เก็บตกผลผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 85 กับบรรดาเรื่องเซอร์ไพรส์

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

รางวัลออสการ์ครั้งที่ 85 ประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงมาแล้วตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม ซึ่งก็มีทั้งที่สร้างความประหลาดใจและความผิดหวังให้ปรากฏ โดยเฉพาะในสาขาหลักๆ อย่างภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยมนั้น เรียกเสียงฮือฮาได้ทั้งวงการเลยทีเดียว แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น มานั่งคุยกันถึงหนังที่เข้าชิงรางวัลหนังยอดเยี่ยมกันก่อนดีกว่าว่า มีหนังเรื่องอะไรที่น่าสนใจบ้าง

michael_haneke_a_p

ไมเคิล ฮาเนเก้ ผู้กำกับของ Amour

ในปีนี้ออสการ์เลือกหนังเข้าชิงรางวัลหนังเยี่ยม 9 เรื่อง จากที่เต็มที่ เต็มแม็กกันได้ 10 เรื่อง  ได้แก่ Lincoln, Argo, Les Miserables, Zero Dark Thirty, Silver Linings Playbook, Life of Pi, Beasts of the Southern Wild, Amour, Django Unchained

ทั้งหมดก็เป็นหนังที่เข้าชิง หรือคว้ารางวัลประจำปีของสมาคม, ชมรม ต่างๆ มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นลูกโลกทองคำ, รางวัลของสมาคมนักแสดง, สมาคมผู้กำกับ, สมาคมผู้อำนวยการสร้าง, ชมรมนักวิจารณ์ในรัฐต่างๆ และก็น่าดีใจที่หนังเหล่านี้บ้านเราได้ดูกันเกือบครบ แม้บางเรื่องอาจจะเข้าฉายเฉพาะกรุงเทพฯ แต่ก็หวังว่า ทางค่ายหนังน่าจะพามาแอ่วเหนือกันบ้าง

หนังหลายๆ เรื่องก็ลงโปรแกรมฉายในบ้านเราไปตั้งแต่ปีที่แล้ว เช่น Argo, Life of Pi ส่วน Les Miserables, Zero Dark Thirty ก็เข้าฉายกันตั้งแต่สิ้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ขณะที่ Django Unchained  รวมไปถึง Silver Lining Playbook ก็มีกำหนดฉายวางเอาไว้แล้ว อาจจะมีที่ยังไม่รู้จะออกหัวหรือก้อย ก็คือ Lincoln, Amour และ Beasts of the Southern Wild เรื่องแรกนั้นมีข่าวว่าทางวอร์เนอร์/ฟ็อกซ์ (ประเทศไทย) ไม่เอาเข้าแล้ว ส่วนสองเรื่องหลังยังไม่รู้ว่าค่ายหนังอิสระค่ายไหนได้ไป ยูไนเต็ด, เอ็มวีดี หรือมงคลเมเจอร์

05 Bem

เบน ไซท์ลิน ผู้กำกับของ Beasts of the Southern Wild กับนางเอกของเรื่องที่กลายเป็นนักแสดงที่เข้าชิงรางวัลออสการ์อายุน้อยที่สุด

หลายๆ คนอาจจะกลัวการดูหนังรางวัล แต่สำหรับออสการ์ หนังส่วนใหญ่จะเป็นงานที่ดูง่าย เข้าถึงไม่ยาก เป็นงานในแบบพาณิชย์ศิลป์ ที่คุณค่ากับความบันเทิงมาพร้อมกัน เห็นได้ชัดจาก Life of Pi ที่พกปรัชญา และแง่มุมความคิดมาเต็มที่ แต่ก็ดูสนุก และทำรายได้ในบ้านเราได้มากกว่าหนังตลาดๆ ใหญ่ๆ หลายๆ เรื่องด้วยซ้ำ หนังโดดเด่นที่สไตล์ด้านภาพ และโปรดัคชั่น ที่ใช้ศักยภาพของการเป็นงานสามมิติอย่างได้ผล ไม่ใช่แค่สวย หรือทำให้ภาพมีมิติ แต่รับใช้เรื่องได้เต็มประสิทธิภาพ เสริมประเด็นการเล่าเรื่องของตัวละครพายได้เป็นอย่างดี เมื่อสิ่งที่เขาเล่าออกมานั้นมีลักษณะฟุ้งฝัน เป็นแฟนตาซีไม่ใช่น้อย ที่ต้องยกให้ก็คือ บท ทำให้หนังที่เรื่องยากๆ สองแง่ สองมุม กลายเป็นหนังที่น่าติดตามไปได้ตลอดทั้งเรื่อง

