I AM. [South Korea / 2012]: A Brief History of “TING”
โดย สกก์บงกช ขันทอง
จาก https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10151163595075904&set=a.10151147837105904.432361.650825903&type=3&theater
บอกเลยครับ หนังเรื่องนี้มันคือการล้างสมองครั้งใหญ่
พอๆ กับหนังโฆษณาชวนเชื่อที่ฮิตเลอร์ทำเพื่อโปรนาซียังไงยังงั้นเลย
ก็แหมมมมม รู้ๆ กันอยู่ว่าวัฒนธรรมเค-ป็อป โคตรจะไม่ต่างกับโคลัมบัสล่าอาณานิคมเลย
พอหนังเรื่องนี้ฉายปุ๊บ เชื่อได้เลยว่ามีอีกหลายแสนคน กลายร่างกลายเป็นนาซีติ่งไปแล้วอย่างเรียบร้อย
แต่ถึงเราจะว่ามันเป็นโฆษณาชวนเชื่อก็ตาม ไอ้หนังกึ่งคอนเสิร์ต กึ่งสารคดี กึ่งฟาวด์ฟุตเตจ
อย่าง I.AM นี่มันมีชั้นเชิงและแยบยลยิ่งกว่านะ
มันไม่ได้มาอวดความยิ่งใหญ่อะไรมากมาย ทั้งๆ ที่เหตุการณ์ของมันโคตรใหญ่อ่ะ
คือได้ไปเล่นเมดิสันสแควร์การ์เด้น นิวโหยค คือถ้าเล่นที่นี่ได้ เอ็งก็ยึดครองโลกได้แล้วอ่ะ
แต่แทนที่จะทำเป็นบันทึกคอนเสิร์ตสามมิติยิ่งใหญ่อลังการขายแด๊กซ์ไปเลย แบบที่ฝั่งเมกามันชอบทำ
มันกลับเลือกที่จะโชว์ภาพคอนเสิร์ตไม่เยอะมาก
แต่เอาภาพของนักร้องสมัยที่ยังไม่โมดิฟายบายวุฒิศักดิ์คลีนิคมาเสนอสลับไปด้วย
มันจึงไม่ได้ชวนแค่ให้พวกคุณเป็นติ่งแฟนเพลงอย่างเดียว
แต่ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตัวคุณ ที่พร้อมจะเป็นศิลปินกับมันด้วย
ก็โอ้โห…แม่เจ้า หน้าบางคนตอนเข้าวงการใหม่ๆ นี่ ไม่รู้ว่าที่บ้านมีกระจกรึเปล่า
เข้าวงการมาได้ยังไง หน้าเป็นเต้าหู้ตรานางพยาบาลเลยนะครับ
แต่โมไป โมมา จากทรามกลายเป็นสวย จากห่วยกลายเป็นหล่อได้
นี่แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของผู้บริหารเลยนะครับว่าขุนกันจนจ๊าบได้จนถึงปัจจุบัน
บางคนนี่ก็สรรหาภาพหลายยุคหลายสมัย ยิ่งดูหน้าก็ยิ่งเปลี่ยน มันจึงช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตัวเราอย่างมากๆ
ในหนังเรื่องนี้เราจะได้เห็นภาพเก่าๆ สลับกับการค่อยๆ แนะนำตัวศิลปินให้คนชายขอบติ่งอย่างเราได้รู้จัก
เห็นเลยว่่าค่าย SM มัน SM สมชื่อ สมควรโดนปวีณามาร้องเรียนเนื่องจากใช้แรงงานเด็ก
เพราะกดขี่ข่มเหงสารพัด ไม่ว่าจะซ้อมหลังเลิกเรียน เต้นไม่ทันเพื่อนก็รู้สึกกดดันจนร้องไห้
ให้รู้กันเลยว่าไอ้เด็กพวกนี้มันน่าสงสารขนาดไหน
