7 กันยายน วันเกิดของหนึ่งในนักแต่งเพลงผู้สร้างเพลงฮิต และวันจากไปของสองศิลปินระดับตำนาน ต่างอยู่ ต่างเวลา ที่ลาโลกก่อนวัยอันควร
วันนี้ในโลกดนตรี 7 กันยายน 1947: วันเกิดของ ไดแอน วอร์เรน นักแต่งเพลงชาวอเมริกัน เจ้าของผลงานเพลงท็อป 25 ในสหรัฐอเมริกามากกว่า 80 เพลง อาทิ “‘I Don’t Want To Miss A Thing” ของ Aerosmith, “How Do I Live” ของลีแอนน์ ไรมส์, “Un- Break My Heart” ของโทนี แบร็กซ์ตัน
นอกจากนี้วอร์เรนยังเป็นผู้แต่งเพลงฮิตให้กับ แฌร์, ซีลีน ดิออน, ไมเคิล โบลตันฅ ร็อด สจวร์ต และ Ace Of Base อีกด้วย
วันนี้ในโลกดนตรี 7 กันยายน 1978: คีธ มูน มือกลองของ The Who เสียชีวิตในวัย 32 ปี จากการใช้ยาคลายเครียดเพื่อรักษาอาการติดแอลกอฮอล์มากเกินขนาด หลังจากเข้าร่วมงานปาร์ตีในคืนก่อนหน้าที่จัดโดยพอล แม็กคาร์ตนีย์ ในโอกาสที่หนังเรื่อง ‘The Buddy Holly Story’ ออกฉาย
มูนเป็นมือกลองในอัลบัมทุกชุดของเดอะ ฮูว์ นับตั้งแต่อัลบัมชุดแรก ‘My Generation’ (1965) – ‘Who Are You’ (1978) ซึ่งงานชุดสุดท้ายเพิ่งออกวางขายก่อนเขาจากไปเพียง 2 สัปดาห์
วันนี้ในโลกดนตรี 7 กันยายน 1996: แร็ป สตาร์ ทูพัก ชาเคอร์ ถูกยิงด้วยกระสุน 5 นัด จากรถที่ขับตามมาจากการแข่งขันชกมวยที่ลาส เวกัส และในอีก 6 วันต่อมาเขาก็เสียชีวิตด้วยวัย 25 ปี
โดยก่อนจะเหตุการณ์ยิงทูพัก มีเรื่องมีราวเกิดขึ้นมาก่อน หลังจากชมการชกมวยระหว่างไมก์ ไทสันแับบรูซ เซลดอน ที่เอ็มยีเอ็ม แกรนด์ พาเลซ ในลาส เวกัส แร็ปเปอร์ชื่อดังได้เผชิญหน้ากับครูอริ ออร์แลนโด “เบบีเลน” แอนเดอร์สัน ก่อนที่จะชกหน้าฝ่ายตรงข้าม ซูก์ ไนท์และบรรดาผู้ติดตามของทูพักเข้ามาร่วมผสมโรง จนคริป แร็ปเปอร์อีกคนร่วงไปกองบนพื้นถูกกระทืบอย่างรุนแรง ซึ่งการทำร้ายร่างกายกันและกันในครั้งนี้ถูกจับภาพเอาไว้ได้โดยกล้องวงจรปิดของโรงแรม ส่งผลให้ไนท์ถูกตัดสินจำคุกในเวลาต่อมา
ต่อมาในคืนนั้น ทูพักพร้อมปืนลูกซองนั่งอยู่ในรถของไนท์ ที่หยุดเพราะติดไฟแดง ถูกรถคาดิลแล็กสี่ประตูสีขาวมาจอดเทียบทางด้านขวา จากนั้นก็เปิดกระจกแล้วกระหน่ำยิงทูพัก แร็ปสตาร์ถูกยิงเข้าที่ร่างกายทั้งหมด 4 นัด บริเวณหน้าอก, แขน และต้นขา โดยมีกระสุนนัดหนึ่งเจาะเข้าไปที่ปอดขวาและลูกอัณฑะซ้าย ส่วนไนท์ถูกยิงเข้าที่ศีรษะจนกะโหลกแตก แต่ก็พยายามขับรถที่ยางแบนออกไปจากที่เกิดเหตุอีกราว ๆ 1 ไมล์ ก่อนจะถูกตำรวจลาดตระเวณที่ขับรถมอเตอร์ไซค์สั่งให้หยุดและแจ้งหน่วยพยาบาลเข้ามาดูแล
