ตามตำนาน ฉายา “Slowhand” หรือ “มือช้า” เป็นฉายาประจำตัวของเอริก แคล็พทันมาตั้งแต่สมัยยังเป็นสมาชิกวง The Yardbirds ซึ่งหากสืบเสาะต่อว่า มีที่มาจากไหน ก็ต้องเจอคำตอบหลากหลายแนวทาง
คริส เดรจา มือกีตาร์ริธึมของเดอะ ยาร์ดเบิร์ดส์บอกว่า เกิดจากตอนที่สายกีตาร์ของแคล็พทันขาดกลางคอนเสิร์ต ทำให้เขาต้องเปลี่ยนสายกลางเวที คนดูที่ยืนรออยู่เลยปรบมือเป็นจังหวะช้า ๆ ที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า “slow handclap” ซึ่งคนอังกฤษพูดกันเป็นวลีว่า “to be given the slowhand”
ขณะที่เจ้าตัวเองก็ใช่ว่าจะอยู่กับร่องกับรอย เพราะในช่วงกลางยุค 80 แคล็พทันเล่าในหนังสืออัตชีวประวัติที่เรย์ โคลแมนเขียนไว้ว่า “ฉายาของผมมาจากการใช้คำแบบสองนัยยะของจิออร์จิโอ โกเมลสกี เขาพูดว่าผมเป็นคนเล่นกีตาร์ที่เร็ว แต่มือดูเหมือนช้า เลยรวบวลีว่า ‘slow handclap’ มารวมกันเป็น ‘Slowhand’”
แต่ในปี 1999 แคล็พทันที่ไปแช็ตออนไลน์ กลับบอกว่า “ผมคิดว่ามันอาจจะมาจากการเล่นกับคำว่า Clap ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชื่อผม ในอังกฤษ ในการแข่งขันกีฬา ถ้าผู้ชมเริ่มกระวนกระวาย พวกเราจะเริ่มปรบมือช้า ๆ เพื่อแทนความเหนื่อยหน่าย และความไม่ได้ดังใจ แต่นั่นไม่ใช่ความคิดของผม เป็นความเห็นของคนอื่น”
ส่วนในหนังสือ ‘In Clapton’ ที่ออกในปี 2007 เอริกบอกว่า “ผมเป็นคนใช้สายกีตาร์สายหนึ่งที่เล็กมากๆ ทำให้โน้ตเพี้ยนง่าย และระหว่างที่ผมหยุดเปลี่ยนสาย คนดูที่กำลังสนุกกันก็มักจะปรบมือช้าๆ ทำให้จิออร์จิโอเอามาใช้เป็นฉายาของผมว่า ‘Slowhand Clapton'”
แต่ถ้าหากถามถึง ‘Slowhand’ ที่เป็นชื่ออัลบัมนั้น มีความหมายเดียวในโลกของดนตรี นั่นคือชื่ออัลบัมชุดแรกของเอริก แคล็พทัน ที่ขายได้ในระดับคว้ารางวัลแผ่นเสียงทองคำขาว ที่มีเพลงฮิตอย่าง “Cocaine”, “Lay Down Sally”, เพลงหวาน ๆ “Wonderful Tonight” และงานคัฟเวอร์สุดเซอร์ไพรส์ “May You Never”
งานชุดนี้เป็นอัลบัมของแคล็พทันชุดที่ห้าที่ออกต่อจาก ‘No Reason to Cry’ ที่เป็นงานรวมดาว มีแขกรับเชิญอย่าง บ็อบ ดีแลน, รอน วู้ด (The Faces, The Rolling Stones) และสามสมาชิกของ The Band – ริค ดราโก/ ริชาร์ด มานูเอล และ ร็อบบี โรเบิร์ตสัน แต่ก็ไปได้ไม่สวยนักในเรื่องยอดขาย
ใน ‘Slowhand’ แคล็พทันกลับมาใช้วงของตัวเองเต็มร้อย และผลลัพธ์ที่ได้ก็แตกต่าง ขณะที่ ‘No Reason to Cry’ ยากจะหาความลงตัว ‘Slowhand’ กลับพบจุดลงตัวของงานกันตั้งแต่เพลงแรก “Cocaine” ซึ่งเป็นเพลงร็อก ผสมบลูส์จัดจ้าน สนุก ๆ ฟังผ่อนคลาย เป็นความลงตัวที่สัมผัสได้จากทุกเพลง และจากภาพรวมของอัลบัม ไม่ว่าจะเป็นงานที่เป็นบลูส์ตามแบบฉบับ “Mean Old Frisco”, คันทรีใน “Lay Down Sally”, ร็อกจาก “Cocaine” และ “The Core” แล้วก็ป็อปที่หวานละเอียดของ “Wonderful Tonight”