ขณะที่ Zero Dark Thirty นั้นก็เป็นทั้งหนังสืบสวน, จารกรรม และแอ็คชั่น ระทึกขวัญ เล่าเรื่องแบบเข้มข้น สมจริง สมจัง หนังเริ่มต้นอย่างช้าๆ เนิบนาบ โดยให้เวลาเต็มที่กับตัวละครในการปะติดปะต่อข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ที่มาแบบสะเปะสะปะเข้าด้วยกัน คนดูก็ต้องปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหลายที่หนัง “หว่าน” มาเช่นกัน เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง จากหนังสืบสวน, จารกรรม Zero Dark Thirty ก็กลายเป็นหนังแอ็คชั่น ที่แม้จะรู้ตอนจบกันดีอยู่แล้วหากก็ยังลุ้นระทึก ตัวบทที่แน่น การเล่าเรื่องที่ดูสมจริงสมจัง การแสดงในแบบที่เอาตายกันไปเลยของเจสสิก้า เชสเทน ที่พลิกไปจากที่เห็นใน The Help แบบสุดขั้ว

07

เบน เอฟเฟล็ค คว้าลูกโลกทองคำแต่ไม่มีพื้นที่ในเวทีออสการ์

Argo ก็ฉายในบ้านเราไปตั้งแต่ปีที่แล้ว และเป็นอีกเรื่องที่สร้างจากเหตุการณ์จริง ตอนกำกับหนังเรื่องแรก Gone Baby Gone เบน เอฟเฟล็คได้รับคำชมมากมาย ทั้งส่งให้ เอมี่ ไรอันเข้าชิงออสการ์สาขานักแสดงสมทบ งานชิ้นที่สอง The Town ทำให้เจเรมี่ เรนเนอร์เข้าชิงรางวัลในหลายๆ สถาบันในสาขานักแสดงสมทบชาย ใน Argo เอฟเฟล็คขยับไปอีกระดับหนึ่ง หลังจากงานสองเรื่องแรกที่เล่าเรื่องแบบนิ่งๆ ก่อนจะขมวดปมได้อย่างตื่นเต้นในช่วงท้าย Argo เล่าเรื่องได้มีสีสันมากขึ้น เป็นหนังระทึกขวัญที่ไม่ต้องยิงกันให้เปลืองกระสุน แต่ก็สนุก ลุ้น ทั้งๆ ที่หากติดตามเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ ย่อมรู้ดีถึงบทสรุปของหนัง และไม่ใช่มีแค่เรื่องปฏิบัติการพาเจ้าหน้าที่สถานฑูตออกจากเตหะราน Argo ยังมีแง่มุมในเชิงเสียดสี ทั้งวงการภาพยนตร์ของฮอลลีวู้ด รวมไปถึงการดำเนินการทางการเมืองระหว่างประเทศของเจ้าหน้าที่ และนักการเมืองระดับสูงของอเมริกา มีอารมณ์ขันไปพร้อมๆ กัน แถมบรรดานักแสดงก็ให้การแสดงที่สมจริงไม่แพ้ Zero Dark Thirty เลย

