ปี 2017 ผ่านไปแล้ว ในแบบที่มีครบทุกรสชาติ สมหวัง ผิดหวัง เจ็บปวด หรือสุขสม และในวงการภาพยนตร์เราก็ได้เห็นสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น บรรดาผู้กำกับใหม่ๆ ที่พาฮอลลีวูดไปสู่ทิศทางใหม่ หรือผู้กำกับหญิงที่มาพร้อมกับหนังซูเปอร์ฮีโรหญิง และนี่คือสารพัดสิ่งที่น่าจดจำของปี 2017 ที่ทางนิตยสารเอ็มไพร์ของอังกฤษคัดสรรเอาไว้ (อ่านตอนแรกที่นี่ > http://bit.ly/2EBoAjL)
@ ตัวร้ายแห่งปี – เจ้าเพนนีไวส์ จาก IT

ด้วยการแต่งหน้าและเสริมโน่นนี่นั่นเข้าไป ทำให้เจ้าตัวตลกเพนนีไวส์กลายเป็นฝันร้ายแห่งปี ที่ทอม วูดรัฟฟ์ จูเนียร์ จะมาอธิบายถึงการออกแบบใบหน้าค่าตาตัวละครตัวนี้กัน
แต่งหน้า: “เส้นบนใบหน้าจะมีลักษณะคล้ายๆ หนวดของซัลวาดอร์ ดาลี (จิตรกรชื่อดัง) แต่ทำให้สุดขั้วมากขึ้นจนดูเหมือนกับตะขอ ที่ดูน่ากลัวก็เพราะการใช้สีแดงแบบเลือดสดๆ พาดผ่านดวงตาของมัน”
ฟัน: “หนึ่งในภาพวาดแรกๆ ของผู้กำกับแอนดี มุสเซตติ มันจะมีฟันหน้าใหญ่ๆ ยาว แล้วก็แหลม แต่เราลดความแหลมของมัน เพราะไม่อยากให้ไปทิ่มในปากของบิลล์ (ซาร์สการ์ด) พอเราใส่เข้าไป ริมฝีปากเขาก็อุ้มมันพอดี แล้วก็งุ้มไปข้างหลัง อย่างกับเป็นการทำซีจีด้วยการแต่งหน้าเลย”
เส้นผม: “ผมที่ดูร่วงๆ ทำให้ดูพิกลพิการ ช่วยให้เกิดความรู้สึกไม่อยู่กับร่องกับรอยเวลามองดูตัวละครตัวนี้ แล้วยังให้รู้สึกถึงทั้งความสยองและความไร้เดียงสา เด็กทารกจะเกิดมาพร้อมกับศรีษะที่มีผมเต็มๆ แล้วก็ค่อยๆ หลุดร่วงไป จนทารกตัวเล็กๆ หลายๆ รายดูไม่ต่างไปจากผู้ใหญ่ตัวเล็กๆ ขอบคุณที่ช่วงเวลาแบบนี้มันกินเวลาเพียงสั้นๆ นี่ผมพูดในฐานะคนเป็นพ่อนะ!”
ผม: “ผมสีแดงสว่างๆ ของเพนนีไวส์ฉบับทิม เคอร์รี มีที่มาจากภาพลักษณ์ของตัวตลกแบบคลาสสิค ผมสีส้มไม่ค่อยได้รับการตอบสนองที่ดีนักในฉบับโทรทัศน์ แต่คุณก็อยากจะแปะโป้งตัวเองลงไปในการทำงาน เพนนีไวส์ของเคอร์รีมีลักษณะของตัวตลกแบบคลาสสิคแทบทุกกระเบียดนิ้ว เราแค่ไม่อยากทำซ้ำ”
คาง: “เราดัดแปลงอะไรเล็กน้อยภายใต้แก้มด้วยการใส่บางอย่างในโพรงแก้ม ทำให้โครงขากรรไกรของบิลล์ดูเป็นวงมากขึ้น แล้วทำให้เขามีปลายจมูกเป็นปุ่มเล็กๆ น่ารักภายใต้เมค-อัพ”
@ ตัวแสบแห่งปี – ลอรา จาก LOGAN

ในฐานะ มนุษย์กลายพันธุ์หมายเลข 23 หรือลอรา ใน Logan ดาฟเน คีน เด็กหญิงวัย 12 คือตัวแสบแห่งปี 2017
– อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการรับบทลอรา?
“หนูชอบการอยู่ในรถช่างแต่งหน้า ได้เห็นว่าพวกเขาเอาเลือดปลอมไปใส่ในทุกสิ่งทุกอย่างยังไง แล้วในการถ่ายทำวันสุดท้าย พวกเขาจับหนูผูกกับสลิงห้อยโหนไปให้สูงที่สุดเท่าที่ฉันทำได้ นั่นคือรางวัลสำหรับการเป็นตัวละครตัวนี้แหละ!”