ตัวอัลบัมไม่ใช่งานที่ฟังแล้วหลุดโลก เพราะวงเป็นคนที่จัดการกับวัตถุดิบทุกอย่าง เนื้องานให้ความรู้สึกสบาย ๆ แม้แคล็พทันและลูกทีมจะไม่ใช่วงที่ดูมีสีสัน จัดจ้าน แต่การทำงานก็ออกมาเนี้ยบ และมีความมั่นใจ
และความมั่นใจที่มี กับสุนทรียภาพในงาน ก็ทำให้งานชุดนี้เป็นหนึ่งในงานที่ดีที่สุดของเอริค แคล็พทัน หรืออาจจะดีที่สุดก็ว่าได้
แคล็พทัน เลือกเปิดอัลบัมด้วย “Cocaine” เพลงของเจเจ เคล ที่เขาเคยหยิบ “After Midnight” มาคัฟเวอร์แล้วก่อนหน้านี้ และกับเพลงนี้ที่มาพร้อมจังหวะจะโคนที่ฟังดูหนืด ๆ แต่ก็มีเสน่ห์อย่างมหากาฬด้วยเมโลดี และเนื้อร้องที่เอาตาย นี่คือเพลงที่กร้าว และร็อกที่สุดของ ‘Slowhand’ แต่กับกลายเป็นเพลงฮิตตามสถานีวิทยุ ขณะที่ “Lay Down Sally” ที่เป็นการร้องคู่คลอไล่กันในสไตล์การร้องแบบคันทรี คือเพลงที่เป็นตัวกำหนดโทนของอัลบัม กับลีลาแบบฟังกี้ ที่มีความเป็นบูกี้ในตัว ท่วงทำนองที่สวยงาม จากเสียงกีตาร์สตราโตคาสเตอร์ของแคลปตันที่เล่นสำเนียงลูกทุ่งได้อย่างสดใส
ส่วน “We’re All the Way” เพลงหวาน ๆ เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกของดอน วิลเลียมส์ ก็กลายมาเป็นเพลงที่แคล็พทันได้โชว์เสียงร้องนุ่ม ๆ แลกกับเสียงของมาร์ซี เลวีได้อย่างไพเราะเพราะพริ้งโดยมีเสียงกีตาร์นวลละเมียดเล่นคลอเป็นแบ็กกราวนด์
นั่นคือส่วนหนึ่งของ 9 เพลงจาก ‘Slowhand’ ที่ได้รับการยกย่องมาจนถึงยุคนี้
ไม่ใช่เป็นเพียงแค่อัลบัมที่ประสบความสำเร็จระดับแผ่นทองคำขาวชุดแรกของแคล็พทัน แต่ ‘Slowhand’ ยังเป็นงานที่สร้างนิยามใหม่ให้กับเจ้าตัว ที่โชว์มาดนิ่ง ๆ กับดนตรีเท่ ๆ ที่มีความเร่าร้อนแฝงอยู่ในความผ่อนคลาย ที่ผสมผสานบลูส์กับร็อก ที่มีความเป็นพอป เข้ากับงานดนตรีแขนงอื่น ๆ อย่างคันทรี ได้อย่างลงตัว
ด้วยอายุเพลงที่อยู่ยั้งยืนยง ทำให้ ‘Slowhand’ เป็นอัลบัมอีกชุดหนึ่งที่ทำออกมาจำหน่ายใหม่หลายต่อหลายครั้ง และเมื่อคราวที่อัลบัมชุดนี้อายุครบ 35 ปี ก็มีการทำอัลบัมออกมาสองเวอร์ชันด้วยกัน
สำหรับบ้านเราเวอร์ชันที่หาง่ายที่สุดก็คงไม่พ้น ‘Slowhand: The 35th Anniversary Deluxe Edition’ ซึ่งทำออกมาเป็นซีดีแผ่นคู่ในแพ็คเกจแบบดิจิแพ็ก มีบุกเล็ตหนา 16 หน้าลงรายละเอียดของเพลงและนักดนตรีที่ร่วมทำงาน และบทความพูดถึงความเป็นมาของอัลบัม โดย เดวิด เฮพเวิร์ธ นักข่าวดนตรีของอังกฤษ ที่เคยทำงานให้กับนิตยสารดนตรีอย่าง เอ็นเอ็มอี และสถานีวิทยุบีบีซีมาแล้ว ซึ่งเป็นบทความที่เขียนเมื่อเดือนสิงหาคม 2012
