อาจจะเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์หลายๆ คนไม่น้อย ที่ได้รู้ว่า ประเทศในตะวันออกกลางอย่าง ซาอุดิ อาระเบียนั้น แบนโรงภาพยนตร์มานานถึง 35 ปี ซึ่งก็เริ่มตั้งแต่ต้นยุค 80
จนเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา กองทุนการลงทุนสาธารณะแห่งซาอุดิ อาระเบีย (Public Investment Fund of Saudi Arabia – PIF) ประกาศออกมาว่า บริษัทการลงทุนและพัฒนาธุรกิจบันเทิง ในกองทุนได้เซ็นข้อตกลงกับเอเอ็มซี เธียเตอร์ เครือข่ายโรงภาพยนตร์ของสหรัฐอเมริกา เพื่อให้ดำเนินการธุรกิจโรงภาพยนตร์ในประเทศ โดยเป็นข้อตกลงที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากการตัดสินใจของกระทรวงวัฒนธรรมและการสารสนเทศของประเทศเมื่อเดือนธันวาคม 2560 ทำให้เครือข่ายโรงภาพยนตร์ทางธุรกิจสามารถเปิดให้บริการในซาอุดิ อาระเบียเป็นครั้งแรก ในรอบกว่า 35 ปี
“การมอบใบอนุญาตเป็นครั้งแรก ยังเป็นการเปิดโอกาสที่ที่สำคัญมากๆ สำหรับบรรดาโรงภาพยนตร์ต่าง” ดร. อาว์หวัด อลอว์หวัด รัฐมนตรีวัฒนธรรมและการสารสนเทศของซาอุดิ อาระเบียกล่าว “ตลาดของซาอุดิฯ เป็นตลาดที่มีขนาดมหาศาล กับการที่ประชากรส่วนใหญ่อายุต่ำกว่า 30 ปี และชมภาพยนตร์เรื่องโปรดของพวกเขากันที่บ้าน”
การตัดสินใจเปิดตลาดให้บรรดาธุรกิจโรงภาพยนตร์ของซาอุดิ อาระเบีย ที่มีประชากรมากถึง 32 ล้านคน มีการคาดการณ์ว่าน่าจะทำรายได้ถึงประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ขณะที่ข้อตกลงในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการปฎิรูปเศรษฐกิจและสังคมของซาอุดิ อาระเบีย ที่ชื่อว่า วิชัน2003 (Vision 2030) เพื่อสร้างตลาดขนาดใหญ่ที่สุดสำหรับคอหนังในแถบอ่าวอาระเบียน
“เป้าหมายของวิชัน 2030 ก็คือปรับปรุงคุณภาพชีวิตของครอบครัวชาวซาอุดิฯ โดยจัดหาโอกาสสัมผัสกับความบันเทิงในรูปแบบต่างๆ มาให้” ดร. อลอว์หวัด เสริม “การฟื้นฟูโรงภาพยนตร์ขึ้นมาอีกครั้ง ยังเป็นการช่วยกระตุ้นธุรกิจท้องถิ่น เมื่อทำให้เกิดการใช้จ่ายในครัวเรือนเพื่อความบันเทิงเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็สนับสนุนให้เกิดการจ้างงานในราชอาณาจักร”
ทางเอเอ็มซี เปิดโรงภาพยนตร์โรงแรกในซาอุดิ อาระเบียไปแล้วเมื่อ 18 เมษายนที่ผ่านมา ในริยาดห์ เมืองหลวงของประเทศ
“เอเอ็มซี ประทับใจอย่างยิ่งกับการทำให้ซาอุดิ อาระเบียก้าวไปสู่อนาคตข้างหน้าตามรายละเอียดของโครงการวิชัน 2030 และเราได้รับกำลังใจสำคัญจากการทำงานที่เป็นมืออาชีพ, มีมารยาท และการต้อนรับที่อบอุ่น ของกระทรวงวัฒนธรรมและการสารสนเทศ, ของกองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะ และจากสถาบันทุกๆ สถาบันในซาอุดิ อาระเบีย รวมไปถึงบุคลากรต่างๆ ที่เราได้ทำการติดต่อ” อดัม แอรอน ประธานและซีอีโอของเอเอ็มซี เอนเตอร์เทนเมนท์ กล่าว “เรามองไปถึงการให้บริการประชาชานของซาอุดิ อาระเบีย ด้วยโรงภาพยนตร์ระดับเวิร์ลด์-คลาสส์ทั่วราชอาณาจักรแล้วในตอนนี้”
บริษัทการลงทุนและพัฒนาธุรกิจบันเทิง ก่อตั้งขึ้นในรูปบริษัทอย่างเต็มตัวเมื่อต้นปีนี้ โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างความเจริญเติบโตให้กับธุรกิจบันเทิงในซาอุดิ อาระเบียด้วยกลยุทธ์ร่วมเป็นคู่ค้า และในขณะเดียวกันก็เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของมกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ที่ต้องการสร้างความหลากหลายให้กับเศรษฐกิจของซาอุดิ อาระเบีย รวมไปถึงปลดเปลื้องความเป็นวัฒนธรรมแบบอนุรักษ์นิยมของประเทศ ที่มีการแบนโรงภาพยนตร์มาตั้งแต่ยุค 80
