1971: แคโรล คิง นักร้อง, นักแต่งเพลงหญิงชาวอเมริกัน ออกอัลบัมชุดที่สองของตัวเอง ‘Tapestry’ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในอัลบัมขายดีตลอดกาล ด้วยยอดขายกว่า 25 ล้านก็อปปีทั่วโลก ซิงเกิลนำของอัลบัม “It’s Too Late”/ “I Feel the Earth Move” ขึ้นอันดับ 1 ถึง 5 สัปดาห์ บนชาร์ตเพลงฮิตบิลล์บอร์ดฮ็อต 100 และชาร์ตเพลงอีซีลิสนิง
ในปี 2003 ‘Tapestry’ เป็นอัลบัมอันดับที่ 36 จากการจัดอันดับ 500 อัลบัมยอดเยี่ยมตลอดกาลของนิตยสารโรลลิง สโตน และทำยอดขายได้มากกว่า 30 ล้านก็อปปี จนกลายเป็นหนึ่งในอัลบัมขายดีตลอดกาล
คิงเป็นผู้แต่งหรือร่วมแต่งทุกเพลงในอัลบัมชุดนี้ ซึ่งหลาย ๆ เพลง เป็นเพลงฮิตของศิลปินหลาย ๆ รายไปแล้ว อาทิ อารีธา แฟรงคลิน “(You Make Me Feel Like) A Natural Woman” และ The Shirelles’ กับเพลง “Will You Love Me Tomorrow” รวมถึงเจมส์ เทย์เลอร์ ที่เป็สนับสนุนให้คิงร้องเพลงที่แต่งเอง และมาร่วมงานในอัลบัม ‘Tapestry’ ก็มี “You’ve Got a Friend” เป็นเพลงฮิตอันดับ 1 ของตัวเอง
สำหรับภาพปกของอัลบัม ‘Tapestry’ ถ่ายกันที่บ้านของคิงในลอเรล แคนยอน คิงวัย 29 ปี นั่งเท้าเปล่าอยู่ที่ริมหน้าต่างห้องนั่งเล่น มีแมวที่ชื่อ เทเลมาชุส นั่งอยู่แถว ๆ ปลายเท้าของเธอ ในมือของคิงถือเข็มถักและผ้าที่เธอทักเสร็จไม่นานด้วยตัวเอง ซึ่งกลายเป็นที่มาของชื่ออัลบัม รวมถึงแรงบันดาลใจสำหรับคอนเซ็ปต์ของงานชุดนี้
ก่อนหน้าที่จะออกอัลบัม ‘Tapestry’ ชื่อของคิงไม่ได้เป็นที่รู้จักสักเท่าไหร่ ผิดจากเพลงของเธอ เพราะก่อนหน้านี้ราว ๆ 1 ทศวรรษ คิงและสามีของเธอในตอนนั้น เจอร์รี กอฟฟิน เป็นหนึ่งในทีมแต่งเพลงของอัลดอน มิวสิก ที่ขลุกตัวอยู่ในอาคาร บริลล์ บิลดิงส์ (Brill Building) เป็นเจ้าของเพลงฮิตมากมาย อาทิ “The Loco-Motion”, “One Fine Day”, “I’m Into Something Good” และ “You Make Me Feel Like A Natural Woman” เพลงประจำตัวของอารีธา แฟรงคลินก็ว่าได้
คิงจำกัดตัวเองว่าเป็นแค่นักแต่งเพลง และเล่นดนตรีก็เพื่อแบ่งปันงานของเธอให้คนอื่น ๆ ฟัง นอกจากนี้เธอยังเป็นพวกตื่นเวที แต่หลังจากเจมส์ เทย์เลอร์ เพื่อนสนิทของเธอ ให้กำลังใจเธอในการเป็นนักร้อง คิงเลยตัดสินใจออกอัลบัมชุดแรก ‘Writer’ แต่เป็น ‘Tapestry’ ที่ทำให้เธอ รวมถึงแนวเพลงนักร้อง-นักแต่งเพลงไปสู่จุดสูงสุดของความนิยมและชื่อเสียง