ร่างของทั้งคู่ถูกนำส่งโรงพยาบาล โดยทูพักเหมือนจะรู้ชะตากรรมของตัวเอง โดยพูดออกมาว่า “ผมกำกลังจะตาย” ขณะที่ถูกพาไปเข้าห้องฉุกเฉิน Outlawz กลุ่มศิลปินแร็ปของทูพักทำการอารักขาเขา ตลอดเวลาที่เจ้าตัวพยายามยื้อชีวิตอยู่นานเกือบสัปดาห์ แต่ท้ายที่สุดก็จากไปด้วยอาการเลือดตกใน เมื่อวันที่ 13 กันยายน
เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่า ซูก์ ไนท์ และบรรดาผู้ติดตามซึ่งเป็นคนของค่ายเพลงเดธรอว์ ที่ขับรถตามพวกเขามา ปฏิเสธที่จะให้การร่วมมือ ทำให้ไม่มีสามารถหาเบาะแสของผู้ที่โจมตีพวกเขาได้ ทูพักเองก้ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับผู้ที่กระหน่ำยิงเขา โดยคำตอบสุดท้ายที่เขาให้กับเจ้าหน้าที่ ซึ่งทำการสอบสวนก็คือ “เย็– แม่-”
คดีฆาตกรรมทูพัก ชาเคอร์ ไม่เคยถูกไข เมื่อไม่มีพยานคนใดยอมให้ปากคำ คดีถูกแช่แข็งเอาไว้ตั้งแต่ต้น โดยมีทฤษฎีมากมายเกิดขึ้นตามมาหลังการจากไปของเขา ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีครั้งสุดท้ายจากพวกแก๊งค่ายเพลงแบดบอย เรคอร์ดส์ คู่ปรับจากฝั่งตะวันออก, เป็นแผนของซูก์ ไนท์ ก่อนที่ทูพักจะออกจากค่ายเดธรอว์ เรคอร์ดส์ หรือจริง ๆ แล้วทูพักยังไม่ตาย แต่ไม่ว่าจะเป็นสมมติฐานใด ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม โลกเสียศิลปินตัวจริงในช่วงเวลาที่เขากำลังรุ่ง ๆ ไปอีกคน โดยไม่มีใครประเมินได้ว่า หากยังมีชีวิตอยู่ เขาจะทำอะไรให้กับวงการเพลงได้อีกบ้าง
ตลอดอายุ 25 ปี ทูพักทิ้งอะไรเอาไว้ให้กับโลกใบนี้มากมาย จากผลงานที่ทำขึ้นมา ซึ่งก็มีอัลบัม ‘2Pacalypse Now’, ‘Me Against the World’ และ ‘All Eyez on Me’ อัลบัมสุดท้ายของทูพักที่ออกมาหลังการจากไป ‘The Don Killuminati: The 7 Day Theory’ ขายได้ถึง 664,000 ก็อปปีในสัปดาห์แรก อิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังเนื้อหาในเพลงของเขากลายเป็นสิ่งที่ถูกนำไปศึกษา กลายเป็นวิชานหนึ่งของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและเบิร์กลีย์ ทูพักยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับละครเพลงบรอดเวย์ มรดกตกทอดต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นว่า เขาเป็นมากกว่าแร็ปเปอร์ เขาเป็นทั้งขวัญใจและผู้สร้างแรงบันดาลใจ
ให้กำลังใจและสนับสนุนเราได้ที่บัญชีธนาคารกสิกรไทย หมายเลข 100-2-10283-4 แล้วแจ้งมาที่กล่องข้อความของเพจ sadaos หรือที่อีเมล shopsadaos@gmail.com เพื่อรับของขวัญแทนน้ำใจ
ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่