– คุณยังติดต่อกับฮิวจ์ แจ็คแมนไหม?
“ยังติดต่อกันอยู่ หนูชอบเขานะ เราส่งอีเมลหากัน เขาก็เป็นคนน่ารักเวลาทำงานด้วยกัน จะชอบร้องเพลงแล้วก็ดูมีความสุข หนูไม่เคยเห็นเขาหงุดหงิดหรือเศร้าเลย ยกเว้นตอนที่ต้องอยู่ในบท ทุกวันศุกร์เขา0tเอาล็อตเตอรีมาที่กองถ่าย แล้วเดินไปแจกทีมงาน แถมอวยพรว่า “โชคดีวันศุกร์ วันศุกร์โชคดี!”
– คุณเก็บอะไรจากกองถ่ายมาบ้างหรือเปล่า?
“หนูเอาเสื้อยืดยูนิคอร์นมาด้วย หนูคิดว่าจะได้กรงเล็บ แต่มันไม่ผ่านด่านตรวจข้ามแดน”
– หนังตอนแยกสำหรับลอราประกาศสร้างแล้ว คุณอยากเป็นส่วนหนึ่งของหนังไหม?
“อยากซิ! หนูชอบตัวละครตัวนี้นะ รู้สึกเหมือนเธอเป็นส่วนหนึ่งของหนู หนูอยากเล่นเป็นเธอไปเรื่อยๆ แล้วอยากทำงานกับเจมส์ (แมนโกลด์-ผู้กำกับ) อีก ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่เจ๋งที่สุดเลย”
@ สาวมหัศจรรย์ของปี – แพ็ตตี เจนกินส์ ผู้กำกับของ WONDER WOMAN

คนทำหนังบางคนคงอยากไปอยู่ที่ไหนสักแห่งแต่ไม่ไกลมากนัก ตอนหนังของตัวเองเปิดตัว เรื่องที่เด็ดๆ ก็อย่าง จอร์จ ลูคัสที่ไม่สู้หน้ากับสัปดาห์เปิดตัวของหนัง Star Wars เลยชวนเพื่อนซี้สตีเวน สปีลเบิร์กไปที่ฮาวาย แล้วขณะที่หนัง Indiana Jones เปิดตัวพวกเขาก็อยู่กันบนชายหาดเลี่ยงข่าวคราวเรื่องรายได้ทั้งหลายทั้งปวง
แพ็ตตี เจนกินส์ ไม่ได้ฝันไปไกลถึงขนาดนั้น เพราะตอนที่ Wonder Woman เปิดตัวเมื่อ 2 มิถุนายน เธอรู้ดีว่าตัวเองอยากอยู่ที่ไหน นิว ยอร์ค คือคำตอบ “ฉันอยู่ที่นั่นมานาน ก่อนจะย้ายมาแอลเอ” เธอกล่าว “หัวใจของฉันอยู่ที่นั่น ฉันเคยไปอยู่ที่เซนทรัลพาร์ค ใช้เวลาไม่รู้กี่วันต่อกี่วันคิดว่า คนทำหนังแบบไหนที่ฉันอยากเป็น”
ในคืนเปิดตัวเจนกินส์เดินไปรอบๆ เมืองกับคริส ไพน์ นักแสดงนำชายของเธอ “กินอาหารที่ภัตตาคารแล้วก็คุยกันสารพัดเรื่อง” จากนั้นทั้งคู่ก็ตัดสินใจไปโผล่ในโรงหนังรอบเที่ยงคืน เพื่อดูหนังเล็กๆ ของพวกเขาที่ว่าด้วยซูเปอร์ฮีโรหญิงที่ดังที่สุดในโลกกำลังดำดิ่งลง “มันเป็นประสบการณ์ที่เลวร้าย!” เจนกินส์หัวเราะ ไม่ใช่เพราะคนดูโห่ใส่หนัง จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องตรงกันข้ามด้วยซ้ำ “รอบเที่ยงคืนคนดูกระตือรือร้นไม่มากพอ ฉันเลยไม่รู้ว่าจะตัดสินหนังตัวเองยังไง แต่การได้เห็นคนแต่งตัวเป็นสาวมหัศจรรย์ในโถงของโรงมันน่าทึ่งมากๆ”
เป็นเรื่องยุติธรรมดี หากจะบอกว่ามีอะไรมากมายที่ต้องพึ่งพาหนัง Wonder Woman สำหรับวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ที่เป็นคนจัดการดัดแปลงการ์ตูนของดีซีเป็นหนัง และเจอกับคำวิจารณ์กับรายได้ที่ติดๆ ขัดๆ มาตลอด ส่วนเจนกินส์ นี่คือการกลับมาทำหนังเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ Monster เมื่อปี 2003 แถมเจอกับประสบการณ์เลวร้าย