Les Miserables เป็นหนังชิงออสการ์เรื่องล่าสุดที่เพิ่งได้ชมไป นี่เป็นการนำเอาละครเพลงชื่อเดียวกันที่สร้างจากวรรณกรรมอมตะของวิคตอร์ อูโก้ มาทำเป็นหนังอีกที และได้บรรดานักแสดงระดับท็อปมาสวมบทบาทเพียบ ไม่ว่าจะเป็น ฮิวจ์ แจ็คแมน, รัสเซลล์ โครว์, แอนน์ แฮธาเวย์, อาแมนดา ไซย์ฟรีด, เอ็ดดี้ เรดมาย์น รวมไปถึง ซาช่า บารอน โคเฮน และเอเลนา บอนแฮม คาร์เตอร์ แน่นอนว่าต้องเป็นหนังเพลง และนักแสดงก็ได้โชว์เสียงของตัวเองเต็มๆ โดยเฉพาะการถ่ายทำที่ให้ร้องกันสดๆ หน้ากล้อง มีเพียงเปียโนบรรเลงคลอ ก่อนจะนำเสียงร้องไปมิกซ์เข้ากับดนตรีในภายหลัง ทำให้เสียงร้องเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก แม้จะไม่ใช่ทุกคนที่ร้องเพลง “ดี” แต่ที่แน่ๆ ทุกคนร้องเพลง “ได้” สามารถสัมผัสถึงอารมณ์ผ่านน้ำเสียง โดยเฉพาะเพลงเด่นๆ อย่าง I Dreamed a Dream ที่แอนน์ แฮธาเวย์ร้อง หรือ Suddenly เพลงใหม่ที่แต่งสำหรับหนังที่ร้องโดย ฮิวจ์ แจ็คแมน หนังมาครบรส สุข เศร้า ตลก บู๊ และมีเพลง  เนื้อหาอาจจะเป็นงานตามสูตร แต่ก็มีนัยมากมายที่แฝงไว้ ไม่่ว่าจะเป็นเรื่องของชนชั้น แง่มุมการเมือง ความแตกต่างของศีลธรรมกับกฏหมาย ซึ่งทั้งหมดทำให้เรื่องราวของ Les Miserables ยังไม่เชยหรือพ้นสมัยไป

03 zero-dark-thirty-kathryn-bigelow

แคธรีน บิเกโลว์ ปิ๋วในสาขาผู้กำกับอย่างไม่น่าเชื่อ

ทั้งหมดนั้นคืองานที่ได้ชมกันไปแล้วในบ้านเรา ซึ่งก็คงบอกไม่ได้ว่าเรื่องไหนที่จะมาวิน เพราะยังมีอีกตั้ง 5 เรื่องที่ยังไม่ได้ชม

ทีนี้ก็มาถึงเรื่องเซอร์ไพรส์กันบ้าง ซึ่งก็คงไม่พ้นเรื่องที่สามผู้กำกับอย่าง เบน เอฟเฟล็ค จาก Argo, แคธรีน บิเกโลว์ จาก Zero Dark Thirty และทอม ฮูเปอร์ จาก Les Miserables พลาดการเข้าชิงในสาขาผู้กำกับ ทั้งๆ ที่ต่างก็ได้ชิงรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม ของสมาคมผู้กำกับ แถมหนังของพวกเขาก็ชิงรางวัลเป็นกอบเป็นกำ รวมทั้งรางวัลหนังยอดเยี่ยม Argo นั้นเข่้าชิง 7 รางวัล ส่วน Zero Dark Thirty เข้าชิง 4 รางวัล, Les Miserables แล้วใหญ่ เพราะเข้าชิงถึง 8 รางวัล โดยคนที่เบียดเข้ามา อย่าง เบน ไซทลิน จาก Beasts of the Southern Wild และ ไมเคิล ฮาเนเก้ จาก Amour นั้น ถูกคาดการณ์ว่าน่าจะโดนมองข้าม ด้วยความที่เป็นหนังเล็กๆ และเรื่องหลังยังเป็นหนังภาษาต่างประเทศอีกต่างหาก

