10 วงดนตรีแยกทางสุดเลือดพล่าน ตอนจบ

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ตอนที่แล้ว พาไปดูจุดจบของวงดนตรีต้องยุติการเดินทางกันแบบศพไม่สวย แถมยังเละตุ้มเป๊ะอีกต่างหาก ซึ่งก็เป็นวงระดับพระกาฬของวงการเพลงทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น กันส์ เอ็น โรเซส, ดิ เอเวอร์ลีย์ บราเธอร์ส, โอเอซิส, เดอะ โพลิศ และ ดิ อีเกิ้ลส์ ฉบับนี้จะพาไปพบอีก 5 วงที่เหลือซึ่งแน่นอนว่า ไม่มีวงดนตรีไก่กา และแต่ละวงก็แยกทางกันได้อีรุงตุงนังไม่ใช่เล่น

the-clash-breakup02

เดอะ แคลช: ไม่ต่างไปจาก เดอะ โพลิศ ที่ต้องเผชิญช่วงเวลาทุกข์เข็ญในการจัดการกับความสำเร็จ-ชื่อเสียงที่ถาโถมเข้ามา ซิงเกิ้ล Rock the Casbah ที่ออกในปี 1992 เปลี่ยนวงพังค์ยอดนิยมในยุคนั้น ให้กลายเป็น… เอ่อ… ซูเปอร์สตาร์ในช่องเอ็มทีวี ที่น่าตลกก็คือ เพลงนี้แต่งโดย ท็อปเปอร์ ฮีดอน มือกลองของวง ที่ถูกบีบให้พ้ยสภาพสมาชิกเนื่องจากติดเฮโรอีน ก่อนหน้าที่ตัวเพลงจะค่อยๆ ไต่อันดับในชาร์ท เมื่อเดอะ แคลชไปเป็นวงเปิดให้เดอะ ฮูว์ ในคอนเสิร์ทอำลาของฝ่ายหลัง นี่คืองานที่สตรัมเมอร์และเพื่อนๆ มองว่าเป็นโอกาสนำไปสู่อนาคตที่น่าจะเป็นไปได้ นั่นก็คือ เล่นเพลงฮิตๆ เพื่อเงินก้อนโตในสนามฟุตบอล ซึ่งไม่ใช่การแสดงที่ดึงดูดความสนใจอะไร

ที่ร้ายไม่แพ้กันก็คือ สมาชิกไม่สามารถตกลงกันได้ ถึงแนวทางดนตรีของวงในอนาคต มือกีตาร์-มิค โจนส์ หลงเพลงฮิพ-ฮอพ, พอล ซิโมนอน-มือเบส ชอบเร็กเก้ และโจ สตรัมเมอร์ นักร้องนำอยากกลับไปทำงานพังค์เต็มตัวอีก งานนี้โจนส์กับสตรัมเมอร์ถึงขั้นเปิดอกคุยกัน ตอนที่กลับจากการพักวงยาวๆ แล้วไปเล่นที่เทศกาลดนตรีในอเมริกาเมื่อปี 1983 การแสดงของพวกเขาไปได้ไม่ดีนัก แล้วทางวงเองก็รู้สึกเหมือนเป็นคนทรยศสำหรับการแสดงให้กับบริษัทต่างๆ ไม่นานหลังจากนั้น โจนส์ออกจากวง เหลือไว้แค่เพียงงานที่เป็นการอำลาของเดอะ แคลชในปี 1985 Cut the Crap ที่เป็นทางออกที่ดีที่สุดของพวกเขา

สตรัมเมอร์พยายามจะรวมวงอีกหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จ แม้บรรดาสมาชิกของวงจะทำงานร่วมกันเป็นระยะๆ โอกาสใกล้ที่สุดที่เดอะ แคลชจะรวมตัวกันอีกครั้ง ก็คือการแสดงในงานที่พวกเขาถูกนำเข้าสู่หอประกาศเกียรติคุณ ร็อคแอนด์โรลล์ มีนาคม 2003 แต่การเสียชีวิตของสตรัมเมอร์ในวันที่ 22 ธันวาคม 2002 ก็ปิดประตูการขึ้นแสดงร่วมกันแบบเต็มวงของเดอะ แคลชไปอย่างสมบูรณ์

