ดูหนังทั้งปี 2018 ปีนี้มีหนังเรื่องไหนน่าดูบ้าง ตอนแรก

SHARE THIS
  • 59
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    59
    Shares

แม้ปีที่ผ่านมาจะไม่ใช่ปีที่ดีงามสักเท่าไหร่ในเรื่องรายได้หนัง แต่ก็มีหนังดีๆ หนังที่ดูสนุก และหนังที่ดูแล้วเสียเวลามากมายให้ได้ชมกัน และปีใหม่ปีนี้ รายชื่อหนังเรื่องใหม่ที่จะทะยอยฉายมาให้ชมกันก็ปล่อยไหลออกมาไม่ขาดสาย แน่นอนว่าหลายๆ เรื่องยังบอกไม่ได้ว่าชะตากรรมนั้นจะเป็นเช่นไร แต่ทั้งหลายทั้งปวงก็ล้วนแต่งหน้าแต่งตาให้ออกมาดูดีกันทั้งนั้น และนี่คือหนังที่น่าสนใจในแบบที่ห้ามพลาด จนต้องกากบาทปฏิทินรอของปีนี้

BLACK PANTHER

กำกับ: ไรอัน คูกเลอร์ นักแสดง: แชดวิค โบสแมน, ไมเคิล บี จอร์แดน, ลูพีตา เอ็นยองโก, แดไน กูริรา, มาร์ติน ฟรีแมน, แอนดี เซอร์คีส, ฟอเรสท์ วิเทเกอร์

หลังปรากฏตัวให้เห็นแว้บๆ ใน Captain America: Civil War ตอนต้นปี 2016 กว่าจะได้เจอแบล็ค แพนเธอร์อีกครั้งก็นานเหลือเกิน โดยหนนี้เจ้าแมวดำยักษ์จะขึ้นจอในฐานะฮีโรชาววาคานดาแบบหนังของข้าคนเดียว ซึ่งจะผสมผสานวัฒนธรรมแอฟริกัน, อุปกรณ์ไฮ-เทคสารพัด กับเรื่องเคราะห์หามยามร้ายในราชวงศ์เข้าด้วยกัน ในแบบที่มั่นใจได้ว่าแตกต่างไปจากสิ่งที่มาร์เวลเคยทำมาก่อนหน้าแน่นอน

“คุณต้องทำหนังที่ตัวละครเหมือนๆ ธอร์ แต่เขาอยู่ในโลกเรานี่แหละ” ไรอัน คูกเลอร์ ผู้กำกับกล่าวถึงตัวละครที่เป็นกษัตริย์ที่มีพลังยอดมนุษย์ ซึ่งปรากฏตัวในหนังสือการ์ตูนมาตั้งแต่ปี 1966 “ทำให้มันมีสภาพแวดล้อมบางอย่างที่ต้องยึดเอาไว้ ในทางใดทางหนึ่ง” สำหรับคูกเลอร์และบรรดาหนังซูเปอร์ฮีโรโดยทั่วๆ ไป หนังเรื่องนี้ถือเป็นก้าวกระโดดมากๆ ในทิศทางที่เป็นบวก เพราะนี่คือหนังเรื่องแรกในจักรวาลมาร์เวล ที่ตัวละครนำเป็นคนแอฟริกัน-อเมริกัน คูกเลอร์ที่กำกับสไล สตอลโลนจนได้เข้าชิงรางวัลออสการ์เป็นหนที่สามใน Creed หนังตอนแยกของ Rocky เติบโตมากับการ์ตูนของมาร์เวล และการรับงาน Black Panther ก็คือ ‘ประสบการณ์ถอดวิญญาณออกจากร่าง’ สำหรับชายหนุ่มที่ตอนเด็กๆ นั้นเฝ้ามองหาฮีโรผิวดำ และที่เหมาะเจาะลงตัวเหลือเกินก็คือ คนแรกที่เขาพบโดยบังเอิญในร้านหนังสือการ์ตูนท้องถิ่นก็คือ Black Panther

