กับเรื่องราวของลูกสาวตัวน้อยแสนบริสุทธิ์ที่สื่อสารกับวิญญาณได้ผ่านโทรทัศน์ สนามหญ้าหลังบ้ากลายเป็นสระโคลนของพวกโครงกระดูก และปีศาจร้ายสิงสู่อยู่ในตู้เสื้อผ้าของเด็กๆ โดยมีสตีเวน สปีลเบิร์กเป็นผู้อำนวยการสร้าง นี่คือสูตรสำเร็จของหนังสยองระดับบล็อคบัสเตอร์ชัดๆ และพอออกฉาย หนังก็ประสบความสำเร็จตามคาด แถมถูกยกให้เป็นงานหนังสยองขวัญอเมริกันยุคใหม่ระดับมาสเตอร์พีซ
แม้จะประสบความสำเร็จ มีภาคต่อตามมาอีก 2 ภาค แถมยังมีซีรีส์ Poltergeist: the Legacy ให้ชมกันอีก 2 ฤดูฉาย แต่เรื่องราวของหนัง Poltergeist ก็ไม่ได้มีแต่ความสุข ที่ยิ่งไปกว่านั้น กลับเต็มไปด้วยความพรั่นพรึงไม่ต่างไปจากเรื่องราวที่หนังนำเสนอ จนลือกันว่านี่คือหนังที่ถูกสาป
โดยเชื้อเพลิงชั้นดีของเรื่องนี้ คงไม่พ้นเรื่องการเสียชีวิตของนักแสดงถึง 4 คน ที่มีทั้งเสียชีวิตระหว่างถ่ายทำ และหลังจากถ่ายทำเสร็จแล้ว โดยสองจากสี่จากไปอย่างน่าเศร้าและเป็นปริศนา ที่นำไปสู่การคาดการณ์ถึงสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น
แครอล แอนน์ ฟรีลิง ลูกสาวคนเล็กของครอบครัวในเรื่อง ตัวละครสำคัญของหนัง ซึ่งรับบทโดยฮีเธอร์ โอรูร์ค อายุแค่ 6 ขวบตอนที่ภาคแรกออกฉาย และเธอก็ได้ใจคนดูไปเต็มๆ จากท่าทางที่เหมือนตุ๊กตาผมบลอนด์ ตาโต ตัวน้อยๆ แต่ก็เกิดเรื่องน่าเศร้ากับเธอ เมื่อฮีเธอร์ได้รับการวินิจฉัยโรคผิดพลาดว่าเป็นโรคทางเดินอาหารอักเสบในปี 1987 ปีต่อมาเธอป่วยอีกครั้ง จากอาการที่ปรากฎดูเหมือนว่าเธอจะเป็นไข้หวัด อีกหนึ่งวันต่อมา เธอล้มลงและหัวใจเกิดหยุดเต้นฉับพลัน หลังถูกส่งตัวโดยเครื่องบินไปที่โรงพยาบาลเด็กในซาน ดีเอโก โอรูร์คก็เสียชีวิตขณะเข้ารับการผ่าตัดการอุดตันของลำไส้ ซึ่งในเวลาต่อมามีความเชื่อว่า เธอน่าจะป่วยจากความผิดปกติของลำไส้มาตั้งแต่เกิด
โดมินิค ดันน์ ที่เล่นเป็นพี่สาวคนโตของบ้านฟรีลิง – ดานา ในภาคแรก ก็เป็นอีกคนที่เจอเหตุการณ์น่าเศร้า และไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
ในปี 1982 ดันน์แยกทางกับแฟนหนุ่ม จอห์น สวีนีย์ และในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน เขามาหาเธอที่บ้าน อ้อนวอนขอโอกาสกลับมา แต่ดันน์ปฏิเสธ สวีนีย์คว้าคอเธอกระชากจนเธอหมดสติ แล้วก็ปล่อยให้เสียชีวิตในบ้านที่ฮอลลีวูด
หลังจากนั้นเขาก็ถูกศาลตัดสินจำคุก 6 ปีครึ่ง แต่ถูกขังเพียงแค่ 3 ปี 7 เดือนก็ถูกปล่อยออกมา
ยังมีนักแสดงอีก 2 รายที่จากไป จูเลียน เบ็ค ที่รับบทเป็นนักเทศน์ปีศาจ – เคน จากหนังภาค 2 เสียชีวิตในแบบที่ไม่เหนือความคาดคิด แต่ไม่ใช่เรื่องลึกลับอะไร
ในปี 1983 เบ็คถูกพบว่าป่วยเป็นมะเร็งในกระเพาะ ซึ่งคร่าชีวิตเขาไปไม่นานหลังเสร็จสิ้นการถ่ายทำ
แต่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าเศร้าเรื่องเดียวที่เกิดขึ้นกับหนังภาคนี้
วิลล์ แซมป์สัน ที่เล่นเป็นเทย์เลอร์ พ่อหมอชนพื้นเมืองอเมริกัน ก็เสียชีวิตหลังเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายหัวใจ ซึ่งโอกาสรอดนั้นมีน้อยนิดอยู่แล้ว
นอกจากนี้ โจเบ็ธ วิลเลียมส์ เจ้าของบท ไดแอน ฟรีลิง แม่ของเด็กๆ ในเรื่องก็เล่าว่า สตีเวน สปีลเบิร์กยืนยันว่า จะใช้โครงกระดูกของคนจริงๆ มาเข้าฉาก เพื่อเซฟเงิน
เนื่องจากโครงกระดูกพลาสติคมีราคาแพงกว่า แต่เมื่อมีการถ่ายทำจริงๆ ก็ไม่มีใครบอกได้ว่าโครงกระดูกในฉากเป็นของจริงหรือปลอม แต่ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ถูกเล่ากันมาจนถึงทุกวันนี้
แล้วเพื่อสร้างความน่าหวาดกลัวให้เกิดกับนักแสดงที่เข้าฉากมากที่สุด วิลล์ แซมป์สัน ที่จากไปด้วยสาเหตุที่ว่าไว้ก่อนหน้า ซึ่งในชีวิตจริงเป็นเภสัชกร แสร้งทำเป็นเหมือนถูกผีเข้าขึ้นมาหลังการถ่ายทำในคืนหนึ่งจบลง ซึ่งน่าจะพอบอกได้ว่า ทำให้เพื่อนนักแสดงในเรื่องรู้สึกยังไง
แต่ไม่ว่าหนังเรื่องนี้จะต้องคำสาปจริงหรือไม่ Poltergeist ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในหนังสยองอเมริกันยุคใหม่ชุดสำคัญ
ที่สร้างความพรั่นพรึงมาได้จนถึงทุกวันนี้
จากเรื่อง คำสาปสยองของหนัง Poltergeist Curse โดย ฉัตรเกล้า นิตยสารเอนเตอร์เทน 1188 ปักษ์หลัง กรกฎาคม 2558
สามารถกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่















