กว่าจะเป็นการผจญภัยในชีวิตของนาย วอลเตอร์ มิตตี

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

the-secret-life-of-walter-mitty-ben-stiller-behind-the-scenes-636-370ว่ากันว่า นี่คือหนังออสการ์ของเบน สติลเลอร์!!! หลังจากทำหนังเสียดสีวงการแฟชั่นที่ขำหลุดโลกอย่าง Zoolander และตามด้วยหนังฮา แสบๆ คันๆ อย่าง Tropic Thunder สติลเลอร์อาสาจับงานใหญ่ ที่ยกตัวเองไปอยู่ในอีกระดับของการทำงาน กับหนังเรื่องนี้ The Secret Life of Walter Mitty

หนึ่งปีก่อน ตอนที่เบน อัฟเฟล็ค ขึ้นไปรับรางวัลออสการ์สาขาหนังยอดเยี่ยมจาก Argo เขาเดินดุ่มๆ ขึ้นไปบนเวที แล้วก็พูดออกมาอย่างเร้าอารมณ์ ถึงองก์ที่สาม และโอกาศครั้งที่ 2 แล้วเขารู้สึกขอบคุณโลกภาพยนตร์ หรือโลกของคนใส่เสื้อทักซิโดในโลกภาพยนตร์ขนาดไหน ที่อย่างน้อยก็ให้เขาได้มีโอกาสรับรางวัลนี้

แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นเบน สติลเลอร์ละ และเป็นในปีนี้ ชัยชนะของเขาจะเป็นสัญลักษณ์ของหนังภาคต่อ ไม่ใช่องก์ที่สาม และแน่นอนนี่ไม่ใช่โอกาสหนที่ 2 ของเขา เพราะเขายังห่างจากครั้งแรกอีกไกลโข แต่ทั้งคู่มีจุดร่วมเหมือนกัน นั่นก็คือ เดินทางจากนักแสดงมาเป็นผู้กำกับ และมีเรื่องราวอื้อฉาวออกสื่อ เนื่องจากการทำอะไรสุดโต่งในชีวิตสมัยที่ยังเป็นนักแสดงรุ่นเล็กกว่านี้ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับแตกต่าง ราวกับเป็นขั้วตรงกันข้าม การถลำลึกไปกับเจนนิเฟอร์ โลเปซ และเล่นหนัง Gigli เกือบจะทำให้อาชีพของอัฟเฟล็คจมหายไปตลอดกาล แต่กับการเอาน้ำอสุจิมาแต่งผมของคาเมรอน ดิอาซ ในหนัง There’s Something about Mary กลับทำให้สติลเลอร์ดังทะลุฟ้า

[one_two][/one_two]

ที่น่าตลกก็คือ ปัญหาของสติลเลอร์ ทำให้เขามีชื่อเสียง ต่างไปจากอัฟเฟล็ค เรื่องราวของเขาไม่ใช่แค่ทำให้เขาต้องพยายามล้างตัว แต่ยังพาดิ่งไปสู่จุดต่ำสุด แล้วต้องหาทางปีนกลับชึ้นมาให้ได้ ขณะที่สติลเลอร์ยังคงอยู่ที่พื้นผิวด้านบน เป็นตัวทำเงินเกรด-เอ เป็นนักแสดงในฮอลลีวูดหนึ่งในไม่กี่คน ที่มีหนังภาคต่อทำเงินเป็นพันๆ ล้าน ถึง 3 เรื่องในมือ หนึ่งคือหนังที่ต้องโดนลิงจ๋อตบหน้า – The Night At the Museum หนึ่งคือหนังที่เขาต้องคอยเอาอกเอาใจครอบครัวภรรยา – Meet the Parents ทั้งหลาย และการเป็นสิงโตเจ้าป่า – Madagascar ทั้งหมดคือหนังที่สร้างความบันเทิงให้กับโลก แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวกำลังเบื่อกับความไร้สาระที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ประเคนมาให้เต็มที โดยไม่ต้องไปนึกถึงว่า สตูดิโอทั้งหลาย ‘จ่าย’ ให้สติลเลอร์เท่าไหร่ ไม่ต้องไปสนใจว่า ใครจะเป็นคนตัดสินใจว่า ถึงเวลาแล้วที่เขาต้องเลิกทำอะไรแบบนั้นซะที