01 Beasts-Oscars

Beasts of the Southern Wild เข้าชิงหนังเยี่ยม

Beasts of the Southern Wild เป็นเรื่องของเด็กน้อยฮัชพัพพี วัย 5 ขวบที่ใช้ชีวิตอยู่กับพ่อ ที่จู่ๆ วันหนึ่งก็เกิดพายุถล่มชุมชนที่เธออาศัยอยู่จนน้ำท่วม ขณะเดียวกันพ่อเธอก็ป่วยหนักจนทำอะไรไม่ได้ ทำให้หนูน้อยต้องพยายามหาทางเอาตัวรอด เพื่อที่จะทำให้คนอื่นๆ ที่อยู่รอบข้างรอดชีวิตไปด้วย หนังได้รับคำชมอย่างมาก โดยเฉพาะการแสดงของ คเวนซาเน่ วอลลิส ที่กลายเป็นผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์อายุน้อยที่สุด รวมไปถึงคว้ารางวัลจากเวทีต่างๆ มาโดยตลอด แต่ด้วยความเล็กของหนัง ทำให้หลายๆ คนมองข้ามว่าไม่น่าจะถึงเวทีออสการ์ได้ และไม่น่าเป็นไปได้ที่ เบนห์ ไซทลิน จะเข้าชิงรางวัลผู้กำกับ ด้วยการเบียดตัวเก็งเต็งหนึ่งทั้งหลายออกไปถึง 3 คน

02 amour

Amour หนังภาษาต่างประเทศที่ได้เข้าชิงหนังเยี่ยม

ขณะที่ Amour คือหนังพูดภาษาฝรั่งเศส ที่กำกับโดยผู้กำกับออสเตรียน – ไมเคิล ฮาเนเก้ หนังว่าด้วยชีวิตของคู่รักวัยชรา แอนน์และจอร์จ อดีตครูสอนดนตรี ที่ฝ่ายแรกเกิดป่วยเป็นอัมพาตครึ่งตัว ทำให้ทั้งคู่ต้องหาทางรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงวัยสุดท้ายของชีวิต แม้จะเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่คุ้นเคยมาก่อน และเกิดขึ้นในช่วงวัยที่ยากจะปรับตัว การเข้าชิงรางวัลหนังยอดเยี่ยมของ Amour ถือเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ เพราะนานมากแล้วที่หนังภาษาต่างประเทศถูกมองข้ามจากออสการ์ โดยดูเหมือนว่าจะพอใจให้เข้าชิงในสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมเท่านั้นก็พอ เมื่อรวมเข้ากับการที่ ไมเคิล ฮาเนเก้แซงหน้า 3 ผู้กำกับที่มีถึงสองคนที่คว้ารางวัลออสการ์มาแล้วเข้าชิงได้ ถือว่ายิ่งเซอร์ไพรส์ และไม่ต่างไปจาก Beasts of the Southern Wild เพราะ Amour ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงเป็นว่าเล่นจากงานเทศกาลภาพยนตร์ต่างๆ มาแทบนับไม่ถ้วน ที่เป็นเรื่องบังเอิญอีกอย่างก็คือขณะที่นักแสดงของ Beasts of the Southern Wild เป็นนักแสดงอายุน้อยที่สุดที่ได้ชิงออสการ์ เอมมานูเอลล์ ริว่า ของ Amour คือนักแสดงที่เข้าชิงรางวัลที่อายุมากที่สุด ถึง 84 ปี