ในหนังของคูกเลอร์ เราจะได้พบกับทีชาลลา (หรือแบล็ค แพนเธอร์ ที่รับบทโดยแชดวิค โบสแมน) ที่เดินทางกลับบ้านดินแดนวาแคนดา หลังเหตุการณ์ในหนัง Civil War ผ่านพ้นไปไม่นาน และเจอการจากไปของท่านพ่อ ที่ทำให้เขาต้องพยายามอย่างหนักกับหน้าที่ความรับผิดชอบในฐานะผู้ปกครองคนใหม่ ซึ่งทำให้เอริค คิลล์มองเกอร์ (ไมเคิล บี จอร์แดน) ขบถผู้มีพลังกล้าแข็ง มีอำนาจมากขึ้น และมีโอกาสอันดีทีจะช่วงชิงบัลลังก์จากเขา

นอกจาก Black Panther จะแสดงให้เห็นถึงตัวละครบรรดาชนกลุ่มน้อย ที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย ยังได้เห็นมาร์เวลก้าวไปไกลกว่าเดิมในเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ ที่นำโดยนักแสดงหญิงผู้น่าประทับใจอย่าง แดไน กูริรา (The Walking Dead) ที่รับบทเป็นโอโคเย ผู้นำทีมบอดีการ์ดหญิงล้วนของทชาลลาที่เดอะ โดรา มิลาเจ (The Dora Milaje) ในปฏิบัติแทรกซึม แล้วในทีมยังมีตัวละครอย่าง นาเกีย (ลูพีตา เอ็นยองโก) หนึ่งในอดีตคนรักของทชาลลา ซึ่งแต่ดั้งแต่เดิมทำงานในฐานะสายลับ และ “สุนัขสงคราม” จากที่ตัวนักแสดงสาวเสริม

กับจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวลที่ค่อยๆ พัฒนาไปสู่ภาพยนตร์ Avengers เรื่องที่ 4 ที่ยังไม่มีชื่อซึ่งจะออกฉายในปี 2019 เควิน ไฟกี บอสส์ใหญ่ของมาร์เวลวางเป้าเอาไว้ว่าจะให้ Black Panther, Ant-Man และ Captain Marvel เป็นผู้สืบทอดความสำเร็จของเหล่าฮีโรที่กลายเป็นชื่อสามัญประจำบ้านอย่าง Iron Man และ Captain America โดยที่ตัวเขาก็ไม่มีทางที่จะมีความสุขกับการทำงานของคูกเลอร์ไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว “เขาทำหนังเรื่องนี้เพื่อตัวเองในวัย 8 ปี นั่นสาเหตุที่คุณทำมัน” เขาเล่า

คูกเลอร์ เสริมด้วยว่า “แม้ว่า เราจะต้องเจอกับองค์ประกอบแฟนตาซีสารพัด เทคโนโลยีฟุ้งฝัน มันก็ยังผูกติดกับความเป็นจริงในแบบที่มีลักษณะเฉพาะตัว” งานนี้เตรียมเจออะไรให้ได้ ว้าว! ได้เลย

I, TONYA
กำกับ: เครก จิลเลสพี นักแสดง: มาร์โกท์ ร็อบบี, เซบาสเตียน สแตน, อัลลิสัน เจนนีย์, แม็คเคนนา เกรซ

“ฉันอยากเล่นฮ็อคกีน้ำแข็งมาตลอด บางทีอาจจะเป็นเพราะหนังเรื่อง The Mighty Ducks” มาร์โกท์ ร็อบบี พูดก่อนจะปิดท้ายด้วยเสียงหัวเราะ แต่นักแสดงสาวจากดาวน์อันเดอร์ ไม่ได้กำลังจะรับบทในหนังกีฬาอันเดอร์ด็อกคลาสสิคของดิสนีย์ แต่กับ I, Tonya เธอได้ทำอะไรที่ไปไกลกว่านั้น ด้วยการรับบทนักฟิเกอร์สเก็ต ทอนยา ฮาร์ดิง ผู้ไม่ได้ดูสง่างาม ในหนังอัตชีวประวัติของเธอ ที่ทั้งน่าสนใจและน่าสนุกกับเรื่องราวแบบขบถสังคม