อัลบัมมีลู แอดเลอร์เป็นโปรดิวเซอร์ ขณะที่ตัวอัลบัมก็เต็มไปด้วยเพลงในแบบกอฟฟิน-คิง ซึ่งมีเพลงฮิต ๆ คุ้นหูของคิงที่ร้องโดยศิลปินอื่นให้ฟังมากมาย เช่น เพลงอันดับ 1 ของเดอะ ไชร์เลสส์ ในปี 1960 “Will You Love Me Tomorrow” และ “Natural Woman” ของแฟรงคลิน แล้วก็มีเพลงที่แสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่และการมองเข้าไปถึงปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ อย่างมีสติ ในซิงเกิลนำของอัลบัม “It’s Too Late” และซิงเกิลที่ตามออกมา “So Far Away” ซึ่งใส่ความเซ็กซี่เข้ามาแบบไม่มียั้ง จนกลายเป็นเพลงที่กระตุ้นคนฟัง และเพลงซึ้ง ๆ “You’ve Got a Friend” ซึ่งเป็นเพลงอันดับ 1 ของเทย์เลอร์ โดยทั้งหมดล้วนเป็นงานที่โดนใจ
เซ็ธ สเวิร์สกี หนึ่งในนักแต่งเพลงของแชปเพลล์ มิวสิก ที่กลายมาเป็นศิลปินเดี่ยว พูดถึงความโดดเด่นของ ‘Tapestry’ กับเว็บ Songfacts ไว้ว่า “เป็นอัลบัมที่ออกมาแล้วโดนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่พวกเขาคิดหรือรู้สึก ในตอนนั้น อเมริกาในยุค ’60s ทุกคนพากันไปที่ซาน ฟรานซิสโก มีดอกไม้ทัดผม และมันก็เต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่ ‘Tapestry’ ทำให้ทุกคนได้กลับมาอยู่บ้านอีกครั้ง”
แอดเลอร์เน้นการทำงานง่าย ๆ โดยเน้นให้คิงใช้เสียงร้องและอารมณ์แบบดิบ ๆ แล้วก็ดึงพวกยอดฝีมือมาเสริม ไม่ว่าจะเป็น เทย์เลอร์ ที่เล่นอะคูสติก กีตาร์และร้องแบ็คอัป, โจนิ มิตเชลล์ ร้องแบ็คอัป, แดนนี คอร์ตช์มาร์ เล่นกีตาร์กับคองกา, ชาร์ลส์ ลาร์คีย์ เล่นเบส, เคอร์ติส เอมี – แซ็ก และฟลูต รวมถึงมือกลองที่ทำงานในห้องอัดให้ศิลปินหลากหลาย รัสส์ คุนเกล
ในเดือนมิถุนายน ‘Tapestry’ ขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ตอัลบัมสำเร็จ และครองอันดับ 1 อยู่นานถึง 15 สัปดาห์ติดต่อกัน และอยู่ในชาร์ตได้นานถึง 6 ปี คิงกลายเป็นศิลปินหญิงคนแรกที่กลับบ้านด้วยการคว้ารางวัลแกรมมี สาขาอัลบัมแห่งปี, เพลงในการบันทึกเสียงแห่งปี จาก “It’s Too Late”, เพลงแห่งปี จาก “You’ve Got A Friend” ฉบับของเทย์เลอร์ และศิลปินพ็อปหญิงยอดเยี่ยม
1973: เอลตัน จอห์น มีอัลบัมอันดับ 1 ในอังกฤษชุดแรก เมื่องานชุด ‘Don’t Shoot Me I’m Only The Piano Player’ ขึ้นอันดับสูงสุดในชาร์ตเป็นสัปดาห์แรกจากทั้งหมด 6 สัปดาห์
ชื่อของอัลบัมชุดนี้ได้มาจาก นักแสดงตลกกรูโช มาร์กซ์ จากคณะ The Marx Brothers ซึ่งพูดถึงตัวเองว่าเป็น จอห์น เอลตัน ขณะที่ทำมือเป็นเหมือนปืนสั้น เอลตันเลยตอบโต้กลับโดยพูดว่า “อย่ายิงผม ผมเป็นแค่คนเล่นเปียโน” กับการทำท่ายิงปืนของมาร์กซ์
1978: Van Halen ออกอัลบัมชุดแรก ที่ใช้ชื่อวงเป็นชื่อชุด งานชุดนี้ขึ้นไปถึงอันดับ 19 บนชาร์ตอัลบัมของบิลล์บอร์ด 200 ก่อนจะขายได้กว่า 10 ล้านก็อปปีเฉพาะในสหรัฐอเมริกา
และกลายเป็นหนึ่งในอัลบัมขายดีของวง และยังคงเป็นหนึ่งในอัลบัมเปิดตัวที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ดนตรีร็อค