ราวก็ถูกทำแท้งจาก Thor: The Dark World หนังของมาร์เวล และสำหรับผู้หญิงทั่วโลก บทเจ้าหญิงอะเมซอนของกอล กาด็อทคือสัญลักษณ์ของการต่อสู้ดิ้นรนมายาวนานเพื่อความเท่าเทียมกันทางเพศ ที่ไม่มีอะไรใหญ่กว่านี้แล้ว “ฉันรู้สึกถึงแรงกดดันในการทำหนัง Wonder Woman เรื่องแรก รวมไปถึงสิ่งต่างๆ ที่ตกทอดกันมา แต่ฉันต้องพยายามทำมันออกมาให้ได้” เจนกินส์ยอมรับ “ไม่ใช่ว่า การคิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้หญิง ช่วยให้คุณทำหนังออกมาได้ดีขึ้น แต่ฉันไม่อยากทำให้มันออกมาเบาโหวงและวุ่นวาย ในแบบที่สร้างความเจ็บปวดให้กับสาวๆ”
เมื่อหนังออกฉายในเดือนมิถุนายน มันก็กลายเป็นหนึ่งในความสำเร็จของปี ด้วยรายได้ 821 ล้านเหรียญทั่วโลก กลายเป็นหนังซูเปอร์ฮีโรตอนกำเนิดทำเงินสูงสุดตลอดกาล แถมยังเป็นหนังเรื่องแรกในจักรวาลที่แผ่ออกไปของดีซี ที่ได้รับคำชื่นชมจากนักวิจารณ์อย่างเป็นเอกฉันท์ โดยไม่ต้องไปอ้างถึงการที่ใครต่อใครออกมาพูดกับเธอว่า หนังเรื่องนี้ของเธอมีความหมายกับพวกเขามากมายขนาดไหน “เมื่อนึกถึง ตอนนี้ฉันแทบอยากจะร่ำไห้ พอๆ กับรู้สึกซาบซึ้งกับความรู้สึกดีๆ ที่มันได้รับ”
สำหรับเจนกินส์ มันยังย้ำเตือนถึงสิ่งไม่เหมือนกันเลยที่เกิดขึ้น การไม่ได้กำกับ Thor: The Dark World ด้วยเหตุผลเก่าๆ เดิมๆ ความแตกต่างทางความคิดสร้างสรรค์ ที่กลายเป็นเรื่องเป็นราวสำหรับทุกๆ คน รวมไปถึง มาร์เวล, วอร์เนอร์, ไทกา ไวติีติ ซึ่งอาจจะไม่ได้กำกับ Thor: Ragnarok และแน่นอนตัวเธอเอง “มันเป็นการยืนยันว่า หนังเรื่องนั้นไม่เหมาะกับฉัน แต่หนังเรื่องนี้ใช่” เธอกล่าว “หนังเรื่องนี้มันยิ่งกว่าเหมาะเจาะซะอีก”
หลังเวลาผ่านไปจะครบปี เป็นผู้กำกับบางคนคงได้รับการให้อภัย จากการแว่บไปพักร้อนทันที แต่ไม่ใช่เจนกินส์ เธอเดินหน้าทำงานต่อด้วยการกลับมาทำงานกับไพน์ “ถ้าทำได้ ฉันอยากทำงานกับคริส ไพน์ และกอล กาด็อทในหนังทุกเรื่อง” ในหนังโทรทัศน์ One Day She’ll Darken และเซ็นสัญญามูลค่ามหาศาลเพื่อกลับมาทำ Wonder Woman 2 ที่มีกำหนดฉายในปี 2019 “มันไม่ใช่สิ่งที่คุณคาดหวังว่าปีสำคัญจะเป็น” เธอหัวเราะ “เราไม่ได้ยืนแปะมือไฮไฟว์กัน แต่เราดิ่งไปทำ Wonder Woman 2 กันเลย”
แต่จะว่าไป จริงๆ แล้วก็มีช่วงพักให้เจนกินส์หายใจหายคอสัก 2-3 สัปดาห์ และเธอเลือกไปที่ไหนล่ะ? “ฉันหนีไปฮาวาย” เธอตอบ ก็คล้ายๆ กับจอร์จและสตีเวน ซึ่งเวลาจะเป็นตัวบอกว่า เธอจะกลับมาพร้อมกับ Indiana Jones ของเธอหรือเปล่า หลังจากมีปีดีๆ อย่างที่เห็นกัน ที่แน่ๆ คริส ไพน์น่าจะเคลียร์คิวการทำงานของตัวเองเอาไว้ก่อน น่าจะดีกว่า
(ยังมีต่อที่นี่ > http://bit.ly/2ENePmU)
จากเรื่อง มองย้อนหลังวงการภาพยนตร์ปี 2017 โดย ฉัตรเกล้า นิตยสารเอนเตอร์เทนฉบับที่ 1248 ปักษ์หลังมกราคม 2561