นี่ไม่ใช่การนำเสนอบทเรียนชีวิตแบบพื้นๆ นี่คือหนังที่สร้างจาก “บทสัมภาษณ์จริงๆ ที่ก่อให้เกิดการถกเถียงไปในวงกว้าง และปราศจากการเสียดสีใดๆ” ของฮาร์ดิงและ เจฟฟ์ กิลลูลี (เซบาสเตียน สแตน ที่มาพร้อมหนวด) สามีของเธอในตอนนั้น I, Tonya ยังเต็มไปด้วยการเล่าเรื่องแบบพูดตรงๆ กับคนดู และการเลียนแบบหนังสารคดีที่ทำให้ภาพต่างๆ ในหนังเรื่องนี้ของเคร็ก จิลเลสพี ไม่ต่างไปจากหนัง The Wolf of Wall Street บนลานน้ำแข็ง

เส้นทางชีวิตของเจ้าของสองเหรียญทองโอลิมปิค และเหรียญเงินในการแข่งขันชิงแชมป์โลกอย่างฮาร์ดิง ต้องพุ่งดิ่งราวกับตอร์ปีโดหลังเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทำร้ายนักสเก็ตเพื่อนร่วมชาติ แนนซี เคอร์ริแกน กับการเป็นเด็กน้อยในตอนที่เกิดเหตุ ร็อบบีไม่รู้เรื่องของฮาร์ดิง แต่ก็ตกลงเซ็นสัญญารับเล่นและเป็นโปรดิวเซอร์ หลังได้อ่านบทที่ “เต็มไปด้วยอารมณ์และไม่ธรรมดา” ของสตีเวน โรเจอร์ส

หนังได้รับการชื่นชมตั้งแต่ออกตัวในเทศกาลภาพยนตร์ที่โทรอนโท แถมโดยตัวมันเอง I, Tonya ยังเป็นเรื่องราวที่สร้างการโต้แย้งในสื่ออีกต่างหาก “มันทำให้ผู้ชมมีโอกาสได้ประเมินอีกครั้งว่า พวกเขาตัดสินและใส่ไฟผู้คนกันเร็วขนาดไหน ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้รับรู้สภาพความเป็นไปของสภาวะแวดล้อมในเหตุการณ์” ร็อบบีเสริม ด้วยการมอบหมัดเด็ดในแบบที่หลายๆ คนต้องเก็บไปคิด โดยที่คาดไม่ถึงมาก่อน

THE GIRL IN THE SPIDER’S WEB

กำกับ: เฟเด อัลวาเรซ นักแสดง: แคลร์ ฟอย, ซีลเวีย โฮคส์, คลีส์ แบง

หลังจากเดวิด ฟินเชอร์, แดเนียล เครก และรูนีย์ มารา โบกมือลาหนังภาคต่อที่แสนล่าช้าของ Dragon Tattoo โซนีก็ประกาศรีบูทหนังใหม่ และข้ามไปหาหนังสือเล่มที่ 4 ซึ่งประพันธ์โดย เดวิด เลเกอร์ครานทซ์ ด้วยการให้เฟเด อัลวาเรซ ผู้กำกับ Don’t Breathe มากุมบังเหียน และสตีเฟน ไนท์มาทำหน้าที่เขียนบท ใน Spider’s Web เราจะได้เห็นแฮคเกอร์ผู้คลั่งแค้น ลิสเบ็ธ ซาแลนเดอร์ (รับบทโดย แคลร์ ฟอยจากซีรีส์ The Crown ที่มีข่าวว่าเฉือนอลิเซีย วิแคนเดอร์มารับบทนี้) ต้องปรากฏตัวขึ้น หลังจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องปัญญาประดิษฐ์ที่ตกอยู่ในสภาพหวาดกลัว ขอให้นักข่าว – มิคาเอล บลอมสควิสท์ ตีพิมพ์เรื่องราวของเขา จนก่อให้เกิดการฟ้องร้องชนิดเล่นกันถึงตาย หนังยังได้ซีลเวีย โฮคส์ จาก Blade Runner 2049 มารับบทสาวยั่วสวาท ที่มาพร้อมวาระซ่อนเร้นบางอย่าง และวายร้ายชาวเดนมาร์ค – คลีส์ แบง

