FEATURESMusic Features

There will be an answer, Let it be คำถามในชีวิตและคำตอบในความฝัน

จากเรื่อง There will be an answer, Let it be คำถามในชีวิตและคำตอบในความฝัน คอลัมน์ The Miracle Songs (เพลงปาฏิหาริย์) โดย  เผ่าจ้าว กำลังใจดี

ยังไม่เคยนับว่าโลกใบนี้มีเพลงทั้งหมดอยู่กี่เพลง บางทีถ้ามีคนอุตรินับอาจพบว่ามันมีจำนวนมากกว่าประชากรโลกหรืออาจมากกว่าแสนล้านเพลง เป็นเรื่องที่น่าตกใจไม่น้อย ทั้งที่เราก็มีหูอยู่แค่สองหูเท่านั้นแต่ด้วยหูคู่นี้เราสามารถฟังเพลงแบบไม่ซ้ำกันได้จนตาย บางทีตายแล้วกลับมาเกิดอีกสักสองชาติก็อาจจะยังฟังเพลงไม่หมดโลก บางทีนี่อาจเป็นเรื่องมหัศจรรย์ของโลกใบนี้ที่สร้างให้มนุษย์มีสุนทรียศิลป์พอจะทำให้เรารู้จักแต่งเพลงและฟังเพลง

the beatles 1969แต่ด้วยจำนวนมากเท่ามากของเพลงบนโลกนี้ ไม่ว่ามันจะมีจำนวนถ้วนๆ เท่าไหร่ ก็ไม่ใช่ว่าเพลงทุกเพลงจะได้รับการยอมรับ ได้รับความชื่นชม หรือแม้แต่สร้างอิทธิพลพอที่จะปลุกให้คนลุกขึ้นมาขยับโลกใบนี้หรือแม้แต่ใช้เป็นเครื่องมือในการปลอบประโลมตัวเองให้หายใจต่อไป มีเพลงที่สร้างปาฏิหาริย์แบบนี้ได้ไม่กี่เพลง เพลงที่เปลี่ยนแปลงโลก เพลงที่คนใช้เพื่อเยียวยาบรรเทาตัวเอง เพลงที่จุดประกายให้คนทำในสิ่งที่โลกตะลึง เพลงที่ร้อยรัดมวลชนมหาศาลไว้ด้วยกันเพื่อทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ บทความชิ้นนี้ (และชิ้นต่อๆ ไป) จะว่าด้วยบทเพลงเหล่านั้น และเราเรียกมันว่าเพลงปาฏิหาริย์

การสร้างเพลงปาฏิหาริย์เป็นคุณสมบัติที่ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่พึงมี เมื่อพูดถึงศิลปินหรือวงดนตรีที่ยิ่งใหญ่คงไม่มีใครปฏิเสธว่าชื่อแรกที่ควรนึกถึงคือ The Beatles วงดนตรีแห่งเมืองลิเวอร์พูลจากประเทศอังกฤษ วงเดียวกับที่พ่อแม่ลุงป้าน้าอาชอบเรียกว่า ‘สี่เต่าทอง’ นั่นแหละ

The Beatles เป็นวงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ ไม่สิ เราควรพูดว่าพวกเขาเป็นวงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกต่างหาก นับจนวันนี้ (อาจรวมไปถึงวันหน้า) ยังไม่มีวงดนตรีวงไหนประสบความสำเร็จทางกว้าง (ยอดขาย) และทางลึก (ความสร้างสรรค์และคุณค่าทางสุนทรียศิลป์) ได้มากไปกว่าวงดนตรีของ จอห์น เลนนอน, พอล แมคคาร์ทนี่ย์, จอร์จ แฮริสัน และริงโก สตาร์ อีกแล้ว

สิ่งที่ทำให้ The Beatles ยิ่งใหญ่และครองใจนักฟังเพลงทุกยุคทุกสมัยตั้งแต่รุ่นที่ฟังจากแผ่นเสียง ฟังจากคาสเสตต์เทป ฟังจากแผ่นซีดี มาจนถึงดาวน์โหลด (ถูกกฎหมาย- ได้โปรด) มาฟังในไอพอด ก็คือพวกเขาไม่ได้มีเพลงปาฏิหาริย์ที่ว่านี้แค่เพลงสองเพลง แต่พวกเขามีเพลงแบบที่ว่านี้อยู่เต็มไปหมดตลอดอาชีพการงานในฐานะวงดนตรีของพวกเขา เผลอๆ อาจนำรวมเป็นอัลบั้มรวมฮิตได้สาม-สี่ชุด!