โดยทางดิสนีย์กับอิตาเลีย ฟิล์ม บริษัทผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ในประเทศตะวันออกกลาง ก็ประเดิมการเปิดตลาดในครั้งนี้ ด้วยการนำภาพยนตร์เรื่อง Black Panther หนังซูเปอร์ฮีโรของมาร์เวล เข้าฉายไปเมื่อ 18 เมษายน ซึ่งเป็นรอบกาลา พรีเมียร์ ที่โรงภาพยนตร์ของเอเอ็มซี ในริยาดห์
ทำให้ Black Panther ได้รับเกียรติเป็นหนังเรื่องแรกที่ได้ฉายในราชอาณาจักร นับตั้งแต่โรงภาพยนตร์ถูกแบนตอนต้นยุค 80 หลังจากซาอุดิ อาระเบียเอาหลักมาตรฐานทางศาสนามาเป็นหลักกฎหมายในปี 1979 ซึ่งมีความเป็นอนุรักษ์นิยมแบบสุดขั้ว และเพิ่งยุติการแบนโรงภาพยนตร์ไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ตามแนวคิดของมกุฎราชกุมาร โมฮัมหมัด บิน ซัลแมน ที่ต้องการปรับเปลี่ยนสังคมซาอุดิ อาระเบีย
แม้โดยทางเทคนิคแล้ว หนังเรื่อง The Emoji Movie ที่ฉายในซาอุดิ อาระเบียเมื่อต้นปี 2018 จะเป็นหนังเรื่องแรกที่ได้ฉายในซาอุดิ อาระเบียหลังการแบนโรงภาพยนตร์ยุติลง แต่ Black Panther คือหนังเรื่องแรกที่ได้ฉายในโรงภาพยนตร์จริงๆ ขณะที่ The Emoji Movie เปิดฉายในโรงภาพยนตร์ชั่วคราวที่ฉายภาพขึ้นบนจอโปรเจ็คเตอร์
ไม่ใช่แค่เป็นหนังเรื่องแรกที่ได้ฉายในซาอุดิ อาระเบียหลังจากการแบนโรงภาพยนตร์ยุติลง แต่ Black Panther ยังเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของซาอุดิ อาระเบีย ในโรงภาพยนตร์สุดหรูหราที่อยู่ในอาคารซึ่งในตอนแรกตั้งใจจะให้เป็นฮอลล์แสดงดนตรีซิมโฟนี โดยตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจของกษัตริย์อับดุลลาห์ ในกรุงริยาดห์ ภายในโรงภาพยนตร์มีที่นั่งเบาะหนังกว่า 600 ที่นั่ง มีระเบียงชั้นบนแบบโรงละคร ขณะที่ห้องน้ำก็ปูด้วยหินอ่อนอย่างดี
ถึงจะยกเลิกการแบนโรงภาพยนตร์ แต่ภาพยนตร์ที่จะฉายในซาอุดิ อาระเบีย จะเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันขนาดยาวสำหรับเด็ก ขณะที่ภาพยนตร์โดยทั่วๆ ไปจะต้องผ่านการเซนเซอร์ เนื่องจาก ค่านิยมทางจริยธรรม
เอเอ็มซี เอนเตอร์เทนเมนท์ ซึ่งมีเจ้าของเป็นกลุ่มบริษัทดาเลียน แวนดาของจีน มีแผนจะเปิดโรงภาพยนตร์ 40 โรงที่ซาอุดิ อาระเบีย ภายใน 5 ปี และจะเพิ่มขึ้นเป็น 100 โรงภายในปี 2030
กับประชากรที่มีถึง 32 ล้านคน และกว่า 70% มีอายุต่ำกว่า 30ปี รวมไปถึงเป็นผู้ที่มีรายได้สูง มีสถานภาพทางเศรษฐกิจที่ดี นักวิเคราะห์มองว่า ตลาดโรงภาพยนตร์ของซาอุดิ อาระเบีย น่าจะทำเงินได้ราวๆ 1 พันล้านเหรียญต่อปี ซึ่งมากพอจะเป็นหนึ่งในสิบของตลาดโรงภาพยนตร์ที่ทำรายได้มากที่สุดในโลก
เอเอ็มซีและบริษัทการลงทุนและพัฒนาธุรกิจบันเทิง ที่เป็นผู้อนุญาตให้เอเอ็มซีดำเนินธุรกิจได้ในซาอุดิ อาระเบีย ยังเผยอีกว่าพวกเขาตั้งเป้าที่จะครองส่วนแบ่งทางการตลาดของโรงภาพยนตร์ในประเทศให้ได้ราวๆ 50%
สำหรับโรงภาพยนตร์อื่นๆ ที่เข้าไปเปิดในซาอุดิ อาระเบียก็มี ไอพิค, เอ็มไพร์, วิว, ซีเจ ซีจีวี, ซีเนโพลิส และว็อกซ์ ซีนีมากับซีนีมาซิตี ของดูไบ ทำให้มีการคาดการณ์ว่าจะมีการเปิดโรงภาพยนตร์ถึงเกือบๆ 350 โรง โดยมีจอฉายมากกว่า 2,500 จอภายในปี 2030
โดย ฉัตรเกล้า เรื่อง การกลับมาของโรงภาพยนตร์ในซาอุดิ อาระเบีย นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1256 ปักษ์หลังพฤษภาคม 2561
ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่