PHANTOM THREAD
กำกับ: พอล โธมัส แอนเดอร์สัน นักแสดง: แดเนียล เดย์-ลิวอิส, วิคกี ครีพส์

นับจากเดือนมิถุนายน 2016 – สิงหาคม 2017 มีใครรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับหนังเรื่องที่ 8 ของพอล โธมัส แอนเดอร์สัน นอกจาก Phantom Thread ได้แดเนียล เดย์-ลิวอิส มารับบทเป็นนักออกแบบเสื้อผ้ามีชื่อของลอนดอน ตอนยุค 50 จากนั้นเสียงกระซิบและรายละเอียดต่างๆ ก็ค่อยๆ รวมกันเป็นกลุ่มก้อน เราได้รู้ว่าเขาคือช่างตัดเสื้อ เป็นหนุ่มโสด ที่ชื่อ เรย์โนลด์ส วูดค็อค ซึ่งพบว่าชีวิตแบบคุณละเอียดของเขาถูกสั่นคลอดโดยการมาถึงของอัลมา (วิคกี ครีพส์ นักแสดงสาวชาวลักเซมเบิร์ก) สาวงามและหวานใจคนใหม่ของเขา จนบางคนถึงกับนิยามหนังเรื่องนี้ว่า เป็น Fifty Shades of Grey ฉบับอาร์ทเฮาส์

แอนเดอร์สันถึงกับหัวเราะร่วน เมื่อได้ยินประโยคที่ว่า “เอ่อ… ผมไม่เคยดู Fifty Shades of Grey แต่มันเป็นหนังเกี่ยวกับซาดิสม์และมาโซคิสม์ใช่ไหม?” เขากล่าว “ผมรู้ว่า คริสเตียน เกรย์ เป็นหนุ่มโสดเซ็กซี ดวงตาแข็งกร้าว แล้วหญิงสาวคนหนึ่งก็เข้ามาในชีวิตของเขา แล้วก็ทำให้วุ่นวาย… มันฟังดูดีสำหรับผมนะ” เสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากของเขาค่อยๆ สงบลง “ผมคิดว่า Fifty Shades of Grey มันหมกมุ่นกับเรื่องเซ็กส์จนมากเกินไป เราเลือกที่จะไม่ใส่อะไรแบบนั้นลงไปในหนัง ถ้าคุณเริ่มต้นถอดเสื้อผ้าออก จากนั้นคุณก็ต้องทำอะไรกับมัน แล้วมันก็จะยึดครองเรื่องราวส่วนใหญ่ของคุณไป เราตัดสินใจกันอย่างมีสติ ที่จะทำมันให้ออกมาดูสง่างาม และเป็นหนังในสไตล์เก่าๆ มากกว่า ซึ่งจะปล่อยให้ข้าวของเครื่องใช้ได้ทำอะไรมากขึ้น เป็นเรื่องอันตรายเกินไปสำหรับหนังที่เกี่ยวกับการแต่งเนื้อแต่งตัวของผู้คน ถ้าคุณทำให้พวกเขาไม่สวมใส่เสื้อผ้า… เวทมนตร์บางอย่าง บางทีอาจจะหายไป”

กับบทวูดค็อค แฟชันนิสตาคนโปรดของราชวงศ์และคนดัง เดย์-ลิวอิสเลือกใช้สำเนียงอังกฤษแท้ๆ และทำการค้นคว้าแบบเจาะลึกเช่นที่เคยเป็น เขาคือตัวละครที่เป็นศูนย์กลางในบทของแอนเดอร์สัน ทั้งคู่แบ่งปันความคิดและค้นคว้ากันอย่างจริงจัง ผ่านการพูดคุยทางโทรศัพท์อยู่บ่อยครั้ง นี่คือบทแรกของเดย์-ลิวอิส นับตั้งแต่กลายเป็นดาราประวัติศาสตร์ด้วยการคว้ารางวัลออสการ์ดารานำชายยอดเยี่ยมตัวที่สาม จากหนังอัตชีวประวัติของสปีลเบิร์กเมื่อปี 2012 Lincoln และจะเป็นหนังเรื่องสุดท้ายของเขาในตอนนี้ เมื่อเจ้าตัวประกาศเกษียณตัวเอง และเขาก็ทุ่มเทให้กับงานนี้ไม่ใช่แค่การบอกว่า ‘ตกลง’ เล่น แต่มาพร้อมกับเวลาและความพยายามอย่างเต็มที่

