กว่าจะเป็นเพลง “Welcome To The Jungle” ของ Guns N’ Roses

SHARE THIS
  • 345
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    345
    Shares

ปกซิงเกิล Welcome To The Jungle

“Welcome To The Jungle” เป็นซิงเกิลที่สองจาก Appetite for Destruction อัลบัมแรกของกันส์ เอ็น โรเซสเมื่อปี 1987 ที่ถูกตัดต่อจากซิงเกิล “It’s So Easy” ซึ่งขึ้นไปถึงอันดับ 7 ของชาร์ตบิลล์บอร์ด ส่วนที่อังกฤษไปได้แค่อันดับที่ 24 แต่เมื่อเวลาผ่านไป “Welcome To The Jungle” ไม่ใช่แค่เพลงฮิตเพลงหนึ่งของวงดนตรีเจ้าของฉายาวงร็อคที่อันตรายที่สุดในยุคหนึ่ง แต่ยังได้รับการยกย่องว่า เป็นเพลงฮาร์ดร็อคที่เยี่ยมที่สุดตลอดกาลจาก วีเอชวันอีกด้วย

ถ้าก่อนหน้านั้นมีใครบอกว่ากันส์ เอ็น โรเซสจะเป็นวงฮาร์ดร็อคที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก ก็คงไม่มีใครเชื่อ เพราะดูแล้วแทบไม่มีวี่แววเลย กระทั่งสแลชมือกีตาร์ของวง ที่อายุ 22 ปีในตอนอัลบัม Appetite For Destruction ออกขายยังพูดว่า “ถ้ามีคนบอกว่าอัลบัมนี้จะขายระเบิด ผมคงหัวเราะใส่หน้าพวกเขา” ยอดขายระเบิดที่สแลชบอก ก็คือตัวเลขระดับกว่า 30 ล้านก็อปปีทั่วโลก และเป็นอัลบัมชุดแรกที่ขายดีที่สุดในสหรัฐอเมริกา

หากเทียบกับอัลบัมของวงร็อคที่ออกมาในปีเดียวกัน เช่น Hysteria ของ Def Leppard และอัลบัมชื่อเดียวกับวงของ Whitesnake งานของกันส์ เอ็น โรเซสมีซาวนด์ที่ใหม่และฟังดิบ เหมือนเป็นการผสมผสานความหนักหน่วงในยุคแรกๆ ของ AC/DC, บรรยากาศลอยๆ ของ Aerosmith และพลังที่รวดเร็วฉับไวแบบ Sex Pistols เข้ากับทัศนคติแบบช่างมันเถอะของแอ็กเซิล โรส นักร้องนำปากดีของวง “เราไม่ได้เป็นไปตามความคาดหวัง หรือมาตรฐาน หรือว่าความต้องการทางการตลาด หรืออะไรก็ตาม ของคนอื่นๆ” สแลชบอก “ไม่มีลูกเล่นเห่ยๆ เป็นแค่ดนตรีร็อคแอนด์โรลล์จากท้องถนน แล้วก็ บูม!!!” แล้วเมื่อไล่ฟังเพลงในอัลบัมชุดนี้ สิ่งที่พบก็คือไม่มีเพลงไหนนิยามสิ่งที่สแลชบอกได้ดีกว่าเพลงเปิดอัลบัม “Welcome To The Jungle”

เพลงนี้คือหนึ่งในเพลงแรกๆ ที่เขียนโดยสมาชิกรุ่นคลาสสิกของวง ซึ่งรวมตัวกันในแอลเอตั้งแต่เดือนมิถุนายน 1985 เพื่อทำอัลบัม Appetite For Destruction ที่ประกอบด้วย โรส, สแลช, อิซซี สแตรดลิน (กีตาร์ริธึม), ดัฟฟ์ แม็คเคแกน (เบส) และสตีเวน แอดเลอร์ (กลอง) เมื่อมองย้อนกลับไปในปีนั้น สแลชจำได้ดีว่าพวกเขาสนิทสนมกันขนาดไหน ถึงขั้นที่แม่ของเขาให้แอ็กเซิลมานอนที่ชั้นใต้ดินของบ้าน และที่นั่น “Welcome To The Jungle” ก็เป็นรูปเป็นร่าง