การเลือกเพลงปาฏิหาริย์ของสี่เต่าทอง (อยากเรียกแบบที่พ่อชอบเรียกบ้าง) เพียงแค่เพลงเดียวเป็นเรื่องยาก แต่ความยากนี้ก็ท้าทายเราไม่ใช่น้อย

01 Let It Be copyที่สุดแล้วเราเลือกเพลง ‘Let It Be’ ไตเติ้ลแทร็คจากอัลบั้มชื่อเดียวกันและเป็นอัลบั้มอย่างเป็นทางการชุดสุดท้ายของวงในปี 1970

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายแบบที่ทำให้โลกเปลี่ยนโฉมหน้าไปไม่เหมือนเดิมอีกเลย ในต้นทศวรรษที่ 60 The Beatlesทรานสฟอร์มตัวเองจากวงดนตรีบับเบิลกัมป๊อบร็อคซึ่งรับอิทธิพลข้ามฟากมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือมาจากศิลปินร็อคแอนด์โรลยุค 50 อย่างบัดดี ฮอลลี มาสู่การเป็นวงดนตรีร็อค ไซคีเดลิกท่ามกลางบรรยากาศอบอวลของบุปผาชนและกลิ่นอายสันติภาพที่มีกลิ่นคล้ายหญ้าบางชนิดไหม้ ระหว่างนั้นความสำเร็จถั่งโถมเข้าสู่พวกเขาเป็นซีรี่ส์ ปรากฏการณ์แล้วปรากฏการณ์เล่าถูกจดจารจากนักบันทึกประวัติศาสตร์เพลง ไม่แปลกที่จอห์น เลนนอน ถึงกับประกาศว่าพวกเขายิ่งใหญ่กว่าพระเจ้า

ท่ามกลางความสำเร็จมากมายก่ายกองนั้น ใช่ว่าเส้นทางของพวกเขาจะราบรื่นราวกับพื้นปูนเปลือยขัดมันจากฝีมือช่างสวีเดน ตรงกันข้าม The Beatles เผชิญปัญหามากมายไม่แพ้กัน ทั้งปัญหาความแตกร้าวภายในวงที่จอห์น เลนนอนเป็นผู้นำมันมาในรูปแบบของสตรีญี่ปุ่นนามโยโกะ โอโน่ ทั้งปัญหาเชิงอัตตาของจอห์น เลนนอนและพอล แมคคาร์ทนี่ย์ ในฐานะนักแต่งเพลงหลักของวง และปัญหาส่วนตัวของแต่ละคนอีกมาก

พอล แมคคาร์ทนี่ย์เองก็อาจจะเป็นหนึ่งในคนที่มีปัญหาเหล่านั้น เขาพบว่าโลกใบนี้มีคำถามมากมายที่ยังไม่มีใครตอบ ทำไมมนุษย์จึงเกลียดชังกัน ทำไมจึงต้องมีสงคราม ทำไมความทุกข์เศร้าจึงไม่จางหายไป ทำไมความสุขไม่ยั่งยืน ทำไมความสำเร็จไม่นำชีวิตอันสุขสงบมาให้ ทำไมเพื่อนจึงเปลี่ยนไป ทำไมและทำไมฯลฯ

01 mary mccartney copyคืนหนึ่ง ในความฝันพอลเห็น แมรี่-แม่ของเขาที่จากไปด้วยโรคมะเร็งตั้งแต่เขาอายุได้สิบสี่ปี เดินเข้ามาโอบกอดเขาและบอกกับเขาด้วยถ้อยคำสำคัญว่า “มันจะไม่เป็นไรหรอก ปล่อยให้มันเป็นไปเถอะนะ”

“เป็นเรื่องที่ดีมากที่ผมได้พบท่านอีก ผมรู้สึกปลาบปลื้มที่ฝันแบบนั้น มันทำให้ผมเกิดความคิดที่จะเขียนเพลง Let It Be” แมคคาร์ทนี่ย์กล่าวในการให้สัมภาษณ์หลังจากนั้น

ด้วยเหตุนี้เองที่เนื้อเพลงของ Let It Be พอล ตั้งใจขึ้นต้นเพลงของเขาว่า ‘When I find myself in times of trouble, Mother Mary comes to me Speaking words of wisdom, let it be’ ราวกับว่าพอล จงใจให้เพลงนี้เป็นอนุทินส่วนตัวที่เขาใช้สื่อสารกับแม่ของเขาในยามที่พบว่าชีวิตเต็มไปด้วยปัญหาและอุปสรรคท่ามกลางการตีความอย่างสนุกสนานของแฟนเพลงว่า ‘คุณแม่แมรี่’ ในเพลงนี้จะเป็นใครหรือมีนัยยะอะไรได้อีกหลังจากนั้น

‘Let It Be’ ได้รับการบันทึกเสียงครั้งแรกสามวันให้หลังวันขึ้นปีใหม่ปี 1969 ที่ทวิคเกนแนม สตูดิโอ ซึ่งพวกเขาใช้ถ่ายทำหนังสารคดีเรื่อง “Let It Be’ พอลร้องและเล่นเปียโน แล้วอัดด้วยเครื่องเล่นเทปโมโน ก่อนที่ห้าวันหลังจากนั้นพวกเขาจะเริ่มทำงานเพลงนี้กันและจนมาสิ้นสุดพร้อมบันทึกเสียงในวันที่ 23 มกราคม ที่แอปเปิ้ล สตูดิโอของพวกเขาเอง และทำมาสเตอร์ในวันที่ 31 มกราคม