“ผมคิดว่าแรงกระตุ้นก็คงเป็นเรื่องนั้นแหละ เขาอยากบอกว่า ‘ตกลงผมเล่น’ แต่มันเป็นอะไรที่มากกว่า ‘เรื่องฟังดูดีนะ – คุณมีอะไรบ้างล่ะ?'” แอนเดอร์สัน เล่า “กับแดเนียล มันเป็นการทำงานที่นานมากพอ จนคุณตระหนักได้ว่าคุณมองไม่เห็นชายฝั่งที่อยู่ข้างหลังคุณอีกแล้ว แล้วคุณก็… ‘ตายห่า มันสายไปแล้ว’…” ราวกับวางแผนเอาไว้ เมื่อมีเงาของแดเนียล เพลนวิว จาก There Will Be Blood ที่ทำให้เดย์-ลิวอิสได้ออสการ์ตัวที่สองมาครอง อยู่ภายใต้ท่วงท่าโอ่อ่าของวูดค็อค เขาดูเป็นพวกอารมณ์เปลี่ยนแปลงไม่มาก แต่จริงๆ แล้วที่มุมของรอยยิ้มแต่ละข้าง จะกระตุกถี่ๆ ในยามที่ความต้องการให้อัลมาทำอะไรของเขาล้มเหลว

“ทั้งคู่เป็นคนที่มีความน่าสนใจ” แอนเดอร์สัน เห็นด้วย “คนหนึ่งไม่มีผู้หญิงแม้แต่คนเดียวในชีวิต ส่วนอีกคนก็รายล้อมไปด้วยพวกสาวๆ (นางแบบ, ช่างตัดเสื้อ และที่สำคัญที่สุด ซีริล พี่สาวผู้เข้มงวด ซึ่งรับบทโดย เลสลีย์ แมนวิลล์) คุณรู้สึกถึงเพลนวิวตรงที่ว่า เขาคงขุดหลุมด้วยตัวเอง แล้วก็เอาฟันดึงน้ำมันขึ้นมา ธรรมชาติของวูดค็อคก็คือเขาต้องการคนอื่นๆ กับการค้นคว้าของเรา ผมกับเขาไปที่พิพิธภัณฑ์วิคตอเรียแอนด์อัลเบิร์ท ในลอนดอน หรือเดอะ เม็ท (Metropolitan Museum of Art) ที่นิว ยอร์ค ไปดูพวกเสื้อผ้าสวยๆ งามๆ คลาสสิคๆ แต่พอคุณเอามันวางลงบนโต๊ะ มันก็ไม่ต่างไปจากสิ่งไร้ชีวิต มันเป็นของที่ดูดีเพียงแค่มีคนสวมมัน”

ธีมอะไรก็ตามที่เหลื่อมกันระหว่าง Phantom Thread และ There Will Be Blood, วูดค็อคกับเพลนวิว เป็นอะไรที่เล็กน้อย อะไรก็ตามที่ตุ๋นหนังทั้งสองเรื่องเข้าด้วยกัน คือการขุดค้นถึงภาพรวมของตัวละคร และอย่างที่เห็นในหนังของแอนเดอร์สันเสมอ ครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ หากต่างกันอยู่ตรงที่ว่า งานระดับมาสเตอร์พีซในปี 2008 ของมือเขียนบท-ผู้กำกับรายนี้ เหตุเกิดที่ผืนดินอันว่างเปล่าของแคลิฟอร์เนีย ภูมิทัศน์ที่โหดร้าย แต่ในหนังเรื่องนี้ทุกอย่างแทบจะอยู่แค่ในกำแพงของทาวเฮาส์แบบจอร์เจีย ที่ตั้งอยู่บนฟิทซ์รอย สแควร์ และถอยไปจนถึงพื้นที่ในชนบทของอังกฤษ