smashing-breakup01

สแมชิง พัมพ์คินส์: มีวงดนตรีไม่กี่วงในโลก ที่ดูแลกันแบบเป็นประชาธิปไตยเต็มใบ เพราะส่วนใหญ่แล้วจะมีสมาชิกเพียงคนหรือสองคน ทำหน้าที่จัดการทุกอย่าง ส่วนคนที่เหลือก็เรียนรู้จะใช้ชีวิตอยู่กับสถานการณ์แบบนั้น แต่วันใดที่พวกเขาทนไม่ได้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็กลายเป็นความอัปลักษณ์ขึ้นมาทันที บิลลี่ คอร์แกน หัวหน้าและคนแต่งเพลงหลักของวง ยืนยันว่าจะเล่นกีตาร์และเบสส่วนใหญ่ในอัลบั้ม Siamese Dream งานแจ้งเกิดของพวกเขาในปี 1993 ซึ่งไม่ได้เข้ากับการเล่นของเจมส์ ไอฮา-มือกีตาร์ และดาร์ซี เวร็ทซ์เค-มือเบส แต่ทุกอย่างก็ไปได้ดี วงยังเกาะกันอยู่ จนปี 1996 โจนาธาน เมลโวอิน มือคีย์บอร์ดส์เสริมตอนออกทัวร์ กับจิมมี่ แชมเบอร์ลิน มือกลองของวงเล่นเฮโรอีนเกินขนาดในคืนเดียวกัน รายแรกเสียชีวิต รายหลังถูกเตะออกจากวงก่อนจะกลับมาในปี 1999 แต่ไม่นานหลังจากเขากลับมา ดาร์ซีก็โบกมือลา แล้วเดอะ พัมพ์คินส์ก็ถึงจุดสิ้นสุดในเดือนธันวาคม 2000

สี่ปีต่อมา คอร์แกนเผยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น “ความจริงที่เกิดขึ้นก็คือ เจมส์ ไอฮา มือกีตาร์เป็นคนทำวงแตก” เขาเขียนไว้ในบล็อก “ไม่ใช่ผม ไม่ใช่จิมมี่ แชมเบอร์ลิน-มือกลอง แต่เป็นเจมส์ แล้วการไล่ดาร์ซี มือเบสออกเพราะเป็นพวกติดยาที่น่ารังเกียจ และไม่ยอมรับการช่วยเหลือ มันช่วยได้ไหม? ไม่ นั่นไม่ได้ทำให้วงรวมตัวกันติด ไม่เลย” เขาเล่าต่อถึงเรื่องที่ไอฮาทิ้งโชว์สุดท้ายของตัวเองกับวงไปเฉยๆ โดยไม่บอกอะไรกับเขาเลย “เขาไม่กล่าวอำลาคนสองคน ที่เขาชนะ, แพ้ และเดินทางทั่วโลกกับเขา” คอร์แกน เขียน “เพราะงั้นผมเลยไม่ปกป้องเขาอีกแล้ว และผมก็จะไม่ปกป้องคนอื่นๆ อีกต่อไป” ขณะที่ไอฮาก็ออกมาตอบโต้คอร์แกนว่า “ไม่ ผมไม่ใช่คนที่ทำวงแตก เพียงคนเดียวที่ทำแบบนั้นได้ก็คือบิลลี่”

ปี 2007 คอร์แกนกลับมาทำสแมชิง พัมพ์คินส์ต่อ แต่มีแชมเบอร์ลินกลับมาเพียงคนเดียว ก่อนที่จะออกจากวงในอีกสองปีต่อมา ปัจจุบันสแมชิง พัมพ์คินส์ยังออกทัวร์ รวมทั้งออกอัลบั้มชุดใหม่ Oceania มาในปี 2011 แต่สมาชิกดั้งเดิมมีเพียงบิลลี่ คอร์แกนเพียงคนเดียวเท่านั้น