“เอาละ… ถ้าคุณจะมองแบบนั้น มันก็ฟังดูเหมือนในหนัง Zoolander ยังไงๆ อยู่” สติลเลอร์ หัวเราะ “แต่อย่างแรก ผมรักในสิ่งที่ผมทำ และสอง ผมไม่รู้… ผมรู้สึกเหมือนว่า ไม่ว่าคุณจะไปอยู่ตรงไหนในชีวิตก็ตาม ประสบการณ์ในการดำรงชีวิต มันจะเข้ามามีส่วนในหนังที่คุณกำลังเล่น และผมไม่แน่ใจว่า ผมน่าจะสร้างหนังเรื่องนี้ก่อน ผมไม่เคยมั่นใจเลย แต่ผมรู้สึกว่าพร้อม”

secret-life-of-walter-mitty10

และ เรื่องราวของ The Secret Life of Walter Mitty ก็ไม่ใช่เรื่องของการล้างบาปไปซะทีเดียว แต่เป็นเรื่องของความทะเยอทะยาน เป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่ง ที่ฝันอยากเป็น อยากทำบางสิ่งที่แตกต่าง นี่คือหนังที่ Life of Pi, The Truman Show, Forrest Gump, It’s A Wonderful Life และ The Fisher King จะกลายเป็นผลงานที่ถูกยกขึ้นมาโดยนักแสดง หรือทีมงาน เมื่อถูกขอให้อธิบายถึงหนังเรื่องนี้ หนังแฟนตาซี-ผจญภัย ที่แสนงดงาม ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมทั้งครอบครัว ในฐานะงานชิ้นสำคัญประจำคริสต์มาสนี้ของ ทะเวนตี เซ็นจูรี ฟ็อกซ์

มีเรื่องชวนพิศวงเล็กๆ เมื่อผู้กำกับและนักแสดงนำของเรื่อง เบน สติลเลอร์ ตั้งใจจะทำให้ความคาดหวังลดน้อยลง ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่น่าตื่นตาอย่างที่สุดกลับห่อหุ้มรายรอบความคุ้นเคย “หนังพวกนั้นเป็นหนังใหญ่” สติลเลอร์ พูดถึงงานที่ว่ามาในตอนต้น “โทนของหนัง ผมมักจะอ้างถึงหนังเรื่อง Harold and Maude, Being There ของฮัล แอชบี แล้วก็หนังอย่าง Local Hero ซึ่งเป็นงานที่มีอารมณ์ ความรู้สึก แรงบันดาลใจอยู่ข้างใน หนังเรื่อง The Apartment ของจาคส์ ตาตี ที่การเล่าเรื่องด้วยภาพของหนังนั้น ดูอลังการมาก” สติลเลอร์ หยุดพูดไปชั่วขณะ บางทีอาจเป็นเพราะรู้สึกว่าเขากำลังทำให้ตัวเองดูแย่ลง เมื่อทำให้การคาดหวังมีมากขึ้น และผู้ชมก็อาจจะรู้สึกผิดหวังกับอะไรบางอย่างที่เป็นยิ่งกว่า หนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยสร้างกันมา “คุณดูหนังมากมายหลายเรื่อง แล้วก็เอาสิ่งที่คุณสามารถเก็บไว้ได้มา” สติลเลอร์ ยักไหล่ “หนังหลายๆ เรื่องมันมีความรู้สึกบางอย่าง และที่สุดแล้ว คุณก็ต้องบอกว่า ‘หนังเรื่องนี้กำลังจะเป็นตัวของตัวเอง”

the-secret-life-of-walter-mitty-1]2The Secret Life of Walter Mitty จะเล่าถึง นาย วอลเตอร์ มิตตี (ที่รับบทโดยตัวเขาเอง) ลูกจ้างจอมหงุดหงิดที่ถูกกดขี่ ให้ทำงานจมอยู่ที่โต๊ะภาพของนิตยสารไลฟ์ ซึ่งถูกบริหารจัดการโดย เท็ด (อดัม สก็อทท์) จอมสร้างปัญหาที่ถูกนำตัวมาดูแลบริษัท เพื่อทำการลดขนาดองค์กร นอกจากทำงานหัวปักหัวปำ วอลเตอร์ยังมีความฝันเพ้อๆ กับเพื่อนร่วมงานสาว เชอรีล (คริสเตน วิก) ซึ่งบ่อยครั้งที่เขาพาตัวเองไปอยู่ในฝันกลางวัน ที่หรูหราอลังการ เพื่อหลบหนีงานประจำที่น่าเบื่อ ซ้ำซาก, แม่ที่กำลังป่วย (รับบทโดย เชอร์ลีย์ แม็คเลน) และน้องสาวที่ทำตัวน่ารำคาญ (แคธรีน ฮาห์น)

