สมอลล์รูม, บานานา เรคอร์ดส์ ซึ่งแต่ละสังกัดเพลง แต่ละศิลปินอาจจะมีเงื่อนไขบางอย่างตามมา เช่น เปิดเฉพาะคลิปที่อัพโหลดเอาไว้ในยูทิวบ์
ซึ่งนอกจากจะเป็นการแสดงน้ำใจของศิลปิน หรือค่ายเพลงเหล่านี้แล้ว ในเวลาเดียวกันก็เป็นโอกาสอันดีที่เพลงของพวกเขาจะถูกนำไปเผยแพร่มากขึ้นในที่ต่างๆ ที่เป็นจุดรวมของผู้คน แต่คำถามก็คือ เพลงเหล่านั้นสามารถเปิดได้ฟรี และไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์จริงๆ หรือ คำตอบคือ จำเป็นต้องเช็คการถือครองลิขสิทธิ์ของศิลปินนั้นๆ ก่อน
อย่างที่ทราบมาคร่าวๆ เบิร์ดกะฮาร์ท เป็นเจ้าของเพลงที่ตัวเองประพันธ์ขึ้นมา เป็นเจ้าของสิทธิ์การนำเพลงไปใช้ และเป็นเจ้าของเพลงที่ได้รับการบันทึกเสียง ซึ่งก็คือเพลงที่อยู่ในซีดี ในเทปนี่ละ (ในกรณีจะไม่พูดถึงสิทธิ์ในการจัดจำหน่าย ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องนี้) ที่สำคัญเพลงที่พวกเขาบันทึกเสียง ‘และ’ แต่งเอง ยังไม่ได้อยู่ในระบบของบริษัทดูแลและจัดเก็บลิขสิทธิ์ต่างๆ ทำให้การที่เบิร์ดกะฮาร์ทอนุญาตให้เจ้าของร้าน-สถานบันเทิงต่างๆ เปิดเพลงของพวกเขาเป็นเรื่องที่ทำได้จริง แต่กับบางศิลปิน แม้พวกเขาจะแต่งเพลงเอง ก็ไม่ได้หมายความว่า จะอนุญาตให้ร้านค้า-สถานบันเทิงหรือใช้เพลงของพวกเขาได้ เพราะต้องดูไปถึงรายละเอียดที่ว่า พวกเขาได้มอบสิทธิ์ในการนำเพลงไปใช้ ให้กับบริษัทดูแลและจัดเก็บลิขสิทธิ์ที่ไหนดูแลหรือเปล่า ถ้ามอบก็ต้องมีการทำอะไรก็ตามเพื่อให้การอนุญาตของพวกเขามีผลทางกฏหมาย แต่ถ้าพวกเขาแต่งเพลงเอง ดูแลและจัดเก็บลิขสิทธิ์ในส่วนของการนำเพลงไปใช้เอง ก็ต้องมาดูการถือครองลิขสิทธิ์อีกขั้นตอนหนึ่ง
นั่นก็คือสิทธิ์ในเพลงที่ได้รับการบันทึกเสียง หากยังเป็นของศิลปิน ไม่ใช่ต้นสังกัด และไม่ได้มอบให้ใครเป็นผู้ดูแลจัดเก็บลิขสิทธิ์จากการเปิด การอนุญาตให้เปิดเพลงของศิลปินรายนี้โดยไม่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์สามารถทำได้ ส่วนถ้าสิทธิ์ในเพลงที่ได้รับการบันทึกเสียงเป็นของพวกเขา แต่มอบให้ผู้อื่นเป็นผู้ดูแลจัดเก็บลิขสิทธิ์ ก็ต้องทำบางอย่างเพื่อให้การอนุญาตของพวกเขามีผลทางกฏหมาย
พูดง่ายๆ ก็คือ ศิลปินที่จะออกมาพูดว่า เอาเพลงผม เอาเพลงดิฉัน เอาเพลงพวกเราไปเปิดได้ และทำได้จริง ต้องเป็นทั้งผู้แต่งเพลงเอง เป็นเจ้าของสิทธิ์ในการนำเพลงไปใช้ เป็นเจ้าของสิทธิ์ในเพลงที่ได้รับการบันทึกเสียง และหากเป็นผู้ดูแลและจัดเก็บลิขสิทธิ์เองก็จะสมบูรณ์แบบอย่างที่สุด
เพราะฉะนั้นหากจะเปิดเพลงของศิลปินที่ออกมาอนุญาตให้ใช้เพลงของพวกเขา ก็ต้องตรวจสอบกันดีๆ ไม่งั้นก็จะเป็นปัญหากันขึ้นมาอีก เพราะบางรายแม้จะเป็นศิลปินอินดี แต่ก็เคยออกผลงานกับบางค่ายเพลงมาก่อน สิทธิ์ของเพลงที่ได้รับการบันทึกเสียงจากอัลบั้มนั้นๆ เป็นของพวกเขาหรือของค่่ายเพลง นั่นคือสิ่งที่ต้องเช็ค ต่อให้เป็นเพลงที่พวกเขาแต่งเอง เป็นเจ้าของและดูแลสิทธิ์ในการนำเพลงไปใช้ ก็ตามที
เรื่องลิขสิทธิ์ การอนุญาตให้นำไปใช้ หรือให้เปิดฟังในที่สาธารณะ ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ มีอะไรซับซ้อนมากกว่า ออกมาบอกว่า… แล้วก็จบ
จากเรื่อง เมื่อศิลปินให้เปิดเพลงฟรี ความหวังดีที่ต้องตรวจสอบ คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ โดย นพปฎล พลศิลป์ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 7 กรกฎาคม 2559
ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านงานวิจารณ์หนัง และเพลง แบบนี้ ได้ด้วยการกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์กันไว้ก่อน ได้ที่นี่