มองกันจริงๆ แล้วเซอร์ไพรส์ก็ไม่ถึงกับเซอร์ไพรส์ เพราะเครดิตที่ติดหลังหนังทั้งสองเรื่อง และผู้กำกับทั้งสองคนมานั้น มันแสดงให้เห็นว่า หนังมีศักยภาพ แต่ที่ทำให้กลายเป็นเซอร์ไพรส์ได้ก็คือ การมองถึงรสนิยมของคณะกรรมการออสการ์ ที่ส่วนใหญ่มักเลือกหนังใหญ่ๆ หนังทำเงิน และเป็นหนังอเมริกัน หรืออย่างน้อยก็พูดภาษาอังกฤษ จะมองว่ารสนิยมของคณะกรรมการเปลี่ยนไปก็คงเป็นได้ เพราะในช่วงหลายปีมานี้ ออสการ์มีพื้นที่ให้กับหนังเล็กๆ มากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่ง The Hurt Locker เองก็คือหนังอินดี้เล็กๆ เรื่องหนึ่ง

การหลุดพื้นที่ผู้เข้าชิงในสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมของ บิเกโลว์, ฮูเปอร์ และเอฟเฟล็ค ทำให้โอกาสเข้าวินในฐานะหนังยอดเยี่ยมของหนังตัวเองลดลงไปด้วย ถึงแม้จะไม่ใช่กฏตายตัวว่า หนังได้ที่รางวัลหนังยอดเยี่ยม จะได้รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมด้วย หรืออย่างน้อยต้องเข้าชิงในทั้งสองสาขา ถึงจะมีสิทธิ์คว้ารางวัลไดรางวัลหนึ่ง แต่โอกาสมันก็น้อยมากๆ ที่จะเกิดขึ้นได้เมื่อมองไปถึงสถิติที่ผ่านๆ มา

The Dark Knight Rises

The Dark Knight Rises พลาดทุกรางวัล

เรื่องเซอร์ไพรส์บนเวทีออสการ์ปีนี้ ไม่ได้มีแค่เรื่องที่ยกมา ยังมีเรื่องที่หนังอย่าง The Master และ Moonrise Kingdom ไม่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลหนังยดเยี่ยมเลย ทั้งๆ ที่ยังมีพื้นที่ให้กับหนังอีกหนึ่งเรื่องด้วยซ้ำ หรือการที่ลีโอนาร์โด ดิคาพรีโอถูกมองข้ามในสาขานักแสดงสมทบชาย ทั้งๆ ที่การพลิกบทบาทจากการรับคนพระเอก คนดีมาเป็นตัวร้ายแบบนี้ มักจะได้รับความสนใจจากคณะกรรมการออสการ์เสมอๆ ในสาขาหนังภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม เป็นการพลิกล็อคพอท้วมๆ เมื่อ The Intouchables ถูกมองข้าม แต่ที่เซอร์ไพรส์มากกว่าก็คือ การที่หนังอย่าง The Dark Knight Rises ไม่ได้รับการเสนอชื่อแม้แต่รางวัลเดียว กระทั่งรางวัลในส่วนของงานโปรดัคชั่นต่างๆ ที่หนังทุนสูง รายได้งามแบบนี้มักจะมาเป็นเจ้าประจำ ซึ่งจะว่าไปแล้วนี่คือเรื่องที่เซอร์ไพรส์ที่สุดก็ว่าได้ในเวทีออสการ์ครั้งที่ 85

แต่ที่ไม่เซอร์ไพรส์แน่ๆ ก็คือ หนังในเวทีออสการ์นั้น ไม่ใช่งานที่ดูยากมากมาย ไม่ใช่งานที่ต้องอาศัยลิฟท์ หรือเครนยกระดับเพื่อการชม หนังส่วนใหญ่กว่า 80% คืองานเพื่อความบันเทิง ที่ดูสนุก มีคุณภาพ และหลายๆ เรื่องมีคุณค่าบางอย่างให้กับชีวิต หรือเป็นอาหารสมองให้กับคนดูอีกด้วย

24 กุมภาพันธ์มาดูกันว่าหนังเรื่องไหนเข้าวิน และเรื่องไหนถูกทิ้งขาดวิ่น

จากเรื่อง เก็บตกผลผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 85 กับบรรดาเรื่องเซอร์ไพรส์ โดย นพปฎล พลศิลป์ นิตยสาร Hip เชียงใหม่


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On