แล้วจู่ๆ เขาก็ถูกสั่งให้ลุกจากโต๊ะทำงาน เพื่อเดินทางไปที่ไอซ์แลนด์ ตามหา ฌอน โอคอนเนลล์ (ฌอน เพนน์) ตากล้องในตำนานผู้ลึกลับของนิตยสาร ซึ่งการผจญภัยของเขาก็กลายเป็นจริงขึ้นมา

หลายๆ คนอาจจะคิด… แต่หนังเรื่องนี้ของสติลเลอร์ ไม่ใช่งานรีเมคแบบไม่ต้องคิดอะไรใหม่ของหนังเพลงในปี 1947 ที่แดนนี เคย์ และบอริส คาร์ลอฟฟ์ แสดงนำ และไม่ใช่การดัดแปลงแบบมาเป๊ะๆ จากเรื่องสั้นของเจมส์ ทูเบอร์ เมื่อปี 1939 สติลเลอร์เคยอ่านเรื่องสั้นที่ว่าในตอนยังเด็ก แต่เขาก็จำเนื้อหาได้แค่ว่า เป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งที่มี “จินตนาการเริ่ดๆ” ส่วนหนังเรื่องที่ว่า เขาก็เพิ่งเจอเมื่อ 8 ปีก่อน ตอนที่เขาส่งบทร่างของ “หนังที่เป็นยิ่งกว่างานแอ็คชัน ผจญภัย…” เรื่อง The Secret Life of Walter Mitty ไปตามสตูดิโอต่างๆ นักแสดง/ ผู้กำกับวัย 47 ปีรายนี้ รักและชื่นชมงานมิวสิคัล ที่มีตัวละครที่แสนมหัศจรรย์ อยู่ในเรื่อง แต่เจ้าตัวก็รู้ดีว่า มันไม่ใช่สิ่งที่เขาควรจะทำซ้ำ

THE SECRET LIFE OF WALTER MITTYมาถึงปี 2010 สตีฟ คอนราด มือเขียนบทจาก The Weather Man, The Pursuit of Happyness ตัดสินใจที่จะทิ้งทุกอย่าง หรืออะไรก็ตาม ที่เขาชอบสุดลิ่มทิ่มประตูมายาวนาน เพื่อที่จะเอามุมมองใหม่ๆ มาใช้กับความคิดตั้งต้นดั้งเดิมจริงๆ ที่ต้องกลับไปจินตนาการถึงจุดเริ่มต้นของหนังกันอีก ซึ่งจริงๆ แล้วย้อนไปจนถึงปี 1994 ซึ่งนานมากก่อนที่สติลเลอร์จะมาเกาะติดด้วยซ้ำ และเป็นไอเดียที่ ‘โดน’ ความรู้สึกในระดับที่ผู้กำกับอย่าง รอน โฮเวิร์ด, ชัค รัสเซลล์, สตีเวน สปีลเบิร์ก และ กอร์ เวอร์บินสกี เคยใช้เวลาขลุกอยู่กับบทมาแล้ว ขณะที่จิม แครร์รีย์, โอเวน วิลสัน, ไมค์ ไมเออร์ส, วิลล์ ฟาร์เรลล์ กระทั่งซาชา บารอน โคเฮน ก็เคยคิดที่จะรับบทนำมาก่อน แล้วในที่สุดก็ถึงเวลาที่ต้องกลับไปหาจุดตั้งต้นกันอีกที