งานชุดนี้บรรจุเพลงของแวน เฮเลนที่รู้จักกันดีอย่าง “Runnin’ with the Devil”, “Ain’t Talkin’ ’bout Love”, “Jamie’s Cryin’” และเพลงคัฟเวอร์งานของ The Kinks “You Really Got Me”
นอกจากนี้มือกีตาร์ของวง เอ็ดดี แวน เฮเลน ยังได้โชว์ทักษะการเล่นกีตาร์ที่หลุดโลกเอาไว้ในอัลบัมด้วย โดยเฉพาะการใช้มือทั้งสองข้างเคาะไปบนคอกีตาร์ ในเพลง “Eruption” เพลงบรรเลงความยาว 1 นาทีกับอีก 42 วินาที ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในการโซโลกีตาร์ยอดเยี่ยมตลอดกาล และเทคนิคการเล่นแบบเคาะนิ้วด้วยสองมือที่เขาใช้ในเพลงนี้ ก็ได้รับความนิยม
1997: Blur ออกอัลบัมชุดที่ 5 ซึ่งใช้ชื่อวงเป็นชื่อชุด ที่กลายเป็นหนึ่งในงานคลาสสิกของยุคบริต-พ็อป เมื่อเบลอร์รับเอาอิทธิพลที่ได้รับจากวงอินร็อคอเมริกันมาใช้ในงาน
ถึงจะทอดทิ้งงานในสไตล์เดิม ๆ ของวงไป แต่อัลบัมชุดนี้ก็ประสบความสำเร็จในเรื่องยอดขาย และทำให้วงแจ้งเกิดในสหรัฐอเมริกาได้สำเร็จ หลังจากที่ประสบความสำเร็จในบ้านเกิดและในยุโรปมาตลอด โดย “Song 2” กลายเป็นเพลงฮิตในสหรัฐอเมริกา เมื่อขึ้นไปถึงอันดับที่ 55 ในชาร์ตเพลงฮ็อต 100 ของบิลล์บอร์ด
ขณะที่ในอังกฤษอัลบัม ‘Blur’ ก็ขึ้นไปถึงอันดับ 1 เช่นเดียวกับซิงเกิลแรกของอัลบัม “Beetlebum

2008: เอมี ไวน์เฮาส์ คว้าห้ารางวัลแกรมมีกลับบ้าน ซึ่งรวมถึงรางวัล เพลงแห่งปี และเพลงในการบันทึกเสียงยอดเยี่ยมแห่งปี จากเพลง “Rehab” ทั้งสองรางวัล รวมถึงรางวัล ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม
นักร้องหญิงจากเกาะอังกฤษรายนี้ ไม่ได้ร่วมงานประกาศรางวัลในลอสแอนเจลีส เนื่องจากมีปัญหาเรื่องวีซ่า ทำให้เธอต้องกล่าวรับรางวัลด้วยการถ่ายทอดผ่านดาวเทียม โดยเธอกล่าวขอบคุณต้นสังกัด, พ่อและแม่ และพูดถึงสามีของเธอ เบลก ฟิลดิง-ซิวิล สามีของไวน์เฮาส์อยู่ในระหว่างถูกควบคุมตัวเพื่อรอการพิจารณาคดี ในข้อหาพยายามบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมและทำร้ายร่างกาย ว่า “เบลกของฉันผู้ถูกจองจำ”
โดยในงานวันนั้น คานเย เวสต์ ได้รับรางวัลไป 4 รางวัล ขณะที่บรูซ สปริงสทีนได้ไป 3 รางวัล
ไวน์เฮาส์ เสียชีวิตจากแอลกอฮอล์เป็นพิษในปี 2011 ด้วยวัยเพียง 27 และหลังการจากไปของเธอ งานชุด ‘Back to Black’ ก็กลายเป็นอัลบัมขายดีที่สุดของในศตวรรษที่ 21 บนเกาะอังกฤษ ในตอนนั้น
เป็นกำลังใจให้ www.facebook.com/Sadaos ด้วยการสนับสนุนทางการเงิน ได้ที่บัญชีธนาคารกสิกรไทย หมายเลข 100-2-10283-4 แล้วส่งสลิปการโอนมาที่ shopsadaos@gmail.com เพื่อรับของขวัญแทนคำขอบคุณให้ผู้สนับสนุนที่โชคดีเป็นประจำทุกเดือน
ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่