ในขณะที่ติ่งทั้งหลายฟังเค-ป็อปเพื่อยืดอายุความเยาว์วัยให้ยาวนานยิ่งขึ้น แต่เด็กพวกนี้กลับต้องใช้หลักสูตรเร่งรัดความเป็นผู้ใหญ่ ต้องรับผิดชอบสารพัด เพื่อตัวเองจะได้ก้าวไปไกลดั่งใจหวัง
อันนี้โคตรเศร้าใจเลย แต่พวกมันก็ยังก้มหน้าแสดงกันต่อไป
หนังช่วงแรกๆ ก็เนี่ยแหละเล่าสลับกับภาพคอนเสิร์ต ซึ่งภาพคอนเสิร์ตไม่ได้ชวนตื่นเต้นไรเลย
คือมันไม่ตื่นเต้นเท่ากับที่เราดูตามแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเพาเวอร์บายน่ะ
แถมภาพยังจับแค่บนเวทีเป็นส่วนใหญ่ จับภาพคนดูน้อยมาก จนรู้สึกว่าเอ็งหลอกข้ารึเปล่า
พวกเอ็งมาถ่ายแค่มูนสตาร์สตูฯ แล้วจ้างฝรั่งตรอกข้าวสารมาดูรึเปล่าวะ
(แต่ก็เข้าใจนะ ติ่งฝรั่งนี่ มีแต่คนแก่ๆ บางคนนี่ไม่น่าเชื่อว่าหน้าประมาณฟังลิงกิ้งพาร์ค แต่ทำท่าไอเลิฟยูนี่ มันไม่ใช่อ่ะนะ)
มันคงวางแผนกันอย่างดี พอดูโชว์คอนเสิร์ตบนเวทีกำลังกำลังเคลิ้ม
ก็ตัดฉับเข้าฟุตเตจสัมภาษณ์ทันที คุยกันแบบดิบๆ ไม่มีเพลงปูอะไร
แต่ค่อยๆนวดเรา ให้รักให้เห็นใจในชะตากรรม ทำเพื่อชาติของศิลปินพวกนี้
จนช่วงสุดท้ายที่มาร่วมร้องเพลงใจประสานใจรวมศิลปิน
ก็ยังไม่วายหยิบฟุตเตจการเดบิวท์ครั้งแรกมาสลับอีก
มันเลยไม่ใช่งานที่แสดงความยิ่งใหญ่ฮึกเหิมอะไรเลย
แต่เหมือนจะบอกว่า ไอ้การได้มายืนตรงจุดนี้มันไม่ใช่ง่าย การให้ความสำคัญกับก้าวแรกเป็นเรื่องโคตรสำคัญ
และภาพที่ยิ่งใหญ่กลับไม่ใช่ภาพที่นักร้องที่ผ่านโมมาแล้ว มาร้องท่ามกลางฝรั่งมังค่า
แต่กลับเป็นภาพเด็กหน้าไม่เป๊ะตื่นเวที ที่พอร้องเสร็จเจอแม่พ่อก็โผเข้่ากอดร้องโยเยไม่ต่างกับเด็กเลย
ผมว่านี่แหละที่ทำให้เรารู้สึกเค-ป็อปมันแข็งแกร่งและเติบโตอย่างไม่น่าเชื่อ
ดังนั้นสำหรับคนที่คิดว่ามันไม่น่าสนใจก็อยากให้ลองดูก่อน
แต่ถ้าใจไม่แข็งระวังไว้เลยนะครับกับหนังเรื่องนี้
ผมเตือนพวกคุณแล้ว ไม่งั้นจะเหมือนผมที่พอดูจบสิ่งแรกที่ขวนขวายต่อก็คือ
เสิร์ซหาเพลงใหม่เกิร์ลเจนฯ ฟังทันที โดนกลืนกินกลายร่างเป็นติ่งไปเรียบร้อยแล้วแจร้
ปล.รายนามวงที่อยู่ในหนังเรื่องนี้มีดังต่อไปนี้ เกิร์ลเจนฯ / ซูเปอร์ จูเนียร์ / ดงบังชิงกิ (ทำไมภาษาอังกฤษมันถึงเรียกว่า TVXQ! บอกฉันที) / ชายนี่ / โบอา / และ f[X] มันคือไรวะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า