“คุณนำเสนอหนังเรื่องนี้จากมุมมองที่เต็มไปด้วยอารมณ์” สติลเลอร์ อธิบาย “ทำไมผู้ชายชอบฝันกลางวันคนนี้ ถึงจบลงด้วยการใช้ชีวิตอยู่ในความคิดของตัวเอง? เขาก็แค่ผู้ชายธรรมดาๆ ที่ภายในตัวมีอะไรที่เป็นไปได้ว่าไม่ใช่ความเป็นจริงเกิดขึ้นมา” และกับความคิดของสติลเลอร์กับคอนราด ทั้งคู่ต่างก็นึกถึงเรื่องราวในแบบการค้นพบตัวเอง ซึ่งไม่ได้มองว่าหนังจะออกมาเป็นงานเบาสมอง หรือดรามา หรือเป็นหนังแอ็คชัน “มันเป็นหนึ่งในหนังหลายๆ เรื่องที่คุณไม่สามารถนิยามมันได้” สติลเลอร์ ยอมรับ และเขาก็มองว่า นี่คือเรื่องที่ดี

35920011แล้วถ้าเคยชมตัวอย่างอันแสนมหัศจรรย์ ก็จะไม่เห็นต่าง นี่คืองานที่มีความเป็นศิลปะในแบบของตัวเอง กระตุ้นความรู้สึกด้วยอารมณ์เศร้าๆ ที่นำเสนอออกมาได้สวยงาม แล้วขณะที่ตัวละครมิตตีของสติลเลอร์ กระโดดก้าวระหว่างตึกเพื่อที่จะทะลุผ่านกระจก หรือโดดลงจากเฮลิคอปเตอร์ ลงมายังทะเลที่กำลังปั่นป่วน ฉากเหล่านี้ก็เป็นฉากแอ็คชันสุดห่ามฉากหนึ่งเลยทีเดียว

“มีการใช้สเปเชียล เอฟเฟ็คท์ เยอะมาก แล้วผมก็ได้เรียนรู้เพียบ!” สติลเลอร์ เผย โดยเปรียบเทียบกับผลงานเรื่องก่อนๆ ที่ตัวเองกำกับ ไม่ว่าจะเป็น Reality Bites, The Cable Guy, Zoolander, Tropic Thunder ซึ่งไม่ได้ต้องการการทำงานของซีจีมากมายอะไร แต่ในเรื่องนี้ เขาต้องสร้างฉากไล่ล่าสุดอลังบนท้องถนนที่จอแจคับคั่งของนิว ยอร์ค, ภูเขาไฟที่กำลังปะทุในไอซ์แลนด์ และฉากดิ่งลงทะเลคลั่ง อย่างที่บอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งทั้งหมดไม่มีงานง่าย “การสร้างภาพในคอมพิวเตอร์ใช้เวลาผ่านไปสัปดาห์แล้ว สัปดาห์เล่า” เขาบอก “ถ้าผมเขียนโน้ตไปบอกพวกเขาว่า ‘เออ… ผมอยากได้คลื่นที่ใหญ่กว่านี้อีกสักหน่อย’ ก็ต้องหมดเวลาไปราว 2-3 สัปดาห์ เพื่อที่จะจัดการมัน”

ทำให้การทำงานต้องมีลูกไม้บ้างเล็กน้อย และสติลเลอร์ก็พยายามผสมผสานภาพจริงๆ เข้ากับภาพจากคอมพิวเตอร์ “ช่วง 2-3 วันสุดท้ายของการถ่ายทำในไอซ์แลนด์ เราต้องถ่ายฉากใหญ่ในทะเล” เขาเล่า “เราเอาเรือออก เอาเฮลิคอปเตอร์ออก แล้วถ่ายทำแบบสดๆ จริงๆ ให้ได้มากที่สุด เราจัดการถ่ายเป็นภาพมุมกว้างทั้งหมด มีสตันท์โดดลงมาจากเฮลิคอปเตอร์จริงๆ แล้วตัวผมก็อยู่ในเรือจริงๆ เราไม่ได้ถ่ายทำกันในแทงค์น้ำยักษ์” แล้วจากนั้นก็เป็นเรื่องของซีจี ที่จะมาเติมนั่น ใส่นี่ เพื่อให้ฉากนั้นออกมาสมบูรณ์ แล้วก็ได้งานที่ดี บางฉาก อย่างตอนที่วอลเตอร์ลอยคอในน้ำ โดนกระหน่ำจากคลื่นลูกแล้วลูกเล่า แต่ก็ยังเรียกความสนใจจากฉลามตัวหนึ่งได้ชะงัดนัก “เรามีฉลามกล แต่ที่สุดแล้วก็จบด้วยการใช้ซีจีเป็นส่วนใหญ่ เพื่อทำให้มันมีชีวิต ชีวาขึ้นมาจริงๆ” สติลเลอร์ พูดพร้อมรอยยิ้ม “และที่แน่ๆ เราไม่เรียกเจ้าฉลามตัวนี้ว่า บรูซ (บรูซ เป็นชื่อฉลามกลที่ใช้ถ่ายทำหนังเรื่อง Jaws – ผู้แปล/ เรียบเรียง)

