American Hustle (2013) หมู่มวลมหาประชา “โกง”
โดย สกก์บงกช ขันทอง
ตอนแรกก็ทำใจอยู่นาน เพราะถ้าดูหนังเดวิด โอ.รัสเซลล์ทุกเรื่อง จะพบว่า “อย่าหวังว่าจะได้เห็นความอู้ฟู่…หรูหรา…เอกอุ…อลังการอะไรเลย” สิ่งที่เราเห็นคือความมอซอของชนชั้นแรงงานจนถึงชนชั้นกลาง ที่ปากกัดตีนถีบ ภาพครอบครัวคาแรคเตอร์แปลกๆ ที่พูดเยอะ หน้าเกรอะกรัง
แต่ภาพที่เห็นในโปสเตอร์ก็คือ “สูท”, “แสงสี”, “วิงค์ๆ”, “หักเหลี่ยม” เฮ้ยยย… ไม่ใช่ว่ะ หรือโอ.รัสเซลล์มันร้อนเงินวะถึงทำหนังที่มันไม่ใช่ตัวมันอย่างงี้ คือแทบจะไม่มีความเป็นโอ.รัสเซลล์เลยซักนิดเดียว แต่พอเริ่มต้นที่ตัวละครขยับปากออกมาเท่านั้นแหละ ความวินาศสันตะโรค่อยถาโถมใส่เราช้าๆแล้วก็กลายเป็นความเอะอะมะเทิ่งจนสุดท้ายก็รู้สึกว่าเพื่อนเก่าคนนี้ไม่เปลี่ยนเลย สันดานยังไงก็หยั่งงั้น
หนังเล่าเรื่องของคู่รักนักต้มตุ๋น (เบลแม่งกลายเป็นแบทแมนที่จมน้ำตายห่าและศพลอยอืดในสามวันต่อมา…) ที่ทำธุรกิจต้มตุ๋นหลากหลาย เสือกพลาดท่าโดนตำรวจจับ โดยที่ไอ้ตำรวจ (คูเปอร์รับบทตำรวจหัวฝอยขัดหม้อ) หวังจะสร้างชื่อเสียงเพื่อตะครุบจับนักการเมืองคอรัปชั่นรายใหญ่ จึงหวังจะใช้สองนักตุ๋นให้เป็นประโยชน์ นำไปสู่ภารกิจ ABSCAM (ชื่อภารกิจจั๊กกะจี้มาก…แอ๊บสะแคม) ที่ตั้งใจจะกระชากความฉ้อฉลของการคอรัปชั่นที่สะเทือนโลก!!!!
คือถ้าอยู่ในมือผู้กำกับคนอื่น คงกลายร่างเป็นหนังแนวระทึกขวัญสั่นสะเทือนเมืองไปเลย แต่อยู่ในมือผกก.คนนี้ ที่สนใจตะเข็บในสูทมากกว่าสูท สนใจเรื่องราวในบ้านมากกว่าผับแสงสีตระการตา สนใจชะตากรรมตัวละครมากกว่าการหักเหลี่ยมชิงไหวชิงพริบ ภาพที่กลัวว่าจะเจอแบบที่เห็นในหนังแบบ โอเชี่ยน 11/12 หรือในหนังสายลับทั้งหลายแหล่…แทบไม่มี สิ่งที่เห็นก็คือ การพูด การแพล่ม การพล่าม บ้าบอประสาทแดก ยุ่งเหยิงแม่เย้ว ในแบบที่เคยเห็นในหนังก่อนหน้านี้แหละ
แต่สิ่งหนึ่งที่รู้สึกทุกครั้งในการดูหนังอีตานี่คือ ท่ามกลางการแพล่มของมวลมหาซุป’ตาร์แล้ว มันทัชคนได้ดีเหลือเกิน คือเราแทบไม่เห็นความเก็กของตัวละครซักตัว ทุกตัวพร้อมตะบี้ตะบันพ่นความเลวร้ายของตัวเองให้เห็นอย่างสนุกปาก และหนังเรื่องนี้ก็พร้อมจะประเคนความระยำใส่ตัวละครทุกตัว คริสเบลล์กลายเป็นนักต้มตุ๋นที่ Loser ที่สุดแล้วในโลกภาพยนตร์, เอมี่ อดัมส์ กลายร่างเป็นพุ่มพวงลวงโลก, แบรดลีย์ ก็เหมือนถอดวิญญาณไบโพล่าจากเรื่องก่อนมาเป็นตำรวจที่มั่นใจในหัวหยิกของตัวเองได้น่าถีบ, เจเรมี เป็นนักการเมืองสอดไส้ที่โคตรน่าเห็นใจ, เดอ นีโร มาแว๊บเดียว แต่บอมบ์ทุกอย่างในหนังจนไม่เหลือชิ้นดี และเจน ลอว์เรนซ์ ก็แรดจนไม่น่าเชื่อว่าอีนี่จะเป็นแม่สาวมือธนูยอดนักสู้จาก Hunger Game เลยซักนิด คือถ้าจะยกความเลวร้ายในหนังก็คงเป็นทรงผมของดาราฝ่ายชายที่เหมือนไปเหมาวิกมาจากโรงงานที่เอามาเลหลัง นอกนั้นการแสดงเรียกได้ว่าเยี่ยมทะลุวิกกันเลย
อย่างที่กล่าวข้างต้นว่าหนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังหักเหลี่ยมเฉือนคมอย่างที่คุ้นเคยกัน จึงต้องทำใจว่ามันไม่มีการยิงกันแบบหูดับตับติดเชื้อ แต่สิ่งที่มาทดแทนคือ ความสนุกที่ปกติเราจะเห็นตัวละครในหนังแนวนี้ที่ปกติแม่งขี้เก็ก กลายเป็นไอ้ Loser ไม่ได้มีความเท่ห์ห่าไรเลย
และสิ่งสำคัญที่เราเห็นไม่ค่อยบ่อยก็คือ “ความจริงใจ” ถือได้ว่านี่คือหนัง 18 มงกุฎที่จริงใจที่สุดในรอบหลายปี