“ผมมีริฟฟ์” สแลชเล่า “แล้วจำได้ว่าเล่นให้แอ็กเซิลฟังด้วยกีตาร์อะคูสติก ผมบอก ‘ลองฟังซิ’”

แอ็กเซิลชอบสิ่งที่ได้ยิน แล้วในการซ้อมจากริฟฟ์ที่เป็นพื้นฐานก็ถูกพัฒนาเป็นโครงสร้างของเพลงเต็มๆ “มันเป็นเพลงแรกที่เราทุกคนได้ร่วมทำกัน” สแลชเผย “และมันเป็นการผสมผสานความคิดของทุกคนเข้าด้วยกัน”

เพลงออกมาหนักหน่วง บรรยากาศสกปรกๆ หยาบ แต่ในช่วงกลางเพลงทางวงก็เลือกที่จะผ่อนอารมณ์ลงมา คลายความตึงเครียดลง โดยท่อนเบรคอารมณ์ท่อนนี้ ยกมาจากเพลง “The Fake” ที่แม็คเคแกนเขียนไว้ในปี 1978 ตอนที่ยังอยู่ในวงพังค์จากซีแอทเทิล The Vains “ผมไม่อยากใช้คำว่า เพลงมันโคตรบลูส์” สแลชบอก “แต่มันมีความรู้สึกแบบเท่ๆ ไม่ต้องมีการคิดวิเคราะห์อะไร การแต่งเพลงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่มีการคาดคิดมาก่อน แต่ในความที่เป็น ‘การค้นหาตัวเอง’ จากช่วงปี 85-86 ตอนที่เราใช้ชีวิตแบบสุดเหวี่ยง อยู่ด้วยกัน แจมดนตรีกัน บางสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้น ไม่เหมือนกับที่หลายๆ คนมี และเพลงนี้ก็เป็นความรู้สึกที่ไหลมาตามธรรมชาติ ซึ่งมันเจ๋งมากๆ” สแลชเสริมด้วยว่า เพลงนี้ใช้เวลาแต่งแค่ 3 ชั่วโมง

ชื่อและเนื้อเพลงแว่บเข้ามาในหัวของแอ็กเซล ตอนเขาไปหาเพื่อนชื่อทอรี ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับซีแอทเทิล กับการย้ายตัวเองออกมาจากแอลเอ ทำให้เขาสามารถต่อกันติดกับอารมณ์ที่เคยมี สมัยที่เข้ามาอยู่ในเมืองใหม่ สมัยปี 1982 ได้อีกครั้ง ในตอนนั้นเด็กหนุ่มวัย 20 ปี พาตัวเองหนีมาจากเมืองบ้านนอกอย่างอินเดียนาด้วยแสงสีของฮอลลีวูด ซึ่งก็ไม่ต่างไปจากบรรดานักฝันคนก่อนๆ

“มันเป็นเมืองใหญ่” แอ็กเซิลพูดถึงซีแอทเทิล “แต่เวลาเดียวกัน ก็เป็นเมืองเล็กเมื่อเทียบกับแอลเอ นั่นคือสิ่งที่คุณได้รู้ มันมีความเป็นเมืองเกษตรกรรมมากกว่า ผมก็แค่แต่งมาว่า มันเป็นยังไงสำหรับผม ถ้าใครบางคนมาที่เมือง อยากค้นหาอะไรบางอย่าง พวกเขาก็สามารถค้นพบสิ่งที่ต้องการ” สแตรดลิน พูดถึงเพลงนี้สั้นๆ ว่า เกี่ยวกับ “ท้องถนนของฮอลลีวูด แบบความเป็นจริงของชีวิต”

โรสบอกด้วยว่า แรงบันดาลใจของเนื้อร้อง มาจากสิ่งที่เขากับเพื่อนคนหนึ่งต้องเจอ เมื่อพบคนไร้บ้านคนหนึ่งที่พยายามทำให้เด็กหนุ่มอย่างพวกเขาหวาดกลัว โดยตะโกนใส่พวกเขาว่า “You know where you are? You’re in the jungle baby; you’re gonna die!” ซึ่งกลายมาเป็นเนื้อเพลงนี้ เขายังพูดถึงการดิ้นรนต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดในเมืองนี้ “Ya learn to live like an animal/In the jungle where we play” เนื้อร้องส่วนหนึ่งว่าเอาไว้ แล้วก็พูดเป็นนัยๆ ถึงแรงกระตุ้นเพื่อความสุข ที่ทำให้วงของเขาออกนอกลู่นอกทาง “‘When you’re high you never ever wanna come down.”