Ben Stiller in Walter Mittyแต่ฉากที่ว่าในทะเล ก็ยังเทียบไม่ได้กับฉากที่ผู้กำกับ/ นักแสดงนำของเรื่อง ต้องเล่นสเก็ตบอร์ดลงมาตามถนนบนภูเขาในไอซ์แลนด์ “เราไปเจอนักสเก็ตบอร์ดมืออาชีพอยู่คนหนึ่ง แต่มันเป็นเรื่องสำคัญมากๆ สำหรับผม ที่เราต้องมีฉากที่เห็นผมเล่นมันลงมาตามถนนจริงๆ” เขาเล่า “ผมเล่นสเก็ตบอร์ดลงมา โดยมีตัวลากติดอยู่กับเครน ซึ่งอยู่ตรงหน้าผม สเก็ตบอร์ดแล่นลงมาตามภูเขาด้วยความเร็วสัก 40 ไมล์ต่อชั่วโมง มีเครนที่อยู่ห่างจากหน้าผม ราวๆ 5-6 ฟุต แล้วตัวลากจะกระแทกผมให้กระเด็นขึ้น ถ้าสเก็ตบอร์ดไปชนมันเข้า เป็นการถ่ายทำที่บ้าบอมากๆ แล้วบางทีก็อาจจะเป็นวิธีที่ไม่ฉลาดเอาซะเลย”

อย่างไรก็ตาม ฉากแอ็คชันอาจจะออกมาเพี้ยนกว่านี้ ถ้าไม่มีเรื่องงบสร้างเข้ามาเกี่ยวข้อง สติลเลอร์เองจำเป็นต้องลดฉากแฟนตาซีหรูๆ หลายๆ ฉากออกไป รวมไปถึงต้องเอาหลายๆ มายำรวมไว้ด้วยกัน ลองนึกดูซิว่า ในฉากเสี่ยงชีวิต ที่เป็นการผสมผสานภูมิทัศน์น่าตื่นตา การเคลื่อนไหวที่มีพลัง และจินตนาการสุดบรรเจิด เพื่อนำเสนอเอ็ฟเฟ็คท์ที่ทำให้อ้าปากค้าง ต้องอาศัยการทำงานของอะไร และของใครบ้าง “มันมีฉากแฟนตาซีเว่อร์ๆ ฉากหนึ่งที่เกิดขึ้นบนถนนซิกธ์ อเวนิว ที่วอลเตอร์กับเชอรีลนั่งลงข้างๆ น้ำพุ เขาก็คุยกับเธอแล้วก็นึกถึงเท็ดกำลังควบม้ามาบนถนน แต่งตัวเหมือนแอนโธนี ควินน์ ในหนังLawrence of Arabia เขามีม้าราวๆ สัก 40 ตัวตามมาที่ด้านหลัง จากนั้นเท็ดก็รวบตัวเชอรีลขึ้นไป วอลเตอร์กระโดดขึ้นไปขี่ม้าตัวหนึ่งควบไล่ไปติด จากนั้นทั้งหมดก็ลงไปในสถานีรถไฟใต้ดิน ก่อนที่จะโผล่ขึ้นมาบนทะเลทราย เรามีฉากไล่ล่าในสไตล์ Lawrence of Arabia ที่เพี้ยนสุดโต่ง..” เขาทำท่าไม่สนใจอะไร “มันเป็นฉากใหญ่ที่บ้าบอมาก แต่บางทีมันก็อาจจะไม่เข้ากับหนัง”

