หลังไม่มีให้เห็นมานาน พอมาที หนัง Hercules ก็มีให้ดูกันปีเดียว 2 เรื่องรวด หนังของเรนนี ฮาร์ลิน เปิดตัวไปก่อน ในอารมณ์ของหนังมหากาพย์โรมัน ที่ขึ้นจอในแบบ 3 มิติ และนี่คือ Hercules อีกเรื่องในปีนี้ ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ผู้กำกับ มาร์ติน สกอร์เซซี มี Gangs of New York, สตีเวน สปีลเบิร์ก มี Schindler’s List, เทอร์รี กิลเลียนมี Don Quixote แต่ทุกๆ โปรเจ็คท์ตามใจฝันเหล่านี้ต้องวูบแสงลงในทันที เมื่อเทียบกับสิ่งที่เป็นงานตามใจฝันของเดอะ ร็อค – ดเวย์น จอห์นสัร เพราะว่า… ความทะยานอยากของผู้ชายร่างล่ำคนนี้นั้น ก็คือการได้ทำหนัง Hercules ที่ไม่ใช่หนัง Hercules ในแบบเดิมๆ ที่เคยได้ชมกัน
“ตอนที่ผมยังเป็นเด็กๆ ฮีโร่ประจำใจของผมก็คือ เฮอร์คิวลีส” จอห์นสันกล่าวเอาไว้ในการให้สัมษณ์กับสถานีเอ็มทีวี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2013 “ตอนที่ผมได้เข้ามาในวงการหนังเป็นครั้งแรก ผมคิดเอาไว้ในใจเลย ‘พระเจ้า… ผมอยากทำมันจริงๆ สักวันหนึ่งผมต้องทำให้ได้’ ผมคิดเอาไว้มาตลอดเลยว่า หนัง Hercules ในเวอร์ชันที่ผมอยากเล่น มันจะต้องมีความเป็นดราม่ามากขึ้น เขาจะต้องหาทางเอาตัวรอดให้ได้ในดินแดนที่เต็มไปด้วยความแห้งแล้ง กันดาร ไม่มีความสวยงาม ประดิษฐ์ประดอยให้เห็น นี่คือสิ่งที่อยู่ในใจผมมานานหลายปี”
และซัมเมอร์นี้ ความฝันของจอห์นสันก็จะกลายเป็นจริง ด้วยการทำงานร่วมกับเบร็ทท์ แรทเนอร์ ที่จะมีหนังตำนาน Hercules ในแบบของเขาเองซึ่งสร้างมาจากนิยายภาพของสตีฟ มัวร์อีกที แน่นอนว่า งานนี้มีไม่กี่คนหรอกที่จะกล้าปฏิเสธว่า มีคนอื่นที่ดีกว่า เจ๋งกว่า เหนือกว่า และเหมาะสมกว่าเขา กับการรับบททนุษย์กึ่งเทพที่รูปร่างกำยำ ผู้จัดการกับภารกิจ 12 อย่าง ที่ไม่ได้มีแค่การเป็นซูเปอร์สตาร์ในตำนาน จากการสังหารไฮดรา ตามที่หนังสือหลายๆ เล่มเขียนบอกไว้
“ผมเกิดมาเพ่ื่อเล่นเป็นเฮอร์คิวลีส” อดีตนักมวยปล้ำกล่าว “เขาใช้ชีวิตอยู่กับความเจ็บปวด และความเศร้าโศก”
ตอนเริ่มเรื่องราว เขาไม่ได้เป็นฮีโรอะไรเลยแม้แต่น้อย ก็แค่คนที่อ่อนล้า กราดเกรี้ยว และถูกเนรเทศออกจากบ้านเกิดเมืองนอน ยักษ์ใหญ่ชาวกรีเซียนถูกทิ้งให้เดินทางเร่ร่อน รอนแรมไปในโลกยุคมืด ต้องเอาตัวเข้าแลกด้วยการเป็นลูกจ้าง โดยเฝ้าใฝ่ฝันถึงแต่คืนวันเก่าๆ อันแสนสวยงาม ซึ่งในความเป็นจริง วันเก่าๆ อันแสดงงดงามที่ว่า ก็ไม่เคยเกิดขึ้นในแบบที่เขาจดจำได้เลยแม้แต่น้อย
กับการทำงานของแรทเนอร์ ที่ลดความเป็นเรื่องเล่าขานแบบตำนานลงไป ในส่วนความเป็นมาแต่หนหลังของเฮอร์คิวลีส พอจะแสดงเป็นนัยๆ ว่า เขาอาจจะยกระดับของเรื่องทั้งหมดขึ้นจากเดิม
เมื่อขุนศึกชั้นต่ำของ จอห์น เฮิร์ท เสนอทองคำเพียงไม่กี่หยิบมือให้เขา เพื่อให้เฮอร์คิวลีสช่วยจัดการกับเหล่าขบถที่เป็นกองทัพประชาชน เฮอร์คิวลีสเข้าเป็นส่วนหนึ่งของด้านมืดแบบเต็มตัว ก่อนหน้าที่จะเริ่มค้นพบอีกครั้งว่า อะไรที่หมายความถึงคำว่า ฮีโร่ ที่แท้จริง และเขาก็ไม่ได้ครอบครองสถานภาพนั้นได้ด้วยยตัวเอง แต่รายรอบไปด้วยกลุ่มของนักรบรับจ้างที่เต็มไปด้วยความศรัทธา, กวี, นักวิ่งระยะไกล, จอมขมังธนู และมนุษย์กินคน ที่รับบทโดย เอียน แม็คเชน, โจ แอนเดอร์สัน, อินกริด เบอร์ดัล, แอคเซล เฮนนี และรีเบ็คกา เฟอร์กูสัน
หนังถ่ายทำกันในสภาพอากาศที่ร้อนจัด ที่สนามกว้างนอกเมืองบูดาเปสท์ การเล่าเรื่องราวใหม่ ที่เต็มไปด้วยความทารุณ หนักหนาสาหัสถึงวีรบุรุษในตำนานกรีกของแรทเนอร์ อาจจะแสดงให้เห็นถึงเลือดเนื้อ แต่หนังไม่ได้ขึ้นจอด้วยระดับทุนสร้างแบบหนังเล็กแน่ๆ ด้วยฉากรบในระดับเดียวกับ Gladiator, ฉากแข่งรถลากในแยยสไตล์ของ Ben-Hur และป้อมปราการขนาดใหญ่ยักษ์ ที่มหึมายิ่งกว่าโคลีเซียมของจริง Hercules ฉบับนี้ จะเป็นมหากาพย์ในทุกกระเบียดนิ้ว
จากเรื่อง เปิดตำนานจอมพลัง Hercules ฉบับยักษ์ของจริงโดย ดเวย์น “เดอะ ร็อค” จอห์นสัน โดย ฉัตรเกล้า นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1163 1 กรกฎาคม 2557