ภาพอันหรูหราของหนังเป็นฝีมือของตัวแอนเดอร์สันเอง และเป็นหนังใหญ่เรื่องแรกที่เขาทำหน้าที่ผู้กำกับภาพ หลังจากอยู่หลังเลนส์ให้กับวิดีโอของวง Radiohead และ Haim รวมไปถึงสารคดีทางดนตรี Junun เมื่อปี 2015 มาก่อนหน้า ซึ่งเป็นการแต้มแต่งโลกให้ดูมั่งคั่งด้วยความนุ่มนวลและสีสันชืดๆ เพื่อหุ้มห่อเรื่องราวดรามาที่เต็มไปด้วยความสับสนเอาไว้ เห็นได้ชัดว่าหนังโรแมนซ์สไตล์กอธิคเรื่องนี้ เป็นหนี้หนัง Rebecca ของอัลเฟร็ด ฮิทช์ค็อค แต่ก็มีความเป็นตัวของตัวเอง ที่สร้างขึ้นมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเหมือนหนังอีกหลายๆ เรื่อง

“ผมคิดว่า คุณต้องทำงานที่มันมีบุคคลิก สะท้อนชีวิต และความสัมพันธ์ของคุณ ไม่งั้นมันก็เป็นแค่ภาพตัดแปะ หรือว่ากระดาษก็อปปี มันไม่ใช่แค่ ‘มาสนุกกับหนังแนวนี้’” แอนเดอร์สันเผย “ซึ่งนั่นน่าเบื่อจะตาย ใช่ไหมล่ะ แล้วหลังจากนั้นล่ะ?”

Phantom Thread ยังเป็นเรื่องราวของศิลปินมากพอๆ กับเรื่องอื่นๆ ซึ่งทำให้เกิดคำถามกลับไป นี่เป็นการเล่าเรื่องของตัวเองหรือเปล่า? “อะไรหลายๆ มันมาจากตัวผม” เขายอมรับ “คุณสามารถจำแนกความคล้ายคลึงกันระหว่างการเป็นผู้กำกับหนัง กับคนออกแบบเสื้อผ้าออกมาได้ และความกังวลหมกมุ่นอยู่กับงานเป็นสิ่งที่ผมเข้าใจได้ อย่างล้ำลึก แต่ก็มีบางส่วนที่ต้องแยกออกไป และเป็นส่วนที่ผมไม่เข้าใจก็คือ เมื่อมาถึงการเสียสละสิ่งต่างๆ ทุกสิ่งอย่าง นั่นเป็นเรื่องของคนอื่นละ” เขาหยุด “แต่มันก็ทำให้เรื่องของเราน่าสนใจมากขึ้น”

THE PREDATOR
กำกับ: เชน แบล็ค นักแสดง: บอยด์ ฮอลบรูค, โอลิเวีย มันน์, ทราเวนเต โรห์ดส์, คีแกน-ไมเคิล คีย์, สเตอร์ลิง เค. บราวน์, จาค็อบ เทรมเบลย์

“กุญแจสำคัญสำหรับหนัง Predator ก็คือ มันจะต้องมีกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่ต้องเผชิญหน้ากับพรีเดเตอร์เสมอ” เชน แบล็ค ผู้กำกับ-ผู้เขียนบทของหนัง เจ้าของเครดิตอย่าง The Nice Guys กล่าว เพื่อให้ออกมาเป็นแบบนั้น เขาจัดการรวมทีมนักแสดงมากความสามารถเพื่อต่อกรกับนักล่าข้ามจักรวาลในหนังเรื่องที่ 4 ของพวกมัน ซึ่งเหตุการณ์ในเรื่องจะเกิดขึ้นในช่วงระหว่างปี 1990 ของ Predator 2 และ 2010 ของ Predators บอยด์ ฮอลบรูคอดีตนาวิกโยธินเป็นคนที่พบกว่า พวกพรีเดเตอร์ มีอยู่จริง และแน่นอน… ไม่มีใครเชื่อเขาหรอก

(ยังมีต่อ)

โดย ฉัตรเกล้า จากเรื่อง ดูหนังทั้งปี 2018 นิตยสารเอนเตอร์เทนฉบับที่ 1249 ปักษ์แรกกุมภาพันธ์ 2561


SHARE THIS
  • 59
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    59
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On