ในหนังอดัม สก็อทท์ เป็นตัวละครจำพวกผู้ชายเฮงซวย แต่ในชีวิตจริง เขาไม่ใช่คนแบบนั้น ดูสุภาพ และมีเสน่ห์ แต่กับบทเท็ดใน The Secret Life of Walter Mitty เขาคือคนที่แย่โคตรๆ แล้วถ้าคิดว่าพี่น้องตัวแสบในหนัง Step Brothers เมื่อปี 2008 หรือคุณครูจอมโสโครกใน Veronica Mars ร้ายสุดขั้วแล้ว ต้องลองมาเจอกับเท็ด ตัวละครที่จะทำให้ลืมตัวละครแย่ๆ ที่เคยเห็นมาก่อนหน้าไปจนหมด

Adam-Scott-Secret-Life-of-Walter-Mitty

“ผมชอบพวกเฮงซวย” สก็อทท์ พูดขึ้น “ผมชอบที่พวกเขามีตัวตนอยู่ในชีวิตจริงๆ และรักที่เป็นตัวละครด้วย พวกเขามี เด็กเลือดร้อน ขาดความอดทน อยู่ในร่างกายที่เติบโตของพวกเขา คิดแค่ทำอะไรสนุกๆ สตีฟ คอนราด สร้างตัวละครที่เจ๋งมากๆ เอาไว้ และผมก็รู้ในทันทีเลยว่า จะต้องเล่นอะไรบ้างกับตัวละครตัวนี้ เอาทุกอย่างมารวมกันเพื่อสร้างตัวละครที่น่าขยะแขยงสุดๆ ออกมา”

แล้วถ้าชีวิตเห่ยๆ ของวอลเตอร์ มิตตี ยังห่วยไม่พอ เท็ดจะก้าวเข้ามาจัดหนักเขาถึงที่ทำงาน และเหยียดหยามทุกสิ่งอย่างที่เขาทำ เท็ดยังเป็นพวกจองหองอย่างร้ายกาจ คิดแต่เรื่องร้ายๆ และแค่แว่บเดียวที่มองเห็นเขา คุณก็รู้ได้ในทันทีว่า นี่คือคนเฮงซวย ตัวแสบ “ทั้งเสื้อผ้า, หน้าผม ทุกอย่างบอกหมด” สก็อทท์ เห็นด้วย แต่ที่เจ๋งที่สุด ซึ่งบางทีน่าจะบอกว่าร้ายที่สุด ก็คือเครา ที่ตัดแต่งมาอย่างดี สีดำสนิทราวกับหมึก ดูโหดร้าย ซึ่งเป็นคำแนะนำจากสติลเลอร์ ที่บอกกับสก็อทท์ตั้งแต่หนแรกที่ไปดื่มกาแฟด้วยกัน “เขาอยากให้ผมไว้หนวดไว้เคราเหมือนพวกกรีก!” สก็อทท์ ย้อนวันที่สติลเลอร์ให้คำแนะนำให้ฟัง ละเอียดถึงกระทั่ง วันนั้นดวงตาของสติลเลอร์เป็นยังไง แล้วการเตรียมตัวรับบทนี้ก็ไม่ได้เหมือนกับเรื่องไหนที่เขาเคยเจอมาก่อน “ยุค 80 ในอเมริกา มีโฆษณายาย้อมที่คุณสามารถทำให้เคราขาวๆ ของคุณดำสนิท เป็นสูตรของพวกกรีก ที่จะมีพวกงี่เง่า ที่ไว้เครานักธุรกิจแบบนี้ มันเป็นวิธีการเข้าถึงตัวละครในแบบของผม”

การพาตัวเองหายไปอยู่ต่างประเทศ เป็นส่วนหนึ่งที่วอลเตอร์ใช้ในการหนีความร้ายกาจของเท็ด แต่ท้ายที่แล้ว เขาก็ตัดสินใจที่จะบิน อ้าแขนรับกับชีวิต และใช้ชีวิตไปตามความฝัน รวมไปถึงสร้างความประทับใจให้กับคนที่เขารัก เชอรีล “ฉันคิดว่าเธอชอบการที่ให้เขานำชีวิตที่สงบกว่ามาให้ แต่เขาเองก็มองเห็นบางอย่างที่ดีกว่าจากโลกข้างนอกนั่น” คริสเตน วิก อธิบาย ด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล “ทั้งวอลเตอร์ และเชอรีล ต่างก็มองการใช้ชีวิตเป็นหลัก ซึ่งบางทีพวกเขาก็อยากจะได้อะไรที่มีัสีสันบ้าง เพราะงั้นเลยกลายเป็นเรื่องลงตัว ที่ทั้งคู่จบลงด้วยการเดินทางผจญภัยที่ยากจะคาดหมายด้วยกัน”