“มันเป็นการเล่าเรื่องด้วยเนื้อร้อง” สแลชบอก “ก็แค่พูดออกมาตรงๆ อย่างจริงใจ ถ้าคุณอยู่ในลอส แองเจลีส และใช้ชีวิตในสนามเพลาะ อย่างที่เพลงนี้บอก คุณจะเข้าใจมัน แล้วกับการที่รู้จักตัวแอ็กเซิล ผมสามารถเข้าใจได้เป็นอย่างดีว่า ที่มาของมันคืออะไร”

เพลงนี้เวอร์ชันสุดท้าย บันทึกเสียงกันที่รัมโบ สตูดิโอส์ ในคาโกา พาร์ค โดยมีไมค์ คลิง เป็นโปรดิวเซอร์ ออกมาน่าทึ่งมากๆ ท่อนอินโทรทั้งหมดเหมือนกำลังบอกว่า สิ่งแย่ๆ ทั้งหลายจะหมดไป ซึ่งการแสดงออกอย่างเป็นนัยๆ ออกมาได้ดีขนาดนี้ ต้องให้เครดิทกับสแลช ไม่ว่าจะเป็นโน้ทที่ดังก้อง และเสียงที่วิ่งมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เป็นเสียงโหยหวนราวไซเรนรถตำรวจของแอ็กเซิล ริฟฟ์กระหน่ำรัวอย่างกับงูหางกระดิ่ง ซึ่งถือเป็นจุดผกผันที่เท่มากๆ จนนิคกี ไวร์ มือเบสของวง Manic Street Preachers ถึงกับบอกว่า เป็นหลักฐานชั้นเยี่ยมที่แสดงถึงความเป็นอัจฉริยะในการแต่งเพลง ที่ยกให้กันส์ เอ็น โรเซสอยู่เหนือและไกลกว่า วงเฮฟวีเมทัลวงอื่นๆ ในยุค 80 จากแอลเอ เช่น Mötley Crüe และ Poison

สำหรับสแลช เพลงนี้คือการยืนยันอย่างชัดเจนถึงส่วนผสมเฉพาะตัวที่พวกเขาเคยมีร่วมกัน “Welcome To The Jungle มีทั้งความฉับไว, ระดับของความประทับใจที่สูง และความก้าวร้าว” เขาบอก “แต่ก็มีความบอกบางทางอารมณ์อยู่ข้างใน ที่วงสามารถฉวยเอาไว้ได้ หากแอ็กเซิลจะไปไหน วงก็ไปด้วยกันกับเขา ผมรักความเป็นวงตรงนี้ แล้วก็ดนตรี แล้วก็การที่ทุกอย่างมันหลอมรวมกัน มันมีความมหัศจรรย์บางอย่างที่อยู่ในทุกส่วนของเพลงนี้”

ยิ่งไปกว่านั้น สแลชย้ำอีกว่า “Welcome To The Jungle” คือส่วนสำคัญที่กันส์ เอ็น โรเซส เคยเป็น “วงร็อค แอนด์ โรลล์แท้ๆ จริงใจ ไม่เรื่องมากที่สุดวงหนึ่งเท่าที่โลกเคยมีมา”

โดย นพปฎล พลศิลป์ เรื่อง กว่าจะเป็นเพลง “Welcome To The Jungle” ของ Guns N’ Rosesคอลัมน์ หรรษา วันจันทร์ – HAPPY MONDAY หนังสือพิมพ์ ไทยโพสท์ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562


SHARE THIS
  • 345
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    345
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On