rage-against-the-machine-breakup05

เรจ อะเกนสท์ เดอะ แมชีน: ถือเป็นเรื่องน่าอายอยู่เหมือนกันที่วงแร็พ-ร็อคที่เยี่ยมที่สุดในยุค 1990 ทำงานออกมาเพียงไม่กี่ชุด เรจฯ มีอัลบั้มแค่ 3 ชุด ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดพลาดมากๆ แถมพวกเขายังควบตำแหน่งวงแสดงสดที่เจ๋งที่สุดของยุคอีกต่างหาก แต่พอเข้าสู่ปี 2000 ทุกๆ อย่างก็ผิดที่ผิดทาง เริ่มจากพวกเขาเตรียมออกทัวร์คอนเสิร์ตหน้าร้อนร่วมกับบีสตี้ บอยส์ แต่พอไมค์ ดี ของทรีโอ ฮิพ-ฮอพตกมอเตอร์ไซค์ ทำให้ทัวร์ที่ว่าต้องยกเลิก เรจฯ เดินหน้าต่อด้วยการออกทัวร์ของตัวเอง แต่ก็ต้องมาทะเลาะกันทางความคิดในเรื่องการออกอัลบั้มคัฟเวอร์ชุด Renegades ผลตามมาก็คือ แซ็ค เดอ ลา โรชา นักร้องนำของวงประกาศออกจากวงในวันที่ 18 ตุลาคม 2000

“ผมรู้สึกว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องออกจากวงในตอนนี้ เพราะกระบวนการตัดสินใจของเรา ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง” เขาเขียนไว้ในแถลงการณ์ “มันเป็นการพบกันไม่นานนักของความทะเยอทะยานจากพวกเราสี่คนที่รวมตัวกันเป็นวง และจากมุมมองของผม ความเป็นศิลปะและความคิดทางการเมืองของพวกเราถูกกัดกร่อน” ถึงแม้จะกลับมารวมตัวอีกครั้งในฐานะวงรุ่นใหญ่ ในปี 2007 แต่สมาชิกในวงก็ยังตกลงกันไม่ได้ถึงแผนการในอนาคต แซ็คไม่อยากทำอะไรแย่ๆ อีกต่อไป ขณะที่คนอื่นๆ อยากทำเพลงใหม่แล้วก็ออกทัวร์

ซึ่งน่าจะเป็นคำตอบให้กับ การทำงานของพวกเขาในทุกวันนี้ ที่มีแต่การออกทัวร์ ขึ้นแสดงบนเวทีต่างๆ แต่ไม่มีการทำอัลบั้มออกมาแต่อย่างใด

pixies-breakup03

เดอะ พิกซีส์: ถ้าเดอะ พิกซีส์สามารถอยู่ได้ตลอดรอดฝั่งไปอีกสัก 2 ปี พวกเขาน่าจะกลายเป็นวงระดับบิ๊กๆ ได้ อัลบั้มสองชุดแรกของพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของงานชั้นยอดที่มาจากยุค 80 แต่พวกเขาไร้โชคสำหรับการเดินทางสู่อนาคตในช่วงเวลานั้น เมื่ออเมริกาอ้าแขนต้อนรับดนตรีที่เรียกว่า “อัลเทอร์เนทีฟ” หรือ ดนตรีทางเลือก

แต่พวกเขาดูจะหาทางเลือกได้ไม่ดีสักเท่าไหร่ ที่เห็นกันง่ายๆ ก็คือ แบล็ค ฟรานซิส-นักร้องนำ กับมือเบส-คิม ดีล เข้ากันได้ไม่ดีนัก ทั้งคู่เจอกันเพราะดีลตอบกลับจากประกาศหามือเบสของวงในหนังสือพิมพ์ และนั่นก็ทำให้ไม่มีสัมพันธภาพต่อกันนอกเหนือไปจากการเป็นเพื่อนร่วมวง แต่แฟนๆ ชอบดีล ส่งผลให้ฟรานซิสอิจฉา เขากันเธอออกไปจากการทำงานในอัลบั้มชุดต่อๆ มา ทำให้เธอต้องไปทำวงโปรเจ็คท์พิเศษ เดอะ บรีดเดอร์ส ชื่อของเดอะ พิกซีส์ เริ่มขึ้นหม้อ แต่ในปี 1992 แบล็ค ฟรานซิส ที่ดูจะพอเพียงกับการใช้ชีวิตในวงแบบนี้ ก็ทำสิ่งที่ย่ำแย่ที่สุด เมื่อการตกลงเป็นวงเปิดให้ทัวร์ ซู ทีวีช่วงแรกของยูทูว์ กลายเป็นการตอกย้ำบาดแผลในวงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และความอดทนของพวกเขากับแฟนยูทูว์ที่น่าเบื่อหน่าย เมื่อเข้ามาในสนามเพียงครึ่งเดียวก็เพิ่มมากขึ้น ปีต่อมาฟรานซิสส่งแฟ็กซ์ให้สมาชิกทุกคนในวงได้รับรู้ว่า วงจบลงแล้ว หลายปีหลังจากนั้น เขาไม่เคยพูดกับดีลแม้แต่ครั้งเดียว