สำหรับตัวซีดี แผ่นแรกเป็นงานต้นฉบับ ที่ผ่านการรีมาสเตอร์แล้วเรียบร้อย รวม 9 เพลง บวกกับเพลงโบนัส ที่ป็นงานเอาต์เทกอีก 4 เพลงได้แก่ “Alberta” และเพลงที่ไม่เคยวางจำหน่ายมาก่อน “Looking at the Rain” รวมถึง “Greyhound Bus” และ “Stars, Strays and Ashtrays”
แผ่นที่ 2 จะเป็นบันทึกการแสดงสดของแคล็พทันที่แฮมเมอร์สมิธ โอเดียน กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 27 เมษายน 1977 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่อัลบัมนี้จะออกวางจำหน่าย มีเพลงในแบบแสดงสดให้ฟังกันถึง 9 เพลง ได้แก่ “Tell the Truth”, “Knocking on Heaven’s Door”, “Stormy Monday”, “Can’t Find My Way Home”, “Layla”, “I Shot the Sheriff” รวมถึง “Steady Rolling Man” และ “Badge”
นอกจากนี้ยังมีอัลบัมแบบ Super Deluxe ซึ่งจะมีซีดีทั้งหมด 3 แผ่น คือ อัลบัมต้นฉบับที่รีมาสเตอร์แล้วบวกกับเพลงเอาต์เทก, ซีดี บันทึกการแสดงสด 2 แผ่น จากแฮมเมอร์สมิธ โอเดียน กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 27 เมษายน 1977 รวม 14 เพลง, ดีวีดี-ออดิโอ อัลบัมที่ฟังได้ทั้งแบบสเตอรีโอ และ 5.1 ปิดท้ายด้วยงานอัลบัมต้นฉบับในแบบไวนีล
แล้วก็ยังมีโปรแกรมทัวร์ ที่ทำขึ้นมาใหม่เลียนแบบของเก่า กับหนังสือ Behind-the-Scenes Look at the Recording อีกด้วย
ตลอดระยะเวลาการทำงานเกือบ ๆ ครึ่งศตวรรษ เอริก แคล็พทันได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นศิลปินที่เต็มไปด้วยความหลากหลายในตัว จากมือกีตาร์ที่มากไปด้วยฝีมือ มาสู่การเป็นนักแต่งเพลงที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกในงาน รวมไปถึงการเป็นนักร้อง นักดนตรีที่เชี่ยวชาญในการตีความเพลง ที่ไม่จำกัดแนวทาง จะ บลูส์, แจซ, ร็อก. หรือคันทรี เอริก แคล็พทันก็ทำได้อย่างเยี่ยมยอด อัลบัมของแคล็พทันหลายต่อหลายชุดกลายเป็นที่นิยม เป็นกระแสของดนตรี ซึ่งเขาก็ทำได้ดีไม่ว่าจะเป็นในสไตล์ไหน เรื่องราวแบบใด แต่มีอัลบัมไม่กี่ชุดของแคล็พทัน ที่จะให้ความรู้สึกในแบบเดียวกับที่ ‘Slowhand’ ทำได้
โดยที่ไม่ต้องไปถามหาคำตอบถึงที่มา เพื่อที่จะได้มาเป็นคำตอบที่ไม่ชัดเจน เพราะนี่คืออัลบั้มที่คนทั้งโลกยกย่อง และยังคงมีลมหายใจแข็งแรงผ่านกาลเวลามากว่า 3 ทศวรรษ นี่คือตำนาน ที่ไม่จำเป็นต้องเสาะหาที่มากันแต่อย่างได
จากเรื่อง ‘SLOWHAND’ เชื่องช้า มั่นคง และลงตัว คอลัมน์ อัลบัมคลาสสิค โดย ลุงทอย นิตยสาร Hip
เป็นกำลังใจให้เราด้วยการสนับสนุนได้ที่ที่บัญชีธนาคารกสิกรไทย หมายเลข 100-2-10283-4 แล้วส่งสลิปการโอนมาที่กล่องข้อความของเพจ sadaos หรือที่อีเมล shopsadaos@gmail.com เพื่อรับของขวัญแทนคำขอบคุณ
ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่
