‘Let It Be’ วางจำหน่ายในรูปแบบซิงเกิ้ลในวันที่ 6 มีนาคม ในปีนั้น จอร์จ มาร์ติน โปรดิวเซอร์คู่บุญที่ปลุกปั้นพวกเขาจนโด่งดังมีชื่อในฐานะผู้ควบคุมการผลิต จอร์จ เป็นคนแนะนำให้ใส่เครื่องออร์เคสตราและมีเสียงร้องประสานอยู่เบื้องหลัง เจ้าของเสียงร้องประสานก็ไม่ใช่ใครอื่น เธอคือลินดา แมคคาร์ทนี่ย์ ภรรยาของพอลนั่นเอง

01 Let_It_Be_Apple_Single copyซิงเกิ้ล ‘Let It Be’ ประสบความสำเร็จมหาศาลและอย่างถล่มทลายอีกครั้ง มันเป็นซิงเกิ้ลอันดับหนึ่งในอเมริกา, เยอรมัน, อิตาลี นอร์เวย์ และออสเตรเลีย และได้อันดับสองในอังกฤษบ้านเกิด ที่สำคัญมันกลายเป็นชื่ออัลบั้มชุดสุดท้ายของวง เพราะหลังจากนั้น คำตอบในความฝันของพอล แมคคาร์ทนี่ย์ ก็บอกให้เขาตัดสินใจยุติบทบาทของตนในฐานะสมาชิก The Beatles พอลประกาศออกจากวงท่ามกลางข่าวซุบซิบว่าเขารับไม่ได้ที่จอห์น พาโยโกะ โอโน่ภรรยาใหม่มายุ่มย่ามในวงมากเกินไป และถือเป็นการปิดฉากวงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเพราะหลังจากนั้น The Beatles ที่ไม่มีพอล ก็ไม่เคยเกิดขึ้นจริง จอห์น, จอร์จ และริงโก แยกย้ายกันไปตามหนทางของตน

บางที ในระหว่างบรรยากาศแห่งการแยกย้ายนั้น คำของแมรี่อาจไม่ได้ดังก้องอยู่ในหัวของพอล แมคคาร์ทนี่ย์เพียงคนเดียว หากแต่วนเวียนอยู่ในหัวของทุกคนที่เกี่ยวข้องกับ The Beatles ไม่เว้นแม้แต่แฟนเพลง คำที่ว่า ‘There will be an answer, let it be’

หลังจากนั้น ‘Let It Be’ ก็กลายเป็นหนึ่งในคลาสสิคแทร็คของวงและของโลก มันได้รับการทำซ้ำและคัฟเวอร์นับครั้งไม่ถ้วน หนึ่งในการทำซ้ำครั้งสำคัญได้แก่ปี 2003 ที่ฟิล สเปคเตอร์ พ่อมดแห่งเสียงนำเพลงนี้และอัลบั้มนี้มาทำใหม่ในอัลบั้ม ‘Let It Be…Naked’ ซึ่งมีเสียงแว่วว่าพอล ไม่ชอบเวอร์ชั่นนี้นัก

แต่ไม่ว่าจะเวอร์ชั่นไหน หรือใครเป็นคนทำ ‘Let It Be’ ยังคงเป็นเพลงที่ทรงพลัง มากพอที่นิตยสาร Rolling Stone จะยกให้เพลงนี้ติดอันดับ 20 ใน 500 เพลงยอดเยี่ยมตลอดกาล จากการจัดอันดับในปี 2004

อาจเพราะท่วงทำนองที่เรียบง่ายแต่ไพเราะ อาจเพราะเนื้อหาที่เรียบง่ายและลึกซึ้ง หรืออาจเพราะมันเป็นเพลงที่ตอบคำถามทุกคำถามในชีวิต ทั้งหมดทำให้ ‘Let It Be’ กลายเป็นเพลงแห่งปาฏิหาริย์

ปาฏิหาริย์ที่เราได้รับรู้ว่า คำตอบสุดท้ายในทุกคำถามของโลกใบนี้ช่างเรียบง่าย
‘Let It Be’
ปล่อยให้มันเป็นไป

Let It Be
When I find myself in times of trouble
Mother Mary comes to me
Speaking words of wisdom, let it be.

And in my hour of darkness
She is standing right in front of me
Speaking words of wisdom, let it be.
Let it be, let it be. Whisper words of wisdom, let it be.

And when the broken hearted people
Living in the world agree,
There will be an answer, let it be.

For though they may be parted there is
Still a chance that they will see
There will be an answer, let it be.Let it be, let it be. Yeah
There will be an answer, let it be.

And when the night is cloudy,
There is still a light that shines on me,
Shine on until tomorrow, let it be.

I wake up to the sound of music
Mother Mary comes to me
Speaking words of wisdom, let it be.
Let it be, let it be. There will be an answer, let it be.
Let it be, let it be, Whisper words of wisdom, let it be.

What is your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0
Sadaos
พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

You may also like

More in:FEATURES

Comments are closed.