ในที่สุดทุกอย่างก็มาถึงจุดคลี่คลาย หลังแยกวงกันนานถึง 11 ปี ฟรานซิสที่เปลี่ยนชื่อเป็นแฟรงค์ แบล็คกับสมาชิกคนอื่นๆ ก็กลับมาทัวร์ด้วยกันในปี 2004 ซึ่งทำเงินจากการขายตั๋วได้ถึง 14 ล้านเหรียญ รวมไปถึงทำเพลงใหม่ Bam Thwok แม้แบล็คจะแบ่งรับแบ่งสู้ถึงอัลบั้มใหม่ของวงว่าเป็นไปได้ แต่ดีลดูจะไม่คิดแบบนั้น ถึงจะไม่มีงานชุดใหม่ แต่เดอะ พิกซีส์ ก็ออกแสดงในที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 2011

(อัพเดท คิม ดีลก็ออกจากไปอีกในปี 2013 และทางวงมีอัลบั้มใหม่ Indie Cindy ออกมาในปี 2015 และ Head Carrier ในปี 2016)

queensryche-breakuo04

ควีนส์ไรช์: แม้บรรดาสมาชิกของควีนส์ไรช์วงเมทัลจากยุค 80 จะบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 14 เมษายน 2012 ที่เซา เปาโล, บราซิล ขัดแย้งกัน แต่พวกเขาทุกคนล้วนเห็นพ้องต้องกันว่า ปัญหาในวงที่เกิดขึ้นมายาวนาน ถูกเคี่ยวจนได้ที่ และระเบิดออกมากลายเป็นการทุ่มเถียงทางร่างกายเต็มรูปแบบ เหตุการณ์ในวันนั้น เริ่มต้นด้วยการประชุมกันถึงอนาคตของวง จอฟฟ์ เทท-นักร้องนำ เล่าว่า ทางวงบอกกับภรรยาของเขาว่าเธอจะไม่ได้เป็นผู้จัดการวงอีกต่อไป “เราไปเล่นคอนเสิร์ต” เทท เล่า “สก็อตต์ (ร็อคเคนฟิลด์) จ้องมาที่ผม ยิ้มเยาะแล้วพูดขึ้นมาว่า ‘พวกเราเพิ่งไล่ครอบครัวนายออกไปทั้งโขยง และนายคือรายต่อไป’ ผมฟิวส์ขาดไปเลยตอนนั้น พยายามจะชกเขา ผมไม่คิดว่าได้ปล่อยหมัดก่อนที่จะมีคนมาดึงตัวผมออกมา แล้วลากไปอยู่อีกด้าน” ทางวงปฏิเสธว่าร็อคเคนฟิลด์เป็นคนจุดชนวนอย่างที่เททบอก แถมอ้างด้วยว่า เททเองนั่นละที่เข้ามาใส่แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

แล้วอะไรล่ะ ที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น มีวงควีนส์ไรช์ 2 วง ที่ออกทัวร์ วงหนึ่งคือวงของร็อคเคนฟิลด์ และเอ็ดดี้ แจ็คสัน สมาชิกดั้งเดิมของควีนส์ไรช์ ที่มีท็อดด์ ลา ทอร์เร่ ทำหน้าที่ร้องนำ ส่วนอีกวงเป็นวงของจอฟฟ์ เทท

และทั้งคู่ก็ต้องไปเผชิญหน้ากันต่อในศาล เพื่อจัดการกับทุกอย่างให้เรียบร้อย

จากเรื่อง 10 วงดนตรีแยกทางสุดเลือดพล่าน ตอนจบ โดย นายสะเด่าส์ นิตยสาร HIP

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านงานวิจารณ์หนัง และเพลง แบบนี้ ได้ด้วยการกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์กันไว้ก่อน ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On