วันนี้สะเด่าส์ มีเรื่องราวของห้าอัลบั้มที่น่าสนใจในปี 1985 ที่เขียนโดยคุณ sixmenonguard ที่ส่งมาให้อ่านตั้งแต่เดือนธันวาคม 2015 มาเล่าสู่กันฟัง เพื่อรำลึกถึงงานเพลงดีๆ ที่ความทรงจำของเราอาจทำหล่นหายไป แฟนๆ ที่มีฝีมือในการเขียนเรื่องเขียนราวแบบนี้ ก็ส่งมาให้ทางทีมงานอ่าน เพื่อพิจารณานำลงในเว็บได้นะครับ แต่… งานนี้ไม่มีของรางวัลให้นะเออ…
วันนี้จะมาพูดถึงห้าอัลบั้ม
ก่อนอื่นขอขอบคุณเพจพี่ Fog The Review Machine ที่เป็นไอเดียในการสร้างลิสต์แนะนำอัลบั้มต่างๆครับ เนื่องจากถ้าผมแนะนำอัลบั้มทีละโพสๆ อาจรกจนไม่น่าอ่าน 55
ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านงานวิจารณ์หนัง และเพลง แบบนี้ ได้ด้วยการกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์กันไว้ก่อน ได้ที่นี่
Village People – Sex Over The Phone
อัลบั้มสุดท้ายของบอย(?)แบนด์กรุ๊ปนี้ มีเพลงที่ประสบความสำเร็จพอสมควรในยุโรป อย่างเพลงชื่อเดียวกับอัลบั้ม ข้อดีของอัลบั้มนี้คือ งานเพลงดีขึ้นเยอะหลังแป๊กไปกับ “Renassiance” (งานปี 81 ที่โบ๊ะหน้ายังกะวง Kiss และทำเพลงนิวเวฟที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการบิ๊กแมค, การไดเอต!!), “Fox On The Box” (อัลบั้มปี 82)
ซาวนด์เพลงชุดนี้เปลี่ยนเป็น R&B/ยูโรดิสโกมาตรฐาน ที่เน้นพวกซินธิไซเซอร์ กลองไฟฟ้าเป็นหลัก แต่ถือว่าอัพเกรดเข้าสู่กระแสดนตรียุคนั้นได้ดี ไม่ได้ดาวน์เกรดอย่างใด
เพลงที่ประทับใจคือ New York City ท่อนโซโล่สวยมาก และ I Won’t Take No For An Answer ก็ชอบ Power Of The Night ก็ซาวนด์แบบดิสโกอิตาลีมาเลย เรย์ สตีเฟนส์ นักร้องนำที่เข้ามาแทนก็ทำหน้าที่ได้เยี่ยมเลยครับ
ป.ล.ที่ตลกคือ เอ็มวี Sex Over The Phone เคยมีคนเอาเพลง My Number ของวง Foals ไปใส่ ซึ่งเข้ากันอย่างแรง 5555
Boney M – Eye Dance
ความสำเร็จที่ลดลง, ความขัดแย้งระหว่างนักร้องกับเจ้าของวง/โปรดิวเซอร์/นักแต่งเพลง แฟรงค์ ฟาเรียน ทำให้อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มสุดท้าย ซึ่งประสบความล้มเหลวทั้งยอดขายและคำวิจารณ์ แต่ถ้ามองข้ามมาตรฐานที่ลดลงได้ (โดยเฉพาะภาคเนื้อร้อง) ใครชอบดนตรีสวยๆ จะไม่ผิดหวัง ซาวนด์เพลงแบบอวกาศอลังการ ถูกเปลี่ยนเป็นยูโรดิสโกที่มีซาวนด์ซินธิไซเซอร์หวานๆ น่ารัก แบบ Got Cha Loco, My Cherie Amour เพลงเก่าของ สตีวี วอนเดอร์ก็เอามาทำใหม่ได้มีเสน่ห์ หรือเพลงเข้มๆ แบบ Young Free And Single, Give It Up ก็จัดว่าดี หรือถ้าชอบเพลงแปลกๆ ก็มี Sample City, Todos Buenos กระทั่ง Eye Dance เป็นทางเลือก
แน่นอนว่าอัลบั้มชุดนี้เทียบกับงานชุดก่อนๆ ไม่ได้แน่นอน แต่ถ้าคุณชอบซาวนด์แบบยุค 80 มันจะให้อะไรคุณได้ดีทีเดียว
ป.ล. อัลบั้มนี้มีเพลงชื่อ Bang Bang Lulu ซึ่งเป็นเพลงพื้นเมืองในแถบอเมริกา เกี่ยวกับผู้หญิงที่เปลี่ยนผู้ชายไปทั่ว ในตอนแรกฟาเรียน จะให้ลิซ มิทเชลล์ นักร้องนำของวงร้อง แต่เธอไม่ยอม (ยอมก็บ้าเเล้ว) จึงเป็นหน้าที่ของเร็จจี ทซิโบ นักร้องชายของวง ที่มาแทนนักเต้น บ็อบบี ฟาร์เรลล์ (ซึ่งตอนนั้นก็กลับมาร่วมวงอีกครั้งแล้ว) แทน แถม เพลงนี้ยังกล้าตัดเป็นซิงเกิ้ลด้วยนะ
The Clash – Cut The Crap
อาจจะเป็นอัลบั้มสุดท้ายที่สุดจะหมดลายของทางวง และแฟนเพลงขัดใจกับการใช้กลองโปรแกรมและภาคประสานเสียง ที่เคยเห็นเว็บฝรั่งเว็บหนึ่งวิจารณ์ว่าเหมือนลากแก๊งขี้เมาจากบาร์สักแห่งมาประสาน แต่ก็เป็นอัลบั้มที่ผมค่อนข้างชอบนะ มันเหมือนเป็นการทดลองเอาซินธ์ป๊อบมาผสมกับพังค์ที่ลงตัวแบบแปลกๆ และถ้าได้รู้ความเป็นมาของอัลบั้มด้วย ก็จะยิ่งฟังสนุกขึ้นไปอีก
Tom Grant – Just The Right Moment
นักเปียโนและยังเป็นนักร้องเสียงดีจากโอเรกอนรายนี้ ทำเพลงแจ็ซซ์ให้เป็นเรื่องฟังง่ายตลอด นี่เป็นอัลบั้มชุดที่ห้าของเขา ที่มีเพลงดีๆ อย่างเพลงชื่อเดียวกับอัลบั้ม มีเพลง Listen Very Hard, Happy Feet และเพลงที่ชวนให้อยากเต้นรำกับสาวๆ อย่าง By George และเพลงร้องสบายๆ อย่าง Never Say Never, One Of These Days อัลบั้มนี้คือเหตุผลที่ว่า ทำไมแจ๊ซซ์ยุค 80 ถึงเป็นยุคที่ดีที่สุด
ป.ล. แดน บัลเมอร์ ที่เล่นกีตาร์ให้ทอม ก็เป็นศิลปินที่ผมชอบอีกคนนึง และอยากให้คุณได้รู้จักเช่นกัน สไตล์การเล่นของเขาในงานเดี่ยวค่อนข้างดุหน่อย แต่ที่ฟังสบายๆ ก็มีเหมือนกัน
Simply Red – Picture Book
บลู-อายด์ โซล + ผสมผสานแจ๊ซซ์ ได้อย่างลงตัว + ซาวนด์คีย์บอร์ด + อัลบั้มชุดแรกที่เปี่ยมไปด้วยพลัง = หามาฟังซะ















