โดย ประวิทย์ แต่งอักษร
ส่วนที่โดดเด่นสะดุดตามากๆของหนังเรื่อง The Secret ice of Walter Mitty ก็คือ หนังตัวอย่างที่ไม่เพียงแค่ทำหน้าที่พื้นฐานในแง่ของการบอกเล่าเรื่องราวโดยย่อและเรียกน้ำย่อย แต่เชื่อว่ามันน่าจะทำให้หลายคนแทบจะอยากให้หนังเข้าฉายเดี๋ยวนั้นเลย จะได้ซื้อตั๋วเข้าไปดู แต่พอได้ดูเข้าจริงๆ มันเหมือนกับถูกใครซักคนกระทุ้งให้ตื่นจากฝันหวาน
จุดเด่นที่สุดก็คือ Premise หรือเงื่อนไขเริ่มต้นของหนังที่ว่าด้วยชายหนุ่มที่มีโลกส่วนตัวสูง และมักจะพาตัวเองหล่นหายไปในภวังค์ และนั่นกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เขาไม่อาจเชื่อมโยงกับผู้คน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้หญิงคนที่เขาแอบชอบ
แต่หนังเล่าเรื่องได้กระพร่องกระแพร่ง และไม่ค่อยราบรื่น ปัญหาใหญ่สุดประการหนึ่งก็คือบทหนังที่มีลักษณะเป็นเหมือนกับเป็นบทหนังร่างแรกที่ยังขาดการเรียบเรียง ขัดเกลา และอุดรูรั่วและรอยโหว่ในแง่ของตรรกะ ความน่าเชื่อถือ และความสมเหตุสมผล และหลายส่วนไม่ลงตัว รวมทั้งมีลักษณะ Take It for Granted หรือหยิบฉวยมาใช้ตามอำเภอใจ อีกทั้งยังพยายามจะเป็นที่รักของผู้ชม (ด้วยการเอาอกเอาใจต่างๆนานา) จนเกินไป
และด้วยความที่ผู้กำกับกับพระเอกของหนังเรื่องนี้เป็นคนเดียวกัน มันก็ทำให้หนังมีสถานะเป็น เบน สติลเลอร์ โชว์ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดบาปแต่อย่างใด เพราะสติลเลอร์ก็เป็นนักแสดงที่มีทั้งเสน่ห์ และความสามารถ เพียงแต่เมื่อหนังออกแบบตัดเย็บมาแบบพอดีตัวเบน สติลเลอร์ คนอื่นๆ และโดยเฉพาะน้องนางเอกของเรื่อง คริสเท่น วิก (Bridesmaids) ก็พลอยเป็นส่วนปลีกย่อยไปโดยปริยาย และความคาดหวังว่าจะได้เห็นนักแสดงชายหญิงที่เก่งกาจในบทเบาสมอง-เชือดเฉือนบทบาทกันอย่างถึงพริกถึงขิง ก็แทบจะหลุดลอย
แต่ถึงอย่างนั้น หนังก็ถ่ายสวยมาก โดยเฉพาะฉากวิวทิวทัศน์ทั้งในกรีนแลนด์, ไอซ์แลนด์ และเทือกเขาหิมาลัย (ซึ่งใช่หรือเปล่าก็ไม่รู้) และมีส่วนช่วยทำให้หนังมีบรรยากาศสดใส เบิกบาน ซึ่งเมื่อพิจารณาประกอบกับเนื้อหาที่ให้ความรู้สึกสว่างไสว ดนตรีที่ Uplift ความรู้สึกของผู้ชม มันก็เหมาะสมสำหรับการเป็นหนังที่ผู้ชมจะเลือกดูในช่วงปลายปี ทำนองว่านี่เป็นหนังที่หยิบยื่นความรู้สึกดีๆ ดูแล้ว (ในกรณีที่อินกับมัน) ก็อยากจะออกจากโรง และสวมกอดทุกคนที่พบเจอ