วิก ที่สร้างชื่อให้กับตัวเองจนด้วยการเขียนบท และนำแสดงในหนังตลกหญิงล้วน Bridesmaids เมื่อปี 2011 หลังจากใช้เวลาหลายปีไปกับงานโทรทัศน์ และบทสมทบ รู้สึกว่า สิ่งที่หนัง The Secret Life of Walter Mitty สื่อออกมานั้น จะไปกันได้ด้วยดีกับผู้ชม “มันเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่จะทิ้งให้คนดูรู้สึกว่า มีโลกที่กว้างใหญ่มากๆ รอคุณอยู่ข้างนอก และถ้ามีบางสิ่งในชีวิต ที่เราอยากทำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องติดต่อกับคนในครอบครัว หรือว่าเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลก มันมีค่าที่จะก้าวออกไป หรือพยายามทำให้ได้เสมอ”

717177-the_secret_life_of_walter_mitty3

เนื้อหาที่อบอุ่น และเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ก็ทำให้นึกถึงหนังอย่าง Life of Pie, The Truman Show, Forrest Gump, It’s Wonderful Life, The Fisher King, The Apartment และ Local Hero ขึ้นมาทันที และทำให้หนังเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่การกลับมาลงสนามอีกครั้งของสติลเลอร์ หากยังเป็นการทำให้เขามีโอกาสเข้าใกล้รางวัลมากขึ้นด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าตัวบอกปัดเมื่อพูดถึง “โอ… พระเจ้า! คงเป็นเรื่องที่เยี่ยมมาก ถ้าเกิดขึ้น แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำความเข้าใจกรรมวิธีการในการทำงานของกรรมการแต่ละรางวัล” และ “แค่หนังออกมาเป็นอะไรอย่างที่มันเป็น ผมก็มีความสุขแล้ว”

แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่เขายอมรับ นั่นก็คือ การ “เดินตามหัวใจ” ของคุณ ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่หนังพยายามบอก และสติลเลอร์ก็เอามาปรับใช้กับตัวเอง เพื่อสร้างหนังที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน ขัดเกลา และตบแต่งมันมานานหลายปี จากนั้นก็เลือกที่จะกำกับ และแสดงด้วยตัวเอง “ใช่… ผมเสี่ยงกับเรื่องนี้ ผมคิดว่า สามารถหาเหตุผลมาอธิบายให้เห็นได้นะ” เขายอมรับ “การกำกับ และการแสดง เป็นเรื่องที่ยุ่งยาก เพราะในฐานะนักแสดง คุณเองก็อยากมีผู้กำกับสักคน มาคอยให้คำแนะนำ กับหนังเรื่องนี้ ในฐานะนักแสดงผมอยากเล่นมากๆ ต่อให้ไม่ได้กำกับก็ตาม และในฐานะผู้กำกับ มันมีความคิดเจ๋งๆ มากมายที่อยากนำเสนอออกมา จากนั้นผมก็โดดเข้ามา”

วอลเตอร์ มิตตี เลือกกระโดดไปสู่ชีวิตใหม่ๆ ในเรื่อง สติลเลอร์เลือกกระโดดมาจับงานในสไตลฺที่เขาไม่เคยทำ และทีนี้ ก็ถึงทีว่า คนดู จะกระโดดเข้าหาหนัง รับรู้เรื่องราวของนาย วอลเตอร์ มิตตี กันหรือยัง

ถ้าพร้อม บางที มุมมอง และชีวิตของคุณอาจเปลี่ยนไป “ตลอดกาล”

จากเรื่อง กว่าจะเป็นการผจญภัยในชีวิตของนาย วอลเตอร์ มิตตี THE SECRET LIFE OF WALTER MITTY โดย ฉัตรเกล้า นิตยสาร เอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1150 ประจำวันที่ 16 ธันวาคม 2556


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On